วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบแบงก์เอื้อลูกค้าเก็งค่าบาท ธปท.ขู่พร้อมเชือด-ทบทวนมาตรการให้เข้มข้น

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบธุรกรรมการนำเงินเข้าประเทศของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีธุรกรรมการนำเข้าเงินที่หนาแน่นกว่าปกติ และมีพฤติกรรมในลักษณะที่สถาบันการเงินในไทยเอื้อให้ลูกค้าสามารถเก็งกำไรค่าเงินบาทได้ โดยยอมให้ทำผิดหลักเกณฑ์การถือครองเงินในบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินบาทของผู้มีถิ่นฐานในต่างประเทศ (NRBA) ซึ่งไม่ถูกต้องตามเกณฑ์การป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินของ ธปท. ซึ่ง ธปท.ได้แจ้งไปยังธนาคารพาณิชย์เหล่านี้ถึงการพบพฤติกรรมดังกล่าว และสั่งให้หยุดการกระทำที่ผิดเกณฑ์ของ ธปท.

“ในช่วงที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยเหตุผลหลักมาจาก 3 กรณี คือ 1. การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงกว่า 10% เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐฯลดลงเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจประเทศอื่น 2.การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องของประเทศไทย และ 3.เงินไหลเข้ามาลงทุนระยะสั้น โดยในภาพรวม เงินที่ไหลเข้ามาไทยยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศในอาเซียน ไม่ได้เจาะจงเข้าในไทยมากกว่าประเทศอื่น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเราเห็นเงินเข้ามาจำนวนมาก ธปท.จะมีการติดตามที่ใกล้ชิดมากขึ้น และเจาะลึกลงไปในธุรกรรมที่น่าสงสัย และเมื่อเห็นลักษณะที่เอื้อต่อการเก็งกำไรดังกล่าว ธปท.ก็ได้เตือนไปยังธนาคารพาณิชย์ที่ทำว่าอย่าทำผิดอีก เพราะกรณีแบบนี้ ธปท.ไม่ได้เจอครั้งแรก”

ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวต่อว่า พฤติกรรมเอื้อให้ลูกค้าเก็งกำไรค่าเงินนั้น เป็นพฤติกรรมที่ ธปท.เคยเจอมาแล้ว และกลับเจออีก ดังนั้น ได้เตือนให้สถาบันการเงินในไทยที่ทำทราบว่า ธปท.ติดตามอยู่และหากทำอีกจะถูกทำโทษ ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดแรงกดดันในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนได้อีกทางหนึ่ง และหากเกิดกรณีเช่นนี้ต่อเนื่อง ธปท.ก็พร้อมที่จะทบทวนมาตรการการป้องกันปราบปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทให้เข้มงวดมากขึ้น.

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบธุรกรรมการนำเงินเข้าประเทศของนักลงทุนต่างชาติ 18 ม.ค. 2561 07:45 18 ม.ค. 2561 09:03 ไทยรัฐ