วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัญหาแรงงานประมง คู่ขนานเงื่อนค้ามนุษย์

“1 กรกฎาคมนี้ หากพบคนต่างด้าว ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท พร้อมส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร และห้ามขออนุญาตทำงานภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับโทษ...”

นายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตมีโทษปรับ 10,000-100,000 บาท/คนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี หากแรงงานต่างด้าวที่ประสงค์จะทำงานในประเทศไทย จะต้องเข้ามาในรูปแบบการนำเข้าตามระบบ MOU เท่านั้น

ข้อกฎหมายข้างต้นกลายเป็นเงื่อนสำคัญเกิดปัญหากระทบธุรกิจประมงไทย...“แรงงานประมงขาดแคลน” เป็นเรื่องราวร้อนๆที่เกิดขึ้น เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา จนสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยต้องออกมาเคลื่อนไหว เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลให้ “รัฐ” เร่งแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อน...

อาทิ แนวทางการขยายเวลาการทำงาน “แรงงานเก่า” อธิบดีกรมประมง ต้องใช้มาตรา 83 พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ให้แรงงานผิดกฎหมายในประเทศมาขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานประมงอีกรอบ เพื่อเพิ่ม...“แรงงานใหม่” เนื่องจากขณะนี้มีแรงงานขาดแคลนไม่ต่ำกว่า 40,000 ราย

ถัดมา...การออกระเบียบของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อคุ้มครองแรงงานให้ได้รับสวัสดิการที่ดี “ชาวประมง” มองว่าเป็นกฎระเบียบด้านธุรการมากกว่า ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำประมงผิดกฎหมายที่อียูให้ใบเหลืองไทย และที่ผ่านมา...เจ้าของเรือประมงพาณิชย์ก็ได้ให้ “ค่าแรง” และ “สวัสดิการ” มากอยู่แล้ว

แต่ต้องถูกจับดำเนินคดี...ดังนั้นจึงควรยกเลิกระเบียบเหล่านี้

ข้อที่สาม...การที่กระทรวงแรงงานจะเสนอต่อรัฐสภาให้รับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 188 (C188) โดยอ้างว่าจะเป็นการคุ้มครองแรงงานประมงให้มีสวัสดิภาพในชีวิตที่ดี แต่เจ้าของเรือประมงจะต้องรื้อเรือและลงทุนมหาศาล อีกทั้งเรื่องสวัสดิภาพก็ไม่เกี่ยวกับการไปรับรองอนุสัญญานี้ที่ไม่ชัดเจน

หากมีการรับรองอนุสัญญาที่ว่านี้...ชาวประมงจะดำรงชีวิตลำบาก

ในช่วงเวลานั้นข้อชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาจาก “กรมประมง” มีว่า ...นอกจากจะหารือกับกรมการจัดหางานขยายเวลาการทำงานของแรงงานประมงที่จะครบอายุทำงานวันที่ 30 กันยายนนี้ออกไปอีก 1 ปีแล้ว ยังได้หารือร่วมกับชาวประมงถึงข้อขัดข้องทางกฎหมายที่เจ้าของเรือต้องดำเนินการ

อีกทั้งเตรียมปรับปรุงประกาศ ปรับลดการจัดเตรียมเอกสารจาก 12 รายการ เหลือ 5 รายการ ได้แก่ สำเนาทะเบียนเรือไทย สำเนาใบอนุญาต ใช้เรือ สำเนาใบอนุญาตให้ทำการประมง จำนวนรายชื่อและหนังสือคนประจำเรือ หลักฐานเกี่ยวกับการจัดระบบความปลอดภัยสุขอนามัยและสวัสดิภาพในการทำงานของคนประจำเรือ

เอกสารสำคัญข้างต้นนี้...ยื่นเพียงครั้งเดียว ยกเว้นเอกสารจำนวนรายชื่อและหนังสือคนประจำเรือที่ต้องยื่นต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

สถานการณ์อัปเดตล่าสุดฟากฝั่งกระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ข้อมูลสรุปว่า ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงทะเล จากการที่สมาคมประมงแห่งประเทศไทยแจ้งว่ากำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานประมง และได้แจ้งความต้องการจำนวน 42,649 คน กระทรวงฯได้ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง...กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข

กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมประมง เพื่อหาทางออก โดยกลไกสำคัญจะให้ “กรมการจัดหางาน” แจ้งจัดหางานจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล ประสาน “สมาคมประมง”

เพื่อแจ้งผู้ประกอบการให้มายื่นแจ้งความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว...

ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2561 ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล และให้รายงานผลต่อกระทรวงแรงงาน

ทั้งนี้...เพื่อจะได้ทราบความต้องการที่แท้จริงเพื่อจะได้ประสานกับประเทศต้นทาง 4 ประเทศคือ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ในการนำเข้าแรงงานตามระบบ MOU ซึ่งจะได้เชิญรัฐมนตรีแรงงานและทูตแรงงานทั้ง 4 ประเทศร่วมหารือถึงแนวทางความร่วมมือในการนำเข้าแรงงานประมงตามระบบ MOU ต่อไป

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา...ได้เชิญผู้ประกอบการ สมาคมประมง จัดหางานจังหวัดสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดใน 22 จังหวัดชายทะเลมารับฟังการชี้แจง ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการ รวมทั้งประเด็นปัญหาต่างๆ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ฉายภาพสะท้อนตัวเลขแรงงานต่างด้าวประมงทะเลที่ได้รับอนุญาตทำงานตามมาตรา 83 และการอนุญาตทำงานจะหมดอายุวันที่ 30 กันยายนนี้ มีจำนวนประมาณ 11,000 คน...ให้เข้าใจว่ายังสามารถทำงานต่อในประเทศไทยได้ โดยจะให้ต่ออายุการทำงานออกไปอีก 2 ปี...ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563

โดยมีกติกาสำคัญที่ต้องปฏิบัติคือ...ขอให้มารายงานตัวตามขั้นตอนตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม-30 กันยายน 2561 ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล

พล.ต.อ.อดุลย์ ย้ำว่า ผู้ประกอบการที่ขาดแคลนแรงงานอีกกว่า 42,000 คน ให้รีบยื่นความต้องการจ้างแรงงานโดยเร็วที่สำนักงานจัดหางาน จังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล เพื่อจะได้ร่วมหารือกับ 4 ประเทศต้นทางในการนำเข้าตาม MOU ต่อไป ใครที่มีข้อสงสัยติดขัดปัญหาเรื่องใด

สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

“ประเทศไทย”...ความท้าทายสำคัญในวันนี้คือการคลี่คลายปัญหา “ค้ามนุษย์” แรงงานผิดกฎหมายในเรือประมง ที่ยังคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นปัญหาที่ซับซ้อนใหญ่หลวงนัก เมื่อต้นปีที่ผ่านมามีรายงานจากเว็บไซต์ฮิวแมนไรท์วอทช์ www.hrw.org ยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานที่เกิดขึ้นในฝูงเรือประมง

“การปฏิรูปที่เกิดขึ้น...ยังไม่ตอบสนองต่อสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ แม้ว่ารัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมจะแสดงพันธกิจว่าจะทำการปฏิรูปอย่างรอบด้านก็ตาม...ยังมีแรงงานประมงข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เพื่อเป็นแรงงานภาคประมง”

พวกเขาถูกขัดขวางไม่ให้เปลี่ยนนายจ้าง ไม่ได้รับค่าจ้างตามเวลา และได้รับค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ...แรงงานข้ามชาติไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานของไทยและไม่มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงาน

ปัญหาซับซ้อนบางส่วนถูกเปิดเผย...คลี่คลาย บางส่วนอาจถูกจับซุกไว้ใต้พรม แต่เมื่อรัฐบาลตั้งใจที่จะแก้ปัญหาขบวนการค้ามนุษย์รอบด้านโดยเฉพาะแรงงานประมงแล้วก็ขอให้เดินหน้าขับเคลื่อนกันไปให้สุดทาง

เร่งเดินหน้าทุกมาตรการ กฎ ระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับต่างๆ บูรณาการสรรพกำลังทุกหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะคิดหรือจะทำกันได้

อย่าปล่อยให้เกิดช่องว่าง ช่องทางทั้งใต้ดิน บนดิน ส่งเสริมการใช้... “แรงงานทาส” เสมอเหมือนปล่อยให้ “ชีวิตผู้คน”...เป็นเพียงแค่ “ผักปลา”.

1 กรกฎาคมนี้ หากพบคนต่างด้าว ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท พร้อมส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร และห้ามขออนุญาตทำงานภายใน 2 ปี ... 9 ส.ค. 2561 10:48 10 ส.ค. 2561 05:04 ไทยรัฐ