
นายเอเดรียน ไวสส์ หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการบริหารความมั่งคั่ง ธนาคารซิตี้แบงก์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยประเมินเศรษฐกิจโลกปีนี้จะขยายตัว 3% และปี 61 ขยายตัว 3.4% ส่วนเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 3.4% และปี 61 เติบโต 3.6% ปัจจัยที่หนุนวัฏจักรการฟื้นตัวให้แข็งแกร่ง คือ กำไรจากภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น กิจกรรมด้านอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ และการฟื้นตัวของการลงทุน
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่อาจมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ คือการชะลอตัวอย่างรุนแรงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความกังขาต่อนโยบายการปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่ธนาคารกลางส่วนใหญ่ ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ยังคงนโยบายการเงินผ่อนคลาย ทำให้ส่วนใหญ่ปีนี้ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม ยกเว้นธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง “อัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังผันผวนเนื่องจากการเมืองซึ่งกดดันไม่ให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดก็จะไม่ช่วยให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าเช่นกัน ดังนั้นนักลงทุนควรกระจายความเสี่ยงในการลงทุน”
นายเอเดรียน ไวสส์ กล่าวอีกว่า ซิตี้แบงก์ให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่รวมทั้งเอเชีย ละตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก เนื่องจากได้รับผลบวกจากเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัว คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่งผลดีต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดเกิดใหม่ให้ขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 รวมทั้งที่ผ่านมาราคาหุ้นในตลาดเกิดใหม่ยังถูกกว่าตลาดหุ้นหลัก โดยอัตราราคาต่อกำไรสุทธิ หรือพีอี เรโชอยู่ที่ 13 เท่า ขณะที่ตลาดหุ้นหลัก เช่น อเมริกา อยู่ที่ 19 เท่า โดยกลุ่มที่น่าสนใจ คือ กลุ่มการเงิน เทคโนโลยี และพลังงาน.