ยอมรับกับท่านผู้อ่านตามตรงว่า ผมไม่ถนัดการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน ส่วนใหญ่จะใช้บริการสั่งอาหารผ่านภรรยาเสียมากกว่า เปรียบเธอเป็นแอปพลิเคชันส่วนตัว ด้วยว่าคุณภรรยาทันยุคทันสมัย อันที่จริงมันก็สะดวกสบายดี นั่งรอไม่กี่นาทีเดี๋ยวก็มีพนักงานเอาอาหารมาส่ง แต่ในความสะดวกเหมือนมันขาดเสน่ห์อะไรไปบางอย่าง เมื่อก่อนไปซื้อของเราจะได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่าเราได้คุยกับไรเดอร์คนส่งอาหารแทน บทสนทนาจากที่เคยถามไถ่ว่า “เป็นยังไงบ้าง ขายดีไหม” มันหายไป ยิ่งใครอยู่ตามคอนโดพอไรเดอร์นำอาหารมาส่งในตะกร้าวางอาหาร หมดหน้าที่เขาก็ไปไม่ได้เจอหน้าค่าตากัน คนสั่งหิ้วถุงขึ้นไปกินบนห้องพัก พานให้รู้สึกโดดเดี่ยวไม่น้อย สุดท้ายผมยังคงชอบออกเดินทางไปหาของอร่อยด้วยตัวเองอยู่ดี โดยเฉพาะ “ตลาดสด” คือแหล่งรวมของกินอร่อยที่นับวันจะถูก “ดิสรัปชัน” จากพฤติกรรมของผู้บริโภค “คุณชายตะลอนชิม” สัปดาห์นี้ “คุณชายแป๊ะ” ขอแนะนำร้าน “สุวรรณ ขนมครก” ของ “นายสุวรรณ ผาทอง” อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดหนองคาย เป็นครั้งแรกที่ผมมาเดินสำรวจ “ตลาดสดวัฒนานันท์” หรือ “ตลาดฝั่งโขง” ตั้งอยู่ที่ปากซอยสรณคมน์ ถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. เป็นตลาดเก่าแก่เปิดมาเกือบ 30 ปี มีพ่อค้าแม่ขายจำหน่ายสินค้าครบทุกอย่าง ทั้งหมู เห็ด เป็ด ไก่ ผัก และผลไม้ เรียงแผง แบ่งล็อกขายของกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้านดี เพียงแต่ว่า ช่วงสายวันนี้ผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของดูบางตา ทำเอาบรรยากาศในตลาดเงียบเหงา พ่อค้าแม่ขายนั่งรอคอยลูกค้าอย่างมีความหวัง ผมได้ยินเสียงใครบางคนตะโกนถามหาเลขเด็ดเลขดัง บ้างพูดคุยเรื่องการบ้านการเมือง ทำให้หวนนึกถึงบรรยากาศในละครเรื่องโปรดของผม “รักเกิดในตลาดสด” ขึ้นมาทันที คงดีไม่น้อยหากตลาดแห่งนี้จะกลับมาคึกคักอีกครั้งระหว่างเดินสำรวจผมสะดุดตากับแผงขายขนมครกเจ้าหนึ่ง ตั้งเตาขนมครกเป็นแนวยาวเรียงกันถึง 7 เตา ชวนให้หยุดยืนดูด้วยความสนใจ “เอาขนมครก 1 กล่องครับ” ผมยืนสั่งที่หน้าร้าน สังเกตเห็นว่า เตาที่วางเรียงอยู่ 7 เตา เอาเข้าจริงใช้งานอยู่เพียง 2 เตาเท่านั้น ส่วนเตาอื่นมีฝาปิดไว้เฉยๆ ที่ตะแกรงหน้าร้านมีขนมครกวางพักไว้ให้คลายร้อน คะเนด้วยสายตามี 30-40 คู่“พี่สุวรรณ” ผู้ยืนแคะขนมครกขายมานานเท่ากับอายุของตลาดแห่งนี้ ใช้ช้อนสั้นค่อยๆแคะขนมครกขึ้นจากเตาร้อนๆ จากฝาหนึ่งไปประกบอีกฝาหนึ่งเป็น 1 คู่ แล้วส่งให้ชิม “ระวังลิ้นพองล่ะ” พ่อค้าขนมครกเตือนด้วยความหวังดีถึงผมจะชอบทานของร้อนๆ แต่ขอยอมแพ้ขนมครกร้อนๆที่เพิ่งแคะจากเตา ภาพความทรงจำในวัยเด็กลอยขึ้นมาในหัว ถึงช่วงเวลาที่แย่งกินขนมครกกับน้องสาว ทุกครั้งที่แม่ซื้อมาฝากจากตลาดใกล้บ้าน ผลลัพธ์คือปากแทบพองด้วยความร้อนระอุของเนื้อแป้งและกะทิ ทำเอาลิ้นชาไปหลายวัน หลังเอาปากเป่าลมช่วยให้ขนมครกคลายร้อนอยู่สักพัก ก็ได้รู้ซึ้งถึงรสชาติของขนมครกแท้ๆ “หวาน มัน กรอบ อร่อยมากครับพี่” ผมเอ่ยปากชื่นชม“พี่ขายกล่องละ 20 บาทเอง” ชายผู้แคะขนมครกขายเลี้ยงครอบครัวบอก“โอ้โห ราคา 20 บาท ทุกวันนี้หาซื้ออะไรได้ยากแล้ว” นับจากจำนวนในกล่องและที่กินไป ได้ขนมครกถึง 7 คู่เลยทีเดียว“เอางี้นะพี่สุวรรณ หยอดขนมครกทำให้ครบทุกเตาเลย เดี๋ยวผมจะถ่ายรูป ช่วยเขียนเชียร์ให้” ผมยื่นข้อเสนอที่เรียกรอยยิ้มให้กับชายวัยกลางคน ถือเป็นการสั่งขนมครกนับ 10 กล่อง ในคราวเดียวมากที่สุดในชีวิต “พี่สุวรรณ” หันไปกวนแป้งที่เตรียมไว้ในถังพลาสติกตักใส่กาน้ำ ส่วนกาน้ำอีกใบเติมน้ำกะทิ จากนั้นเอาฟองน้ำชุบน้ำมันทาเคลือบลงบนเตา จากเตาสีดำด้านดูมันเงาขึ้นทันตา จะทำขนมครกให้อร่อยต้องใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน พอเตาร้อนได้ที่จึงเทแป้งลงในหลุมให้ทั่ว ตามด้วยกะทิหอมมัน แล้วใช้ฝาปิดทิ้งไว้ 5 นาที ค่อยโรยหน้าตามชอบ มีทั้งต้นหอมซอย, ข้าวโพด และเผือก ทิ้งไว้อีก 2 นาที แป้งจะค่อยๆล่อนง่ายต่อการแคะ เหลือเชื่อจริงๆครับ พอเปิดเตาพร้อมกันทีเดียว 7 เตา ลูกค้าหลั่งไหลมาจากไหนไม่รู้ ทำเอา “พี่สุวรรณ” หยิบขนมครกใส่กล่องมือเป็นระวิง “เมื่อก่อนตลาดสดคนมาจับจ่ายกันคึกคัก เพราะยังไม่มีแอปพลิเคชันสั่งอาหาร ไม่มีห้าง และซุปเปอร์มาร์เกตเยอะแบบนี้ คนจะกินอะไรก็มาตลาดมีครบหมด จึงขายดิบขายดี ผิดกับเดี๋ยวนี้คนไปสั่งกินตามแอป เพราะสะดวกกว่า ทำให้คนค้าขายในตลาดต้องปรับตัวไปขายของในแอปด้วย แต่ขนมครกมันมีข้อจำกัด ถ้าทานที่ร้านหน้าเตาร้อนๆมันกรอบอร่อย แต่ถ้าสั่งใส่กล่องไปกินที่บ้าน ไอร้อนจะทำให้ขนมครกนิ่ม ยิ่งปล่อยทิ้งไว้จนเย็นชืดมันจะแข็งกินไม่อร่อย คนส่วนใหญ่ชอบกินขนมครกร้อนๆ ยกเว้นบางคนกลัวปากพองขอแบบไม่ร้อนก็มี พี่ทำให้ได้ตามความต้องการของลูกค้า” พ่อค้าขนมครกบอกเล่าถึงยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา “ทุกวันนี้เปิดร้านขายตั้งแต่ตี 3 มาเตรียมแป้งและต้มกะทิที่ร้าน ทำสดใหม่ทุกวัน พอทำเสร็จพร้อมขายทันที มีแม่ค้าในตลาดมาเตรียมร้านค้ากันตั้งแต่ตี 3 รวมถึงแม่ค้าจากที่อื่นมาจ่ายตลาดที่นี่ก็เป็นลูกค้าประจำของเรา บางครั้งโรงแรมอมารี ตรงสนามบินดอนเมือง ก็มารับขนมครกไปจัดเลี้ยงให้ลูกค้าในโรงแรม แต่สภาพเศรษฐกิจตอนนี้มันไม่ได้กระทบแค่ร้านขนมครกของพี่ร้านเดียว แต่กระทบไปทั่วโลก เป็นเหตุผลที่พี่ตัดสินใจไม่ขึ้นราคา ขายกล่องละ 20 บาท ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนไม่มีเงิน ขอซื้อ 10 บาท พี่ก็ขายทั้งที่ราคาวัตถุดิบทุกอย่างถีบตัวสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ทุกวันนี้ต้องฮึดสู้เพราะลูกยังอยู่ในวัยเรียน ต้องสู้เพื่อให้ครอบครัวอยู่รอดให้ได้ สุดท้ายอยากเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องมาเดินเลือกซื้อของที่ตลาดสดวัฒนานันท์ ช่วยมาเป็นกำลังใจให้พ่อค้าแม่ค้าด้วยนะครับ” พี่สุวรรณกล่าวทิ้งท้ายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม สนนราคา ขนมครก 7 คู่ ราคา 20 บาท และ ขนมครก 10 คู่ ราคา 30 บาท ร้าน “สุวรรณ ขนมครก” เปิดขายทุกวัน ไม่มีวันหยุด เพราะพี่สุวรรณไม่รู้จะหยุดไปไหน ลูกเมียเขาอยู่ที่จังหวัดหนองคายกันหมดนะครับ ขายทุกวัน ตั้งแต่ 03.00 ถึง 15.00 น. โทรศัพท์ 08–0809–4329 สั่งผ่านแอปพลิเคชัน Robinhood ค้นหาร้าน สุวรรณ ขนมครก. คุณชายแป๊ะ