
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย เมื่อเดือน พ.ค.2560 ว่า ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอยู่ที่ 85.5 ลดลงจากเดือน เม.ย.ที่อยู่ในระดับ 86.4 ซึ่งลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.2559 ที่อยู่ในระดับ 86.5 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่มีแนวโน้มเงินบาทอาจแข็งค่าต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการบริหารต้นทุนของผู้ประกอบการส่งออก อีกทั้งผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียน การขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนด้านราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการที่ตอบแบบสอบถามคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 99.6 ลดลงจากเดือนก่อนอยู่ที่ 100.0 เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อภายในประเทศ โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคที่ยังไม่ฟื้นตัว และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ต้องการให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อีกครั้งหนึ่ง
“เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรม ของผู้ประกอบการที่ขายสินค้าในประเทศเป็นหลัก มีตัวเลขที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือลดลงมาอยู่ที่ระดับ 81.4 จากเดือน เม.ย.ที่เคยดีดตัวไปที่ระดับ 84.0 แต่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่เน้นจำหน่ายสินค้าไปยังต่างประเทศ กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 99.6 จากเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาที่อยู่ที่ระดับ 96.2”
นายเจนกล่าวว่า ส.อ.ท.ต้องการให้รัฐบาลเร่งหามาตรการขยายโอกาสตลาดส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีที่ต้องการให้หาทางช่วยเหลือ อาทิ การจัดงานแสดงสินค้า เจรจาหาผู้ซื้อ จับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ และโรดโชว์ในตลาดอาเซียน เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าไทยที่ตลาดยังให้การยอมรับและเชื่อมั่นในคุณภาพ แม้ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่ยังมีโอกาสค้าขายได้อีกมากในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี.