คาใจไทยติดโผประเทศเฝ้าระวัง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

คาใจไทยติดโผประเทศเฝ้าระวัง

Date Time: 16 ม.ค. 2569 07:30 น.

Summary

สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์เตรียมระงับวีซ่า 75 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม โดยมีไทยรวมอยู่ด้วย

  • ประธาน ส.อ.ท. ระบุยังไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด แม้ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-สหรัฐฯ ดี
  • การระงับวีซ่าอาจกระทบภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก และการลงทุนจากต่างชาติ
  • ประธาน ส.อ.ท. มองว่าอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและภาพลักษณ์ด้านการฟอกเงิน
  • เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งสอบถามสหรัฐฯ และหาแนวทางแก้ไขโดยเร็ว

Latest

TikTok เข้ม "เลือกตั้ง" เฝ้าระวังคอนเท้นต์ AI ห้ามการเมืองปล่อย IO เพ่นพ่าน ห้ามโฆษณาใช้เงิน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีสหรัฐฯ ภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี เตรียมระงับการออกวีซ่าให้กับ 75 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. โดยมีชื่อของประเทศไทยรวมอยู่ด้วยว่า นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งแต่ช่วงหาเสียง ซึ่งมุ่งรีเซ็ตและปฏิรูปปัญหาภายในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรม ผู้ไร้บ้าน และผู้อพยพผิดกฎหมาย ที่ผู้นำสหรัฐฯ มองว่าเป็นผลจากนโยบายเปิดเสรีและการรับผู้ลี้ภัยในอดีต

“การระงับวีซ่าจำนวนมาก ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจในเชิงนโยบาย แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจคือ ทำไมประเทศไทยถูกจัดอยู่ในรายชื่อดังกล่าว ทั้งที่เมื่อพิจารณาจากความสัมพันธ์ทวิภาคี ไทยไม่ควรอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกมองว่าไม่พึงประสงค์ในสายตาสหรัฐฯ”

ล่าสุดขณะนี้ยังไม่ปรากฏคำอธิบายอย่างเป็นทางการว่าเหตุใดประเทศไทยจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 75 ประเทศ และตนเห็นว่ากระทรวงการต่างประเทศควรเร่งสอบถามและขอคำชี้แจงจากฝ่ายสหรัฐฯ โดยตรงเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และวางแนวทางผลักดันให้ไทยหลุดออกจากรายชื่อดังกล่าวโดยเร็ว

“แม้จะเป็นการระงับวีซ่าบางประเภทที่ไม่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรง แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีระหว่างประเทศ เนื่องจากการที่ประเทศใดได้รับการยกเว้นวีซ่าหรือได้รับการยอมรับ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระบบ ความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานของประเทศนั้นๆ”

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก โดยในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 33 ล้านคนเดินทางเข้ามา รวมถึงชาวอเมริกันเกือบ 1 ล้านคน ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังเป็นประเทศที่มีเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) รายสำคัญของไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและดาต้าเซ็นเตอร์

“ผมมองว่า การถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศเฝ้าระวัง อาจเชื่อมโยงกับหลายปัจจัย ทั้งประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์ หรือภาพลักษณ์ด้านการฟอกเงิน ซึ่งข่าวเชิงลบเหล่านี้ล้วนถูกนำมาพิจารณาในภาพรวม แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ ให้น้ำหนักกับประเด็นใดเป็นหลัก”

ขณะเดียวกันในช่วงที่เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะเปราะบาง และประเทศไทยยังต้องการการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

“การดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศถือเป็นปัจจัยสำคัญ ฉะนั้น การมีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว แม้จะเป็นผลทางอ้อม แต่ย่อมกระทบต่อการประเมินความเสี่ยงของนักลงทุน และอาจกลายเป็นจุดถ่วงน้ำหนักในการตัดสินใจลงทุน”

ทั้งนี้ ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเชิงรุก ทั้งในเชิงการทูตและการปรับปรุงภาพลักษณ์ประเทศ เพื่อรักษาความเชื่อมั่น


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ