ธรรมเนียมปฏิบัติชาวจุฬาฯอย่างหนึ่งคือ การส่งมอบธงมหาวิทยาลัยพร้อมคณะต่างๆจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อกำหนดความรับผิดชอบ ในการจัดงานจุฬาฯประจำปี ซึ่งในปี’19 เป็นหน้าที่นิสิตเก่าจุฬาฯ ที่เข้าเรียนปี 2519 ซึ่งเป็นช่วงประวัติศาสตร์ เพราะปีแรก ก็เจอเหตุการณ์ 6 ตุลาฯพอดียุคนั้น วัยอลวน ที่นำแสดงโดยคู่พระนางหน้าใหม่ ไพโรจน์ สังวริบุตร และ ลลนา สุลาวัลย์ กลายเป็นหนังม้ามืด ที่โกยเงินมหาศาล ทำให้ นิสิตเก่าจุฬาฯ รหัส 19 ซึ่งมี พสุ โลหารชุน เป็นประธานรุ่น ได้ไอเดีย ชวนเพื่อนร่วมรุ่นทำกิจกรรม เพื่อสถาบันและสังคม ด้วย Music Festival ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 2 จึงอิงยุคนั้น ด้วยงานชื่อ Music Festival #2วัยอลวน คนน่ารัก ทำให้มีคนที่คิดว่าตัวเองน่ารัก มากันพรึ่บ ในงาน มีการรำลึกความหลังที่ศาลาพระเกี้ยว และฟังเพลง ชู้วับชู้วับ กับนักร้องร่วมสมัยนู้น ชัยรัตน์ เทียบเทียม กับวง From Here to the Moon ซึ่งร้องตามได้ทั้งฮอลล์ และยังมีเพลงจาก อาทิ นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล ประธานจัดงาน ที่จัดเต็มทั้งเพลงและชุดเอลวิส ส่วน เสน่ห์ ศรีสุวรรณ ชวนทอล์กกับ มาโนช พุฒตาล แล้วแถมเพลงพรานทะเล ด้วยสุ้มเสียงเหมือน ครูเอื้อ มาเอง ฝ่าย 3 หนุ่มน้อย กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ เทวินทร์ วงศ์วานิช เชาวลิต เอกบุตร รับพวงมาลัยจากแม่ยกจนล้นคอ พอๆกับ ชุลีพร โชติวรรณ ดลชัย บุณยะรัตเวช พล.อ.ต.ม.ล.ประกิตติ เกษมสันต์ ที่นำวง Handle with care นิสิตเก่าสถาปัตย์ มาเขย่าขาแดนซ์ พร้อม Variety Dance ทั้งรำวง และ Polka Dance ที่ฮาสนั่นคือ รีวิวประกอบเพลงจาก ภัทรทรัพย์ พรมณฑารัตน์ และ เกศินี บูชาชาติ ที่แปลงโฉมจนเพื่อนจำแทบไม่ได้ กว่าจะรู้ว่าต่างก็เป็นตำนานรุ่นก็หัวเราะกันเหนื่อย ทีมเบื้องหลังความสนุกคือ ศิลปชัย วัชระ ยุถิกา สนธยานาวิน จิระศักดิ์ วรุณธัญญะ อัมพร ต่อศิริสุข มาดี ศรีนพพงศ์ ฯลฯ จึงมีคนบอกว่า ถ้ารวมตัวตั้งบริษัทออร์กาไนเซอร์รับรองรุ่ง เพราะลุยจัดกันเอง โดยแบ่งหน้าที่เพื่อนตามถนัดของนิสัย ทำให้เพื่อนๆพร้อมเพรียงกับธีมงานทุกสคริปต์ อาทิ อุษา ล่ำซำ เปรมฤดี สุวรรณทัต กนกนภพร โสธรศักดิ์ ชนิดา พงษ์เลื่องธรรม และ รวีวรรณ นาควัชระ ชวนกันเป็น น้องโอ๋ วัยอลวน ใส่กางเกงขาบาน กระโปรง เสื้อลายดอก ส่วนหน้าที่บนเวที ให้ ปัญญา กิจเจริญการกุล และ นงนาถ กมลาศน์ ณ อยุธยา เป็นพิธีกร เพราะจิกกัดเก่ง. ผู้หญิงเก่งหลายสไตล์ พลอย จริยะเวช ซึ่งเป็นทั้งนักเขียน นักแปล และ Concept Designer นำความสนุก จากหนังสือชุด เพลินพระนคร ที่เขียนเล่าเรื่องราวและร้านอาหารในย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ อย่าง ทรงวาด เยาวราช เจริญกรุง ฯลฯ มาถ่ายทอดเป็นอีเวนต์สวยงาม และมีสไตล์ ตามแบบฉบับของเธอ ด้วย Afternoon Tea ที่นำของอร่อยจากร้านรวงที่กล่าวถึงในหนังสือ มาจัดวางบนชั้นสองของร้าน Songviet @Songwat ซึ่งบูรณะอาคารเก่า และตกแต่งย้อนยุคเหมือนย้อนวันเวลากลับไปอดีต ชั้นล่างเป็นร้านอาหารเวียดนาม ชั้นบนสำหรับไปจัดกิจกรรมเพราะ คุณพลอย มี FC มากมาย พอเปิดตัว ทุกคนจึงแย่งกันกดจองแทบไม่ทัน ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าจะจัดอีเวนต์อะไร ก็มีแต่คนรอ เพราะไม่ใช่แค่ของอร่อย แต่ผ้าปูโต๊ะ ชุดชา ถ้วยจานชาม ที่จัดมาใช้ในงาน ก็ถูกคนที่ไปงานถามซื้อทุกสิ่งอย่าง ทำให้ คุณพลอย ต้องไปเดินหาของสวยของงาม มาให้ FC ได้ช็อปปิ้งด้วย.โสมชบาคลิกอ่านคอลัมน์ "ของว่างวันอาทิตย์" เพิ่มเติม