ตอกย้ำความเป็นนักร้องคุณภาพ!! สำหรับ นนท์-ธนนท์ จำเริญ ศิลปินค่าย I am (ไอ แอม) สามารถคว้าดับเบิลแชมป์ จากรายการ “เดอะวอยซ์ซีซัน1” และ รายการ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง ซีซัน 4” ในนาม “หน้ากากเป็ดน้อย” ทำให้ทุกคนต้องทึ่งกับความสามารถรอบด้าน ล่าสุด ส่งซิงเกิลเพลง “มีผลต่อหัวใจ” กระแทกใจคนมีความรัก งานนี้เลยเปิดพื้นที่ให้หนุ่มหน้ามนมาเปลือยใจกับเส้นทางชีวิต 7 ปีบนถนนสายดนตรีที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องเรียกว่า “แพ้” จนเบื่อแต่ไม่ท้อ ใน “คนดังนั่งคุย”กลายเป็นแชมป์ 2 รายการที่ยังไม่มีใครทำได้?“ผมมองเหมือนเราไปรายการไปร่วมสนุกกัน เพียงแต่ว่ารายการนี้เราจะต้องคิดโชว์เอง ซึ่งก็สนุกดี”ไม่มีใครทำได้ขนาดนี้?“ผมไม่ได้เป็นขนาดนั้นเลย ไม่เคยเป็นแบบนั้นได้ด้วยตั้งแต่เด็ก เราแพ้จนเบื่อ แต่เราไม่ท้อนะ ยิ่งแพ้เรายิ่งเข้าใจตัวเองมากขึ้น อย่างที่บอกในรายการเดอะมาส์ก ถ้าเรามัวแต่ คิดว่าแพ้เราจะไม่กล้าเริ่มอีก สาเหตุที่เราประกวดมาตลอดเพราะไม่มีคำว่าแพ้มีแต่คำว่าชนะและได้บทเรียน ซึ่งครั้งนี้ รายการชวนมา ในหัวเรามีดีไซน์โชว์มาอยู่แล้ว เราอยากจะร้องหลายๆแนว รายการนี้มีพื้นที่ให้เราก็เลยมาเท่านั้นเอง” การเปลี่ยนแปลงที่เราเจอหลังจากคว้าแชมป์เดอะมาส์กล่ะ?“ผมยังเหมือนเดิม เปลี่ยนไปจะเป็นลักษณะกายภาพภายนอก พอเราได้แชมป์หน้ากาก ถามว่าเรามีชื่อเสียงมากขึ้นแล้ว เพื่อนๆเริ่มไม่กล้าติดต่อ บอกเลยติดต่อได้ ยังเหมือนเดิม เรารู้สึกว่าชื่อเสียงมันมาแล้วมันก็ไป จับต้องไม่ได้ เป็นสิ่งที่คนอื่นหยิบยื่นให้ แต่ตัวตนเราต่างหากที่จับต้องได้คือเราก็ยังเหมือนเดิม ผมก็ใช้วิถีชีวิตปกติ เพียงแต่โตขึ้นมีมุมมองกว้างขึ้น เป็นคนธรรมดาที่มีผิดมีถูกเหมือนเดิม อยู่วงการนี้ไม่ได้อยู่เพื่อจะดังแต่อยู่เพื่อทำงานดีๆ ตายไปหรือแก่ตัวไปจะได้อวดลูกได้ ถ้าเราคิดว่าทำไปเพื่อคนชอบเตรียมผิดหวังได้เลยเพราะมีคนไม่ชอบแน่นอน เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรให้คนชอบแต่ทำอะไรเพื่อหวังดีอันนั้นดีสุด”มีตำแหน่งแชมป์ 2 เวทีจะมีผลกับงานเพลงของตัวเองมั้ย?“ไม่เลยครับ ผมไม่แบกดับเบิลแชมป์เลยเพราะเป็นสิ่งที่คนหยิบยื่นให้ เราต้องขอบคุณมากๆ แต่มาคิดว่าเราเป็นแชมป์ 2 แชมป์มั้ย ไม่หรอกครับ อย่างดีแฟนคลับชอบแซว ผมก็จะแซวกลับ เห้ย! นี่แชมป์นะเกรงใจหน่อย เอาจริงๆเราไม่ได้คิดแบบนั้น เรายังเด็กเกินที่จะแบกอะไรแบบนั้น ต่อให้ผมอายุ 40 ผมก็ยังคิดว่าเด็กเกินไปที่จะแบกอีโก้ เพราะอีโก้มันหนักนะ ฉะนั้นคิดดีๆ ถ้าจะแบก หลักๆเราคิดว่าเป็นศิลปินแล้วก็ตั้งใจทำงานให้มันดีแค่นั้นเอง”มาถึงซิงเกิลล่าสุด “มีผลต่อหัวใจ” ชื่อเพลงตั้งใจจะบอกใครเป็นพิเศษ?“บอกตัวเอง (ยิ้ม) เพลงนี้จริงๆเป็นเพลง ที่เล่าต่อจากเพลง ฝืนตัวเองไม่เป็น หลักๆเราเล่าเรื่องตัวเอง คือเราชอบคนคนนึง ไม่ว่าจะลงเอยหรือไม่ลงเอย ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ ไม่ว่าจะลืมหรือไม่ลืม ท้ายที่สุดมีอะไรสะกิดเข้ามานิดนึงจะมีผลต่อหัวใจเสมอ”ขอบคุณ : i am official channelเป็นโมเมนต์คิดถึงคนรักเก่า?“เป็นคนที่เราชอบก็ได้ รู้สึกดี อาจจะไม่ได้รักจริงจัง”แสดงว่ามีตัวตน?“มีจุดเริ่มต้นแต่ตัวตนไม่มีแล้ว เค้าก็ไปอยู่กับคนที่มีผลต่อหัวใจของเขา” กระแสเพลงนี้ไปรวดเร็วมาก?“ตกใจครับ อย่างที่บอกผมตั้งใจทำงานให้ดีตลอด ไม่ได้คาดหวังว่าผลลัพธ์จะออกมาจะต้องดี เพราะเพลงคืองานอาร์ต งานศิลปะ มันขึ้นอยู่กับรสนิยมของคน”เท่าที่อ่านคอมเมนต์ แล้วอิ่มเอม?“จริงๆมีหลายคอมเมนต์ มันอาจจะไม่ใช่โมเมนต์เศร้าที่สุด แต่เค้าจะบอกขอบคุณมากเพลงนี้อยู่กับเค้าเป็นเพื่อนกับเค้า ทำให้เค้ามองภาพกว้างของตัวเองมากขึ้น ดีใจเพราะนั่นเพลงทำงานมากกว่าเพลง มีคนรับรู้ได้ ผมถือว่าผมประสบความสำเร็จแล้ว” เปิดตัวด้วยเพลงนี้อาจจะส่งผลทำให้มีสาวๆเข้ามาหาเรามากขึ้นมั้ย?“ผม 22 แล้วนะครับ มีได้ คุยไปเรื่อยๆตัวเราเอง หลักๆยังยุ่งกับงาน ตอนนี้เราทำงานคนเดียวในบ้าน ล่าสุดผมเพิ่งส่งพี่ชายเรียนจบไป ป.ตรีแล้ว พี่ชายกำลังดูเรื่องของงาน ก็ภูมิใจ รีบบอกเค้าทำงานได้แล้วจะได้มาช่วยกัน ถามว่าตอนนี้มีคนคุยมั้ย? ไม่มี ชีวิตตอนนี้ค่อนข้างหนักอยู่แล้วเรียนและทำงานด้วย เวลาให้ตัวเองด้วย เพราะเราก็เป็นคนชอบเล่นเกม เวลาว่างก็อยากเล่นเกม”แสดงว่าติดเกมมากกว่าติดสาว?“ติดเกม ติดดนตรี แต่ถ้ามีบ้างก็ดีจะได้กระชุ่มกระชวยหัวใจ” โสดไร้แฟนเหงามั้ย?“ผมโชคดีอย่างนึง ผมรู้สึกว่าเราเป็นคนที่อยู่ด้วยตัวเองได้ เราได้จากการไปบวช เราเข้าใจหลักการใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ได้รู้ทั้งหมด เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น รู้จักจัดสรรปันส่วนชีวิตตัวเองยังไง โชคดีเรามีกลุ่มแฟนคลับ ปกติเวลาพูดว่าแฟนคลับผมจะหยีปากตัวเองมากแต่ต้องพูดแบบนี้จริงๆ เราไม่ได้อยู่ในส่วนของแฟนกับศิลปินแต่เราอยู่แบบครอบครัวเดียวกัน แต่ถามวันนึงผมอยากมีครอบครัวอยู่ดี ซึ่งผมมองว่าอย่างน้อย ตอนนี้มีความสุขมาก ผมอยากให้เป็นอย่างนี้ตลอดไป ก็ขอบคุณทุกๆคนที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน”ความรักตอนนี้คุยๆ แต่ยังไม่ชัดเจนหรือเปล่า?“ครับ ทั่วไป มาก็คุย ไม่ไหวก็เบรกไว้ก่อน”เจ้าชู้นะเนี่ย?“อยากเจ้าชู้เหมือนกันครับ (หัวเราะ) แต่ด้วยหน้าตาไม่สามารถทำได้ ไม่ครับ ไม่เจ้าชู้ คบใครคบทีละคนอยู่แล้ว คุยทีละคนแต่ให้มันได้คบก่อนนะ ได้คุยจริงจังก่อนค่อยว่ากัน” กลัวการเริ่มต้นคุยกับใครสักคนจะไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดเอาไว้?“กลัวครับ กลัวการเริ่มต้นใหม่”อาจจะกลัวการเริ่มต้นแต่ไม่กลัวการจีบสาวรึเปล่า?“ไม่ครับ ผมไม่เคยจีบใคร เห็นผมหยอกเล่นแบบนี้ ผมไม่จีบใคร เวลาชอบกันจะคบเป็นเพื่อนก่อนเป็นปีหรือหลายเดือน ถึงเริ่มคบเป็นแฟน ต้องเริ่มเป็นเพื่อนก่อน เราเป็นแบบนี้ ไม่เดือดร้อนเรื่องแฟน เหมือนแอร์มีก็ต้องเย็น ถ้าวันไหนไม่เย็นก็ตบๆมันหน่อย มันกลับมาเย็นโอเคยังไปต่อกันได้ แต่ถ้ามีแล้วร้อนขึ้นมากกว่าเดิมไม่มีซะดีกว่า” พ่อแม่มีหวงนนท์ไม่อยากให้มีแฟนบ้างมั้ย?“ไม่เลยครับ แม่เข้าใจแม่บอกเลยว่าเรื่องความรักมันมีได้แต่เราต้องฉลาดมี ถ้าเรามีแล้วเราสุขหรือเปล่า เรามีแล้วจมกับทุกข์หรือเปล่า ถ้ามีพากันดี ชีวิตดีมีความสุข เป็นความรักส่งเสริมกันแม่ก็โอเค เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจเราขับเคลื่อนในที่สุด ซึ่งตัวผมคิดแบบนั้นมาตลอด ถามว่าอยากมีครอบครัวมั้ยก็อยากมี หลายๆคนบอกเป็นดาราต้องโสดหรือเปล่า ไม่ขนาดนั้น ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นซุปเปอร์สตาร์ เป็นคนธรรมดาที่ทำงานในวงการบันเทิง เราให้อะไรกับสังคมได้เราให้ไป เรามองว่าเราดีใจที่เราเป็นความสุขของคนดู ถึงวันนึงเค้าไม่ชอบเราไม่ว่าเลย เราไม่เคยบังคับใครให้รัก ถึงวันนึงมีคนรักเราดีใจมาก มันดีมากไปอีกถ้าเค้ารักเราในแบบที่เราเป็นเรา สุภาษิตมันเรื่องจริงนะ ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ตัวผมเองกับแฟนคลับอยู่กันมา 7 ปี พิสูจน์ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว”7 ปีมองย้อนกลับไปเราเห็นอะไร?“ถ้าพูดแล้วยาวแน่นอน ผมรู้สึกว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอนเลย ผมร้องเพลงตั้งแต่ 7 ขวบ ประสบการณ์ร้องเพลงมากกว่านักร้องหลายๆคน ระยะทางการร้องเพลง 15 ปี เราแพ้เกือบทั้ง 15 ปี ก่อนเข้าวงการเราแพ้มาตลอด เราแพ้แต่ทำไมยังเชื่อมั่นเพราะเรารักที่จะให้ความสุขกับคนอื่น เราตลก เห็นคนอื่นขำเราก็ยอมตลก แต่เราจะไม่ได้ยอมทำถ้าเราทุกข์ วันนี้เรามีความสุขจากคนอื่นที่มีความสุขจากเรา กลายเป็นว่าเราดีใจ เราเชื่อในสิ่งที่ถูกมาตลอด สิ่งที่พ่อแม่บอก ลูกทำไปเลยถ้าไม่เดือดร้อนชาวบ้านเดี๋ยวแม่เอาใจช่วย เดี๋ยวแม่สนับสนุน พ่อยิ้มดีใจที่เห็นลูกร้องเพลง ทั้งๆที่ตอนนั้นไม่มีใครคิดว่าเราจะเป็นศิลปินได้ กลับกันมีคำดูถูก มันมีบททดสอบหลายอย่างที่พิสูจน์เรา แค่เราซื่อสัตย์กับสิ่งที่เราคิดว่าดี ทำไปเลย ผมขอบคุณชีวิตนี้มาก ถ้าวันนึงผมตายก็ไม่เสียดายแล้ว”พอกลายเป็นคนดังจะมีการขุดภาพในอดีตมาแฉ?“ประจำ ผมบอกเลยใครเอารูปเก่ามาแฉผมไม่กลัว ผมชอบมาก ฝากหาให้ด้วย บางรูปเราแทบไม่เจอ”หน้าตานนท์มาไกลมากเลยนะ?“จริงๆก็ไม่รู้จะเถียงยังไง เราไม่ได้คิดว่าจะได้มาขนาดนี้ เราไม่คิดจะได้เดินแฟชั่นโชว์ หน้าตาเถื่อนมากตามประสาเด็กใต้เลย ไม่อายเพราะเป็นตัวเราเองจะหนีไปทำไม รูปสมัยเรียนเพื่อนส่งภาพมาให้ อืม! ขี้เหร่ แต่เรามองว่านั่นแหละเราไม่สมบูรณ์แบบเราเลยอยากสมบูรณ์แบบ เราเลยอยากพัฒนาตัวเอง ซึ่งทุกคนที่แชร์รูปเราอย่างน้อยเค้ามีความสุข นั่นคือสิ่งที่เราแฮปปี้”ทำศัลยกรรมอย่างที่เค้าเม้าท์ๆกันรึเปล่า?“ผมจัดฟันอย่างเดียว ผมไม่กล้าทำศัลยกรรมด้วยซ้ำ ผมรู้สึกกลัวเจ็บและเสียดายสตางค์เพราะทำไปคงไม่ได้ดีเท่าไหร่ และที่จัดฟันเพราะฟันเรามีปัญหาฟันกรามมันยื่นออกมา ทำให้เวลาร้องเพลงทำให้คำบางคำออกเสียงยาก และฟันเริ่มห่าง พอมีการขุดรูปเก่าๆขึ้นมาแล้ว เอาเราเป็นแรงบันดาลใจด้วยในการพัฒนาตัวเองเราเชื่อทุกคนบนโลกใบนี้ไม่มีใครขี้เหร่ ไม่มีใครดูไม่ดี สังขารมนุษย์ สวยไม่สวย ชอบไม่ชอบเป็นรสนิยมที่ตัดสิน ไม่มีถูกหรือผิด ไม่มีใครขี้เหร่ เกิดมาสูงยาว ตัวเล็กสั้น มีประโยชน์ของมันอยู่เรามองหาประโยชน์ของมันให้เจอ”.ทีมข่าวบันเทิง