วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กระอัก! ไขปมคาใจ คนไทยซื้อบ้าน 3 ล้าน จ่าย 7 ล้าน ทำไมดอกเบี้ยแพงลิ่ว?

กระอัก! ไขปมคาใจ คนไทยซื้อบ้าน 3 ล้าน จ่าย 7 ล้าน ทำไมดอกเบี้ยแพงลิ่ว?

  • Share:

เมื่อคุณคือคนคนหนึ่งที่มีความฝันอยากจะได้บ้านสักหลังไว้คอยอาศัยแอบอิง แต่เปิดดูตังค์ในกระเป๋านั้นพบว่า ยังขาดอีกมากโข เปิดดูในบัญชีก็มีไม่พอจ่ายแม้กระทั่งเสาเข็ม หันซ้ายแลขวาไม่รู้จะเอาความฝันไปพึ่งพาไว้ที่ใคร สุดท้ายมารู้ตัวอีกทีก็พบว่า ธนาคาร คือ ทางออก...

คุณเลือกบ้านจนพอใจ ตัดสินใจเดินเรื่องกู้ซื้อบ้านที่มีราคาขาย 3 ล้าน จ่ายไปจ่ายมา บวกลบคูณหารรวม 30 ปี คุณต้องจ่ายมากถึง 7 ล้าน หรือบางรายอาจมีเหยียบ 8-9 ล้านเสียด้วยซ้ำ!


เพราะฉะนั้น คำถาม คือ ทำไมคุณต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงกว่าเงินต้นมากมายถึงเพียงนี้!? ทีมข่าวเจาะประเด็น มีคำตอบ!

ก่อนอื่นมาดูของต่างชาติ ดอกเบี้ยบ้านเขาจ่ายกันเท่าไหร่เชียว...ผศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยกตัวอย่างอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านในต่างประเทศกับทีมข่าวเจาะประเด็นไว้ว่า โดยเฉลี่ยดอกเบี้ยบ้านของเยอรมนี คือ 1% สวีเดน 2% ขณะที่ไทยโดยเฉลี่ยคือ 12% ยกเว้นลูกค้าเกรด AAA อาจจะได้อัตราดอกเบี้ย 4-6% แต่มีเป็นส่วนน้อยในสังคมไทย ดังนั้น หากคนซื้อบ้านในราคา 3 ล้าน ผ่อนระยะ 30 ปี เมื่อรวมดอกเบี้ยแล้ว ราคาที่ซื้ออาจถึง 7 ล้านบาท ส่วนคนเยอรมนี จ่ายค่าบ้านรวมดอกเบี้ยในราคา 3.3 ล้านบาท สำหรับการผ่อน 30 ปี...

“ทำให้กลุ่มทุนธนาคารรวยมากขึ้น แต่คนไทยจนลงและเป็นหนี้มากขึ้น ทั้งๆ ที่เราเป็นหนึ่งในชนชาติที่ทำงานหนักที่สุดในโลก ด้วยค่าเฉลี่ยชั่วโมงการทำงานสูงลิ่ว” ผศ.ดร.ษัษฐรัมย์ สะท้อนให้เห็นภาพ

ไขคำตอบ ทำไมดอกเบี้ยบ้านแพงลิ่ว?

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต หรืออดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ให้คำตอบ ‘ทำไมดอกเบี้ยบ้านแพง’ เอาไว้โดยละเอียด โดยทีมข่าวเจาะประเด็น ขอไล่เรียงเอาไว้เป็นข้อๆ ให้เข้าใจง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1.ธนาคารในประเทศไทยจะมีการรวมกลุ่มกันก่อตั้งเป็นสมาคมธนาคารไทย ซึ่งธนาคารต่างๆ ที่เป็นสมาชิกก็จะมีการตกลงพูดคุยกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ฉะนั้นการแข่งขันเพื่อเสนออัตราดอกเบี้ยให้กับประชาชน จึงมีไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น

“หากสถาบันการเงินแห่งต่างๆ มีการแข่งขันโดยเสรี หรือภาครัฐเปิดให้มีตัวเลือกทางการเงินมากขึ้น เช่น ถ้าธนาคาร ก. ดอกเบี้ยแพง ก็ไปธนาคาร ข. ถ้าธนาคาร ข. แพงก็ไป ธนาคาร ค. ก็จะทำให้ประชาชนมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น

“และบทบาทในการเป็นตัวกลางทางการเงินของธนาคารก็จะลดลง และจะส่งผลให้การกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเป็นธรรมกับประชาชนมากขึ้นนายอนุสรณ์ แนะทางแก้

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ

2.แม้ว่าธนาคารควรจะมีการแข่งขันทางด้านดอกเบี้ย เพื่อเอาใจลูกค้า แต่ธนาคารก็ไม่สามารถแข่งขันกันแย่งชิงลูกค้ามากจนเกินพอดี 

“ธนาคารไม่ใช่สินค้าประเภท เสื้อผ้า อาหาร ข้าวของเครื่องใช้ หากผู้จำหน่ายลดราคาแข่งกันมากเท่าใด ประโยชน์ก็ตกกับผู้บริโภคมากเท่านั้น แต่ธนาคารจะทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะถ้าเมื่อใดก็ตามที่ธนาคารเล่นเกมแข่งขันกันมากเกินไป ธนาคารจะเกิดความเสี่ยง และเมื่อใดที่ธนาคารล้ม ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับผู้ฝากเงิน เกิดหนี้เสีย เกิดผลกระทบอันใหญ่หลวงกับประเทศ” นายอนุสรณ์ กล่าวไปตามครรลอง

3.การกู้ซื้อบ้านในปีแรกๆ จะหักเงินต้นน้อย จึงทำให้มูลค่าหนี้ที่ผ่อนชำระในระยะยาวมีมูลค่าสูงขึ้นตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น เงินจำนวน 1,000 บาทในวันนี้ อาจมีมูลค่าเทียบเท่ากับ 100 บาทในอีก 30 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้วในระบบการให้บริการทางภาคการเงิน และเป็นไปตามเศรษฐศาสตร์การเงิน ฉะนั้น ธนาคารต้องคำนวณมูลค่าของเงินในอนาคตไว้ด้วย

4.นายอนุสรณ์ยังพูดให้เข้าใจง่ายๆ ถึงที่มาดอกเบี้ยบ้านแพงอีกว่า “หนี้อะไรก็ตามที่ต้องผ่อนยาวๆ ดอกเบี้ยจะยิ่งเยอะ เพราะเจ้าของเงินเขามีความเสี่ยง”

“หากคุณไปกู้เงินจากใครก็ตาม และคุณตัดสินใจจ่ายเงินคืนเขาในวันรุ่งขึ้น ดอกเบี้ยก็จะไม่สูง เพราะเจ้าของเงินหรือผู้ให้กู้มีความเสี่ยงน้อย แต่ถ้าคุณไปกู้เงินใครก็ตาม แต่คุณตัดสินใจจ่ายเงินคืนเขาในอีก 30 ปีข้างหน้า ดอกเบี้ยก็จะแพง เพราะเจ้าของเงินหรือผู้ให้กู้มีความเสี่ยงสูง” นายอนุสรณ์ อธิบาย

การกู้ซื้อบ้านเป็นการกู้ระยะยาว 30 ปี ฉะนั้น กว่าบ้านจะตกเป็นของผู้กู้อย่างแท้จริง ต้องใช้เวลากว่าค่อนชีวิต หรือเกือบจะเกษียณเสียด้วยซ้ำ ซึ่งนายอนุสรณ์ มองว่า “เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น และสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยมีปัญหาในการกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ คนรวยกระจุกตัว แต่คนจนกระจายอยู่มากมาย ซึ่งประเทศไทยติดอันดับ 3 ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้มากที่สุดในโลก”

5.ประเทศไทยมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของต่างชาติ ซึ่งภาครัฐมักจะโฟกัสไปที่ผลประโยชน์ที่นักลงทุนต่างชาติให้กับประเทศไทยเพียงเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน ผลพวงของการลงทุนทำให้เกิด “การเก็งกำไรที่ดินและอสังหาริมทรัพย์” ในจังหวัดหัวเมือง อาทิ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ จนเป็นเหตุให้คนไทยแท้ๆ เจ้าของแผ่นดินไม่มีความสามารถทางการเงินมากพอที่จะเป็นเจ้าของที่ดิน เจ้าของบ้าน หรือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อื่นใดได้

“หากคุณอยากจะเป็นเจ้าของที่ดิน หรือเจ้าของบ้าน ณ เวลานี้ก็ถือว่ายากพอสมควร เพราะราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นไปเยอะมากๆ แต่ไม่ได้หมายความว่า การเข้ามาลงทุนของต่างชาติเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ภาครัฐควรจะมีนโยบายกำกับดูแลในส่วนนี้ เพื่อที่จะเอื้อให้ประชาชนคนไทยมีปัญญาที่จะซื้อบ้านหรือที่ดินได้”

ขยันทำกิน
เพิ่มช่องทางทำเงินหลายทาง 
จากนั้น ซื้อสด จบปัญหาดอกเบี้ยแพง!

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้