รับทราบกันทั่วไปทั้งคนเด็ก แก่ สาวหนุ่ม ชายหญิง ต้องหลับต้องนอน การนอนเป็นการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายและสมอง การนอนไม่พอ นอนหลับแต่ไม่ลึก ไม่มีคุณภาพทำให้ประสิทธิภาพของสมองบกพร่องทั้งการรับรู้ เรียนรู้ ระบบความคิด แก้ปัญหาวางแผนปฏิกิริยา โต้ตอบช้า และคนที่เป็นโรคลมชัก การนอนที่ไม่มีคุณภาพจะกระตุ้นการชักเข้าไปอีก ในสัตว์ประเภทฟันแทะและแมลงหวี่ การกำหนดไม่ให้นอนเลยเป็นวันถึงสัปดาห์จะตายหมดทีนี้การนอนดี ฟื้นฟูสมองได้อย่างไร เซลล์สมองเหมือนเซลล์ทั่วไปในร่างกาย เมื่อมีการทำงานก็ต้องการพลังงาน ต้องการอาหาร สารละลายเกลือแร่ และแล้วก็เกิดของเสียหรือ “ขยะ” ขึ้น ทีนี้การส่งกำลังบำรุงเข้าเซลล์สมองและการระบายขยะจากสมองซึ่งต้องมีท่อระบายจะทำได้ยังไง ในเมื่อสมองไม่มีระบบน้ำเหลืองหรือท่อน้ำเหลืองที่จะรับเสบียงและที่จะระบายของเสียออกระบบคล้ายน้ำเหลืองในสมองเรียกบัญญัติศัพท์และรับทราบกันทั่วไปในราวปี 2013-2014 โดยเรียกว่า “Glymphatic system” ทั้งนี้โดยเชื่อมโยงกับน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลังที่สร้างจากกระจุกเลือดในช่องโพรงสมอง รากศัพท์ของ Glymphatic โยงมาจากเซลล์เกลีย (Glial cells) ที่มีส่วนต่อกับผนังของท่อระบายคล้ายระบบน้ำเหลือง (lymphatic) เมื่อมีการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลังที่จะเรียกว่า CSF (Cerebrospinal fluid) การที่น้ำหล่อบำรุงเหล่านี้จะวิ่งผ่านเข้าในเนื้อเยื่อสมองได้ ต้องผ่านช่องว่างรอบๆเส้นเลือดแดง โดยที่แรงกระตุ้นตามจังหวะการเต้นของหัวใจจะส่งดันน้ำ CSF เข้าช่องว่างโดยผ่านรูที่แผงตีน (Foot plate) ของเซลล์เกลียแอสโตรไซต์ (Astrocyte) โดยรูนี้เรียกว่า “รูน้ำ 4” (Aquaporin-4, AQP4) และอยู่ที่ผนังของเซลล์แอสโตรไซต์ด้วย ซึ่งเซลล์สามารถปรับเพิ่มลดจำนวนรูและยอมให้ปล่อยน้ำผ่านได้มากน้อย และน้ำบำรุงจากช่องรอบๆ เส้นเลือด เมื่อผ่านรูน้ำนี้ก็จะไหลเรื่อยเข้าไปที่ช่องว่างระหว่างเซลล์ (Interstitial space หรือ IS) ซึ่งนอกจากส่งกำลังบำรุงให้เซลล์ต่างๆในสมองยังทำการชะล้างระบายของเสียที่ขับทิ้งอยู่ในช่องว่างระหว่างเซลล์ผ่านไปยังช่องว่างรอบๆเส้น เลือดดำ ซึ่งปฏิบัติตัวเป็นท่อน้ำเสียหรือท่อขยะทีนี้การนอนซึ่งต้องนอนแบบมีคุณภาพเกี่ยวยังไงกับสมองดีไม่เสื่อม ที่นอนดีคือหลับได้ลึกโดยมีคลื่นสมองแบบหลับจังหวะความถี่เชื่องช้าสบายๆ ในขณะตื่น สมองมีการทำงาน และมีการใช้พลังงานทำให้มีขยะมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้รวมทั้งผู้ที่กำลังเพาะบ่มหรือกำลังจะมีอาการของโรคสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์หรือมีอาการแล้วก็ตาม ขยะพิษเหล่านี้ เช่น เบตา-เอมิลอยด์ (Beta amyloid) อัลฟา-ซินนูคลีอิน (alpha synuclein) และโปรตีนเทา (Tau protein) ทั้งหลายเหล่านี้กองอยู่เป็นจำนวนมากมายอยู่ที่ช่องว่างระหว่างเซลล์ IS โดยเฉพาะในขณะตื่น แต่ปริมาณลดลงในขณะหลับ ซึ่งปรากฏการณ์นี้พิสูจน์ได้ทั้งในคนและในสัตว์ฟันแทะข้อพิสูจน์ในสัตว์ทดลองเป็นๆ คือหนู รายงานตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ (Science ปี 2013) และถือเป็นรายงานต้นแบบ โดยการใช้เทคนิคที่สามารถมองเห็นภาพเคลื่อนไหวของน้ำ CSF และสารขยะโปรตีนตามช่องว่างรอบโครงสร้างเส้นเลือดแดงและดำ ผ่านเข้าเนื้อสมองและออกตามท่อระบายน้ำเล็กๆระหว่างเซลล์ IS และทั้งนี้ทั้งนั้นยังขึ้นกับการที่มีตัวปรับความยืดหยุ่นของรูน้ำ 4 หรือประ-สิทธิภาพการส่งผ่านหรือการระบายที่ผิวเซลล์เกลียอีกด้วยขณะหลับดี ปรากฏว่าช่องว่างระหว่างเซลล์ IS จะมีขนาดใหญ่ขึ้นจาก 13-15% ขณะตื่นเป็น 22-24% ขณะหลับ และเมื่อดูอัตราการขับสารพิษ เบตา-เอมิลอยด์ในสมอง พบว่าขณะหลับ การขับทิ้งรวดเร็วกว่ามากมาย ตัวการที่พบตัวหนึ่งขณะตื่นที่ทำให้การระบายขยะเป็นไปได้ช้า และช่องระบาย IS แคบขณะตื่น คือขณะที่ตื่นจะมีระบบประสาทอัตโนมัติทำงานที่ทำให้ตื่นตัว นั่นคือ สัญญาณจากระบบอดรีเนอจิก (Adrenergic) จากเซลล์ Locus coeruleus ที่ก้านสมอง การให้ยานอนหลับในหนูเพื่อยับยั้งสัญญาณจะได้ผลคล้ายกับที่ได้ในขณะหนูหลับ ดังนั้นกล่าวโดยสรุป ภาวะที่ต้องใช้สมองในการให้ตื่นตัวตลอด เพื่อใช้ในการทำงาน ก่อให้เกิดสารพิษขยะที่ต้องการกำจัดทิ้งและเป็นที่มาของ “ความต้องการที่จะพัก” คือหลับสนิทอย่างสบาย และตัวขยะเหล่านี้น่าจะเป็นตัวกำหนดให้ต้องหลับแล้วนะ และเป็นเวลาที่ท่อระบายขยะขยายใหญ่ขึ้น โดยมีน้ำดี CSF ไหลโกรกมายังท่อ IS และไปขับทิ้ง ค่อยตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นหลับสบายนะครับแต่ต้องฝันดีด้วยหรือเปล่าถึงจะสมองดี ยังไม่ทราบครับ.หมอดื้อ