วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กร่าง โหด เถื่อน! เบื้องหลังแก๊งยากูซ่า อิทธิพลมืด ส่งสาวไทยขุดทองญี่ปุ่น

หลังจากเรื่องราวของมาโกะจัง สาวไทยที่เคยมีประสบการณ์เข้าไปคลุกคลีกับวงการยากูซ่ามา 2 ปี กับเรื่องสุดดาร์กในชีวิต (อ่านข่าว ดีชั่วสุดขีด! เปิดใจสาวไทยคุมซ่องเจ้าพ่อยากูซ่า จับฉีดยา ตบหน้า ซ้อมปางตาย) ในวันนี้ จะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับ “ยากูซ่า” องค์กรที่มีอิทธิพลมากที่สุดในดินแดนอาทิตย์อุทัย พวกเขาเป็นใคร ทำธุรกิจอะไร เอาเงินมาจากไหน ทำไมตำรวจไม่จับ ด้านล่างมีคำตอบ...

นายณัฐพงศ์ ไชยวานิชย์ผล หรือ ‘นัทคุง’ เจ้าของตำแหน่งแฟนพันธุ์แท้ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเล่าถึงต้นกำเนิดยากูซ่า ว่า ต้นกำเนิดของยากูซ่า มีมาตั้งแต่สมัยโชกุน ซึ่งสังคมเริ่มสงบลง มีการทำการค้าขาย และเริ่มมีบ่อนการพนัน ทำให้เกิดกลุ่มคนที่คอยหากิน เก็บค่าคุ้มครองจากธุรกิจเหล่านี้

สำหรับ ยากูซ่า มีที่มาจากเลข 8-9-3 จากการเล่นไพ่ของประเทศญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า “โออิโจ คาบุ” โดยเลขทั้งสามตัวรวมกันได้ 20 แต้ม เท่ากับได้แต้มศูนย์ เป็นคำเปรียบเปรยว่า เป็นพวกไม่มีค่า

แต่ทั้งนี้ พวกเขามักจะไม่ชอบให้เรียกว่า “ยากูซ่า” เพราะเหมือนเป็นการดูหมิ่น และดูถูกกลายๆ ซึ่งจะมีคำที่ใช้เรียกตัวเอง คือ “โกะคุโด” ที่มีความหมายว่า วิถีสุดโต่ง ส่วนสื่อญี่ปุ่นจะใช้คำเรียกว่า “โบเรียะคุดัน” หมายถึง กลุ่มที่ใช้ความรุนแรง

ในประเทศญี่ปุ่นมีการจัดรายชื่อแก๊งยากูซ่า โดยมีกลุ่มใหญ่ รวมทั้งสิ้น 21 กลุ่ม และมีกลุ่มย่อยอีกหลายกลุ่ม

แก๊งยากูซ่าใหญ่ที่สุด คือ “แก๊งยามากุชิ-กุมิ” ซึ่งเป็นแก๊งที่ครองอำนาจสูงสุด มีสมาชิกราว 55,000 คน เริ่มต้นก่อตั้งเมื่อประมาณ 100 ปีก่อน คาดว่าน่าจะเก่าแก่ที่สุด โดยยึดพื้นที่แถวท่าเรือโกเบ สิ่งแรกที่ทำ คือ การเรียกค่าคุ้มครองเก็บหัวคิว บริเวณท่าเรือ ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวนั้นมีธุรกิจเถื่อนอยู่เยอะ

ส่วนแก๊งรองลงมาคือ “แก๊งสุมิโยชิ ไค” มีสมาชิกราว 20,000 คน “อินากาว่า” มีสมาชิก 15,000 คน และ “ไอสุโคเท็ตสึ-ไค” มีสมาชิก 7,000 คน ซึ่งแต่ละแก๊งจะมีเขตที่เติบโตของตนเอง แต่บางครั้งได้มีการขยายอาณาเขตมาทับซ้อนกัน ก็อาจจะทำให้ปัญหาแย่งพื้นที่กัน หรือ บางครั้งสมาชิกก็แตกออกมาจากแก๊งใหญ่แล้วตั้งเป็นแก๊งเล็กๆ เพื่อดูแลเขตพื้นที่นั้นๆ

โครงสร้างแก๊งยากูซ่าคล้ายองค์กรเอกชน

สำหรับลำดับชั้นของยากูซ่านั้น โครงสร้างคล้ายกับองค์กรเอกชน โดยมี โอยะบุง ผู้สืบสายเลือด หรือ คุมิโช ผู้ถูกแต่งตั้ง เป็นหัวหน้าใหญ่ รองลงมาแบ่งเป็นสายงานต่างๆ ได้แก่...

1.ไซโคโคะมง เป็นผู้บริหาร ที่ปรึกษาอาวุโส ประกอบด้วย ชินกิอิง นักกฎหมาย และ ไคเค เหรัญญิก
2.โซฮงบุโจ ผู้ดูแลสำนักงานใหญ่
3.วาคะงะชิระ รองหัวหน้าใหญ่ บริหารแก๊งในระดับภูมิภาค มีลูกน้อง คือ วาคะชุ
4.ชะเทงะชิระ หัวหน้าสาขาผู้นำท้องถิ่น ประกอบด้วย เคียวได สมาชิกระดับสูงในแก๊ง และ ชะเท สมาชิกระดับล่างในแก๊ง

นอกเหนือจากนี้ แก๊งใหญ่ๆ จะแตกเป็นกลุ่มย่อยๆ และจะมีหัวหน้าของกลุ่มย่อยดูและอีกที

“คุณสมบัติหัวหน้าแก๊งย่อยนั้น มีหลายอย่าง บู๊เก่ง หาเงินเข้าแก๊งได้ รับผิดแทนนายได้ เช่น ไปติดคุกแทนนายมาแล้วก็ได้รับการตอบแทน ซึ่งจะส่งผลต่อการเลื่อนลำดับชั้น พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับบริษัททั่วไปที่ผลงานเข้าตานั่นเอง

ส่วนการเลื่อนชั้นจะเกี่ยวข้องกับการสืบเชื้อสายทางตระกูลหรือไม่นั้น หากเป็นแก๊งเล็กๆ ก็อาจทำได้ แต่แก๊งใหญ่ระดับประเทศของญี่ปุ่นนั้น การจะเลื่อนลำดับชั้นป็นหัวหน้าแบบนี้ทำได้ยาก เพราะไม่ได้มีการสืบอำนาจโดยสายเลือด แต่เป็นการสืบอำนาจด้วยพลังอำนาจ และใครสามารถรวบรวมลูกน้องในสังกัดได้มากกว่า ก็มีบ้างที่แตกออกเป็นแก๊งใหม่.. ซึ่งก็เกิดเหตุวุ่นวาย โดยเมื่อ 2 ปีก่อน มีการแตกจากแก๊งยามากูชิ ตำรวจก็ต้องเข้ามาสอดส่อง”

เบื้องหลังทุนก้อนโตจากธุรกิจมืด อาศัยธุรกิจถูกกฎหมายฟอกเงิน

นายณัฐพงศ์ อธิบายว่า ส่วนใหญ่มักจะเป็นธุรกิจมืด เช่น การพนัน การค้ามนุษย์ ยาเสพติด เก็บค่าคุ้มครอง ปล่อยเงินกู้ หนัง AV แต่ในยุคปัจจุบันมีการเปิดบริษัทบังหน้า ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำงานสุจริต เช่น บริษัทก่อสร้าง มีเยอะที่เป็นของพวกยากูซ่า เพราะว่า มีแรงงานเยอะ เอาลูกน้องไปช่วยก่อสร้าง ทุบตึก หรือ บางกลุ่มก็ไปคุมธุรกิจการพนันถูกกฎหมาย เช่น ปาจิงโกะ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการฟอกเงินอย่างหนึ่ง ทำให้ดูเป็นรายได้ที่ถูกกฎหมายด้วย

นอกจากนี้ ความแสบของพวกนี้ ยังเคยข่มขู่เรียกเงินจากบริษัทต่างๆ ด้วยการเข้าไปซื้อหุ้นไว้ แล้วไปก่อเรื่องตอนประชุมผู้ถือหุ้น ทำให้บริษัทนั้นๆ ต้องยอมจ่ายเงินเพื่อแก้ปัญหา เหมือนกับการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง แต่เป็นการเรียกเก็บกับบริษัทต่างๆ เลย

กฎหมายบ้านเมืองแรง ใช่ว่าจะเอาผิดเจ้าพ่อได้?

“การจะแก้ปัญหาด้วยวิธีถูกกฎหมายนั้น ทำได้ยาก แม้จะเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แต่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะเข้ามาจัดการได้ ก็ต่อเมื่อมีเรื่องเสียก่อน ซึ่งพวกนี้ก็รู้ว่าวิธีหลบเลี่ยงตำรวจ

และถึงแม้กฎหมายในประเทศญี่ปุ่นจะรุนแรง แต่ปราบยังไงก็คงปราบไม่หมด ทั้งที่ตำรวจเองก็ทราบอยู่แล้วว่าใครเป็นใคร และมีลิสต์รายชื่ออยู่แล้วว่าใครเป็นยากูซ่าบ้าง แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าเขาทำผิดกฎหมาย แม้จะมีงานทุจริต แต่ก็มีธุรกิจที่ทำถูกกฎหมายบังหน้า ใช่ว่าอยู่ดีๆ ตำรวจจะไปจับเพราะบอกว่าอยู่แก๊งยากูซ่า แบบนี้ก็ทำไม่ได้ และคนที่จะไปจับก็ต้องยศใหญ่ มีอำนาจ มีอิทธิพลมาก เพราะพวกยศเล็กๆ ก็อาจจะเจอตอได้” ผู้คลุกคลีเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น อธิบาย

รอยสัก นิ้วกุด ใช่เจ้าพ่อยากูซ่าหรือไม่?

คนทั่วไปมักจะไม่ค่อยรู้ว่าใครเป็นยากูซ่า ยกเว้นแต่คนในวงการเดียวกัน บุคลิกท่าทางที่สังเกตได้ อย่างพวกปลายแถว หรือเรียกว่า “ชิมปิระ” จะชอบใส่เสื้อฮาวายสีแสบๆ หรือใส่สูท เนคไท สีแป๊ด ดัดผมหยิก สวมแว่นดำ เดินกร่างๆ กางขา หาเรื่องคนไปเรื่อย พวกนี้อยากให้คนสนใจ อยากให้คนกลัว

ขณะที่ ถ้าเป็นยากูซ่าระดับสูง จะใส่สูท หรือบางทีจะเป็นผ้าเงาๆ เลื่อมๆ ดูเหมือนนักธุรกิจ บางคนดูไม่ออกด้วยซ้ำว่า พวกเขาคือยากูซ่า บางครั้งต้องสังเกตจากเข็มกลัดติดเสื้อสูทแทน ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์ของแก๊ง

ส่วนเรื่องรอยสักนั้น ในอดีตแสดงถึงบารมีหรือปกปิดรอยบาดแผลจากการต่อสู้เพื่อไม่ให้ใครได้เห็น แต่ปัจจุบันแสดงถึงสัญลักษณ์ของแก๊ง ซึ่งยากูซ่า 80% สักทั้งนั้น แต่มักจะไม่โชว์รอยสักกัน เนื่องจากไม่อยากให้ใครรู้ เพราะจะตกเป็นเป้าของตำรวจ หรือคนที่จ้องจะจับพวกเขา ดังนั้น การประกาศตัวนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อตัวเอง

นอกจากนี้ ยากูซ่าบางคนมีนิ้วก้อยกุด เพราะถูกตัดนิ้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการทำงานผิดพลาด ตามความหมายโบราณ คือ จะทำให้ผู้ที่ถูกตัดนิ้วถือมีดสั้นไม่สะดวก ดังนั้น จึงเป็นการสื่อว่า เอาตัวรอดด้วยตัวเองยากแล้ว ต้องพึ่งพาแก๊ง ให้สำนึกไว้ โดยเริ่มแรกจะตัดนิ้วก้อยมือ ถ้าทำผิดอีกก็โดนตัดนิ้วเท้า แต่จะตัดไม่หมดทุกนิ้ว จากนั้น เมื่อกระทำผิดหรือทำงานพลาด แต่ไม่ถึงขั้นร้ายแรง ก็จะถูกเนรเทศออกจากแก๊ง จะไปอยู่กับแก๊งไหนเขาก็ไม่รับ

“ยากูซ่าจะไม่ค่อยพกปืนครับ เพราะว่าประเทศญี่ปุ่นมีกฎหมายห้ามพกปืน ดังนั้น ทำให้พวกนี้มักจะพกมีดสั้น เป็นอาวุธยอดนิยม เพราะหาง่ายกว่าการซื้อปืนเถื่อน”

ยากูซ่า องค์กรอันตราย อยากถอนตัวต้องหนีให้ไกล 

ยุคก่อนจะให้เด็กที่เพิ่งเข้าแก๊งไปตามหารุ่นน้องเด็กนักเรียนเก๋าๆ แสบๆ ดึงตัวเข้ามาอยู่ในแก๊ง แล้วนำมาฝึกหัดเรียนรู้การบู๊ ฝึกวิธีการแทง เรียนรู้งาน รู้วิธีหาเงิน

ส่วนจะอัพระดับขึ้นมานั้น จะต้องแสดงความสามารถหลายอย่างให้หัวหน้าเห็นว่า ใจเด็ด ใจกล้าจริงๆ ทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ ไม่ว่าจะเก็บค่าคุ้มครอง เก็บส่วย หรือการเข้าคุกแทน ออกมาก็จะได้รับการตอบแทนให้เลื่อนชั้น

และสิ่งที่หลายคนมองว่า การเข้ามาในแก๊งแล้วออกยากนั้น เพราะว่าแก๊งยากูซ่าจะไม่ค่อยไว้ใจใคร จะระมัดระวังตัวมาก คนไทยจะเข้าไปอยู่ในแก๊งยากูซ่ายากมาก ส่วนใหญ่จะมีแต่คนญี่ปุ่น ดังนั้น หากจะออกจากแก๊งจะมีอยู่ไม่กี่อย่าง คือ ทำงานผิดพลาดบ่อยจนถูกเนรเทศออกจากแก๊ง หรือหนีไปให้ไกลที่สุด ไม่ให้ถูกจับได้

“แต่ถ้าแก่แล้วก็จะไม่ต้องออกบู๊ ให้เด็กใหม่ๆ เป็นขาลุยไป แล้วย้ายไปทำงานสายอื่น ซึ่งมันก็คล้ายกับองค์กรบริษัท มีการเลื่อนตำแหน่งขึ้นไป ใครไม่เลื่อนและอายุมากแล้วก็ไปดูแลงานจิปาถะอื่นๆ”

สายตาชาวญี่ปุ่น ยากูซ่า ช่วยเหลือ หรือ ก่อความเดือดร้อน?

แฟนพันธุ์แท้ประเทศญี่ปุ่น อธิบายว่า ในสายตัวคนทั่วไปก็คงกลัว และไม่อยากที่จะเข้าไปยุ่ง เพียงแค่เห็นแต่งตัวสีจัดๆ ก็ไม่อยากยุ่งแล้ว แต่บางเมืองมองอีกมุมหนึ่ง อย่างเช่น โกเบ ชาวเมืองกลับรักแก๊งยามากูชิด้วยซ้ำ เพราะแก๊งยากูซ่ากลับคุมกฎระเบียบ ได้ดีกว่าตำรวจในเมืองเสียอีก ซึ่งพวกยากูซ่านั้น จะไม่ลงมือกับประชาชนทั่วไป ไม่ใช่ว่าเราเดินอยู่ดีๆ จะถูกไถเงิน การกระทำแบบนี้เป็นพวกกุ๊ยหางแถว อยากเข้าแก๊งแต่ไร้สมองได้แต่ไถเงินไปวันๆ แบบนี้ไม่ใช่ยากูซ่าเต็มตัว

“ยากูซ่า ตัวจริง เขาไม่ยุ่งกับสามัญชน แต่จะมุ่งไปกับธุรกิจเถื่อน บางครั้งก็ช่วยดูแลเมือง เช่น ให้สมาชิกแก๊งมาช่วยเก็บขยะ ช่วงฮาโลวีน ก็มาแจกของให้เด็ก เด็กแว้นก็ไม่มี เพราะใครแว้นมาก็เจอพวกนี้จับไปสั่งสอน ซึ่งพวกนี้เขาใช้อำนาจคุมแบบที่ตำรวจทำไม่ได้ ทำให้ชาวบ้านสบายใจกว่า

แต่อีกมุมหนึ่ง เคยมีข่าวนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวจีนที่มาอยู่ญี่ปุ่นเกิดห้าว ไม่รู้เรื่อง ไปมีเรื่องกับยากูซ่า และหายตัวไปไม่กี่เดือน อยู่ดีๆ ก็เป็นศพลอยขึ้นมาจากท่าเรือก็มีครับ”

เครือข่ายโยงเมืองสยาม...ขยายตลาดค้ากาม ส่งสาวไทยขุดทองญี่ปุ่น

ถามว่าในประเทศไทยมีเครือข่ายเชื่อมโยงแก๊งยากูซ่าหรือไม่นั้น นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า คิดว่ามี เพราะพัฒน์พงษ์หรือที่อื่นๆ มีร้านให้บริการทางเพศตอบรับคนญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน ดังนั้น คาดว่าน่าจะมียากูซ่าเข้ามาเพื่อมาเจาะตลาดคนญี่ปุ่นในเมืองไทย

นอกจากนี้ ยังมียากูซ่ากลุ่มที่เข้ามาหาสาวไทยส่งไปค้ากามในประเทศญี่ปุ่นด้วย และต้องยอมรับเลยว่า ธุรกิจค้าบริการทางเพศของญี่ปุ่นส่วนหนึ่งก็ดึงจากประเทศไทยไปนั่นเอง

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวของแก๊งยากูซ่า องค์กรมืดผู้มีอิทธิพลค้ำฟ้าในญี่ปุ่น.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีชั่วสุดขีด! เปิดใจสาวไทยคุมซ่องเจ้าพ่อยากูซ่า จับฉีดยา ตบหน้า ซ้อมปางตาย

รู้จัก "ยากูซ่า" องค์กรที่มีอิทธิพลมากที่สุดในดินแดนอาทิตย์อุทัย กับ เบื้องหลังธุรกิจมืดทั้ง ยาเสพติด การพนัน ค้ามนุษย์ เก็บค่าคุ้มครอง หนัง AV... 16 ม.ค. 2561 12:55