ยืนหนึ่งพ่อบุญทุ่มวาเลนไทน์ปีนี้ ยกให้หนุ่ม “จิ๊บ–วสุ แสงสิงแก้ว” เปย์หนัก ขนเงินสด 12 ล้าน หอบดอกไม้อลังการเต็มคันรถมอบให้ภรรยาสุดที่รัก “จ๊ะจ๋า–พริมรตา” ในวันวาเลนไทน์และวันครบรอบแต่งงาน 1 ปี พร้อมรถวินเทจสุดก็คลาสสิกที่เห็นก็ยกให้ จ๊ะจ๋า เลยต้องขอเปิดใจ “จิ๊บ” วาเลนไทน์ปีนี้เปย์หนักมาก แค่เงินสดก็ 12 ล้านแล้วหรือเปล่า? “ใช่ๆ (หัวเราะ) อยู่กันมา 12 เดือน เดือนละล้านพอดี” รถอีกเท่าไหร่?“ยังไม่ได้รวมบิล ค่ารถ ค่าเครื่อง เดิมรถคันนี้สีแดงแต่จ๋าเป็นคนชอบสีแหววๆ พี่เลยตั้งใจไปทำสีชมพู ทำเป็นปีเลย กะได้เวลาที่เหมาะสมให้เขา ไปสั่งปักชื่อไว้ที่เบาะรถซะเลย เป็นรถเชฟโรเลต BEL AIR1957 รุ่นท็อปฮิตของอเมริกา ยุคหลังสงครามโลก ตั้งใจหาเพราะเป็น 1 ในรุ่นที่เอลวิสเคยใช้”ความตั้งใจในปีนี้ที่กลายเป็นพี่จิ๊บสายเปย์ภรรยาหนักมาก? “เอาจริงๆเลยไม่มีอะไรคิดชั่ววูบชั่ววาบเลย ใน 12 เดือนที่ผ่านมา เราเพิ่งเริ่มต้นชีวิตคู่ พี่เห็นว่าจ๋ามีความเปลี่ยน แปลงสัมผัสได้ชัด เขาเป็นคนที่มีความเป็นตัวเองสูงมาก มีความเป็นศิลปินสูงมากจะมาลงให้ใครหรือเคารพรับฟังความเห็นของใครคนสักคนแล้วเอามาใช้เป็นวิถีการดำเนินชีวิตมันเป็นเรื่องที่ยากมาก ทุกคนต้องปรับ เหมือนในหนังคิง ริชาร์ด ที่บอกว่า สปีชีส์ที่น่ากลัวที่สุดคือผู้หญิงที่มีความรู้ ยิ่งเก่ง คล่อง ยิ่งมีความรู้ ฉลาด ยิ่งมีความเป็นตัวของตัวเองสูง อย่างที่รู้ว่าระหว่างทางไม่ง่ายเลย มีช่วงต้องปรับตัวมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้ต้องลบเหลี่ยมคมของตัวเองเพื่อให้เข้ากันได้พี่มองว่าเป็นการเสียสละของเขา ความทุ่มเทของเขาเราซาบซึ้งและเรารู้สึกไม่ใช่เรื่องง่าย เราเห็นการเปลี่ยนแปลง และอีกแง่ จ๋าเป็นคนที่ เหนื่อยมาในชีวิต เขาเนี่ยไม่ได้สไตล์ลูกคุณหนู ต้องทำงาน เป็นเด็กกตัญญู ซัพพอร์ตครอบครัวมาตลอดเขาทำด้วยความสุข พี่จะพูดกับเขาตลอดว่าถึงยูทำงานหนักไม่ต้องบ่นว่าเหนื่อยนะ เพราะว่ายูโชคดีแค่ไหนได้ทำในสิ่งที่ยูรัก จะเตือนจ๋าระวังอย่างเดียวเรื่องสุขภาพ อย่าไปเครียด พอมีโอกาสเราก็ตอบแทนให้เขารู้สึกว่าเราซาบซึ้งที่เขาอยู่กับเราเพราะคนที่อยู่กับพี่ไม่ได้อยู่ง่าย พี่ก็เหมือนเขา แค่แก่ ขึ้นมา 10 กว่าปี (หัวเราะ) บทเฮี้ยวขึ้นมาสมัยก่อนเราก็เฮี้ยวน่าดู เราเห็นตัวเราเอง 16-17 ปีที่แล้ว พอเราเห็นเขาเหมือนกระจกส่องเราเอง เลยเข้าทางบอกกล่าวกันได้ โชคดีเขาอารมณ์ดีเขาก็ฟัง วันไหนเจ้าแม่ไม่เหนื่อยมากก็ฟัง วันไหนเจ้าแม่นอนน้อย เหนื่อยมาก หงุดหงิด ก็เป็นความซวยของเราไป (หัวเราะ)”ทำเซอร์ไพรส์จ๋ากันตอนไหน? “ให้ตั้งแต่ 13 ก.พ. เพราะดูตาราง วันวาเลนไทน์ ร้านดอกไม้ของจ๋า ออเดอร์เยอะมาก พี่แอบเตรียมการนานมาก แต่เอาจริงๆเรามีเวลาอยู่ด้วยกันแค่นิดเดียวเอง จ๋าเองเขามีถ่ายรายการ พิธีกร ละครและร้านดอกไม้ และพี่เองละครไม่ใช่ ว่าไม่ยุ่ง วันก่อนมีคิวถ่ายอยุธยา นัดทีมงานแอบนัดแนะจัดดอกไม้ คนรถสแตนด์บายตี 5 ครึ่ง จัดดอกไม้ 2 ชม. เพื่อที่เขาตื่นมาก่อนออกไปทำงานจะได้เห็นมัน ฉกฉวยเวลาช่วงนั้น เขาตื่นเต้นดีใจแฮปปี้ แต่เวลาแฮปปี้ของเขาไม่ได้อยู่นานเพราะว่าพี่ เดี๋ยวจ๋าต้องไปฟอลโลออเดอร์ลูกค้าแล้ว จ๋านั่นนี่โน่น ไม่มีเวลาได้หวานขนาดนั้น และตัวพี่เองได้แค่ 11 โมงจะต้องวิ่งไปถ่ายละครที่อยุธยา พี่เลยบอกเขาอนุญาตเซอร์ไพรส์ล่วงหน้า 1 วัน เพราะถ้าตรงวันหมดสิทธิ์เพราะต่างคนต่างมีงาน ขนาดรูปจะส่งให้จ๋าเพื่อจะโพสต์เขายังไม่มีเวลาเลย พี่เลยตัดสินใจโพสต์เอง เพราะคนตามไอจีพี่ไม่เยอะอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าลงไปจะเป็นข่าวอะไรขนาดนี้” พี่จัดหนักกว่าตอนเป็นแฟน? “เมื่อเป็นสามีภรรยาแล้วจะต้องดูแลได้มากกว่าเป็นแฟนสิ ยิ่งอยู่กันนานเท่าไหร่ยิ่งจะต้องดีมากขึ้นเรื่อยๆ สำคัญยิ่งแก่ยิ่งอันตรายเพราะไม่รู้ไปเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีหลักประกันที่ทำให้เขามั่นใจในชีวิตให้มากที่สุด”จิ๊บเปย์มากทำให้คู่อื่นดูเล็กจิ๋วไปเลย? “ไม่จิ๋วๆ พี่เชื่อว่าทุกคนมีหัวใจหนึ่งดวงเท่ากันเพราะฉะนั้น ถ้าคุณมั่นใจว่าคุณรักใครสักคนอย่างเต็มหัวใจทั้งดวงของคุณแล้ว ไม่มีใครมากใครน้อยไปกว่ากันหรอก ความรักของทุกคนมีค่าเท่ากันหมด คุณค่าของจิตใจ ไม่ใช่มูลค่าของเงินทองสิ่งของอะไรทั้งสิ้น ขออย่างเดียวเป็นความรักบริสุทธิ์ จริงใจและซื่อสัตย์”แล้วจ๊ะจ๋ามีเซอร์ไพรส์กลับมั้ย? “เขาบอกว่าเซอร์ไพรส์ซะเองที่เลือกชีวิตถูก (หัวเราะ) แกพูดเล่น เหมือนกับว่าเราใช้ชีวิตในสายตากันและกันตลอด ฉะนั้นเรารู้ว่าเป็นวาระที่หนักอึ้งตึงเครียดในเรื่องของงาน พี่ไม่ได้คาดหวัง บอกเขาไม่ต้องมีอะไรให้พี่เลยนะ ถ้าอยากจะให้พี่ก็ขอแค่ดูแลตัวเองให้ดี เชื่อมั้ยว่าทำง่ายมากแต่แค่นี้แกทำไม่ได้ เพราะเป็นคนบ้างาน ขอแค่นี้แกยังบาลานซ์ตัวเองไม่ได้เลย ทำโจ๊ก ทำข้าวต้มร้อนๆไปให้กินยังโดนเม้งเลย" เจอแบบนี้น้อยใจมั้ย? “เข้าใจนะ แต่มีอารมณ์เสียใจอยู่บ้าง ตั้งแต่สมัยเป็นแฟน แต่ตอนหลังเข้าใจกัน รู้ทรง รู้วิถี คบกันมานาน เรามีการตกผลึกทางความคิด หลังๆรู้ทางกันแล้ว” เอาจริงๆ 14 ก.พ. มีดินเนอร์กันมั้ย? “ไม่มี (หัวเราะ) หน้าที่ของพี่คือ รอคุณนายเสร็จงานเมื่อไหร่ให้ไปรับ ประโยคสุดท้ายที่คุยกันของวัน จ๋ามีอะไรให้พี่ช่วยบ้างมั้ย แบ่งเบาอะไรได้บอกมา คำตอบ อย่ามากวนใจให้จ๋าเสียสมาธิก็พอ จ๋าทำงาน จบข่าว กลับบ้านนั่งลูบหัวหมาไป มะลิ หมูตุ๋น แม่เค้าทำงานนะ โอเค พ่ออยู่กับพ่อเอง (หัวเราะ)” เรื่องมีทายาทล่ะ?“ยังไม่ได้แพลน สถานการณ์ไม่น่ารื่นรมย์ โควิดเดี๋ยวมาเดี๋ยวไป วัคซีนเดี๋ยวจิ้มเข็ม 3 เข็ม 4 ไม่รู้ร่างกายเราเป็นยังไงบ้างไปไหนใส่หน้ากากก็ไม่สนุก ถามว่าพักไว้ก่อนมั้ย ไม่ถึงขั้นคำนวณ นับวันไข่ตกก็ไม่ใช่ ปล่อยตามธรรมชาติ ถ้าจะอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้ว่าอะไร ความเห็นพี่กับจ๋าและจ๋าเห็นตรงกัน” จ๋าฝากไข่ไว้ก่อน? “ตอนนั้นยัง หมอใหญ่บอกสบายใจ ไปตรวจร่างกาย เผอิญเป็นคนออกกำลังกายตลอด เช็กระบบร่างกาย ทั่วๆไปเหมือนอายุร่างกายเลข 3 กว่า ยังไม่มีอะไรต้องกังวล ตอนนี้กระทั่งคิดจัดงาน รู้สึกไม่สะดวก ความอยากทำโน่นนี่ก็ไม่มีแล้ว ยังบอกจ๋า ถอดหน้ากากได้อย่างแรกขอพาเที่ยวก่อนนะเพราะว่ามันอยู่กันมา2 ปีกว่าแล้ว”.