วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวมพลังสยบอิทธิฤทธิ์ "บิตคอยน์"

ทุกภาคส่วนรวมพลังสยบบิตคอยน์ หลังปี 2560 ที่ผ่านมาราคาเพิ่มขึ้น 1,375% รัฐบาลจีนก่นด่าเป็นแค่กระแสคลั่งไคล้ที่เตรียมแตกเช่นเดียวกับวานิชธนกิจดังหลายแห่ง สั่งห้ามซื้อ ขายแล้ว

หลังจากคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสหรัฐฯ (ซีเอฟทีซี) อนุมัติให้ซีเอ็มอี กรุ๊ป และตลาดซื้อขายตราสารอนุพันธ์ชิคาโก (ซีบีโออี) เปิดการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าบิตคอยน์ (ฟิวเจอร์ส) เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้บิตคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินดิจิทัลที่มี กลายเป็นสินทรัพย์ที่สามารถซื้อขายได้ผ่านตลาดล่วงหน้า เช่นเดียวกับ ทอง น้ำมัน หรือสินค้าเกษตร และได้เริ่มมีการซื้อขายล่วงหน้าบิตคอยน์ในช่วงสิ้นปี

ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ ตลอดทั้งเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และพุ่งขึ้นสูงสุดในช่วงคริสต์มาสเฉียด 20,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 660,000 บาทต่อ 1 บิตคอยน์ และแม้ว่าจะเผชิญแรงเทขายทำกำไรในช่วงปีใหม่ แต่ล่าสุดปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคายังยืนระดับอยู่สูงลิ่วที่ 15,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 495,000 บาทต่อบิตคอยน์ จากต้นปีที่แล้ว บิตคอยน์มีราคาอยู่ที่ประมาณ 970 เหรียญสหรัฐฯ จนถึงปลายปีมีราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,375%

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ บิตคอยน์กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ นอกจากที่หน่วยงานรัฐหลายประเทศ จะออกมาแสดงความวิตกกังวล แตะเบรกการซื้อขายเก็งกำไรที่ร้อนแรงแล้ว

ล่าสุด หนังสือพิมพ์พีเพิล เดลี ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวโจมตี “บิตคอยน์” ในบทบรรณาธิการว่า เป็นเพียงฟองสบู่และกระแสคลั่งไคล้ชั่วขณะในยุคสมัยใหม่เท่านั้น

“ไม่ว่าจะประเมินจากราคาหรือมูลค่า บิตคอยน์ก็เต็มไปด้วยฟองสบู่ ส่วนข้อดีที่มีการกล่าวถึง ทั้งในเรื่องความน่าเชื่อถือ สภาพคล่อง และความโปร่งใสนั้น ล้วนแต่เป็นสิ่งบังหน้าเพื่อการเก็งกำไร เจ้าของบิตคอยน์กลุ่มเล็กๆพยายามเก็งกำไรและปั่นมูลค่า เพื่อล่อใจนักลงทุน” พีเพิล เดลี ระบุ

พีเพิล เดลี ยังเปรียบเทียบกระแสบิตคอยน์ ว่าเป็นเหมือนกระแสคลั่งไคล้ดอกทิวลิปในช่วงศตวรรษที่ 17 ซึ่งในเวลานั้น ราคาสัญญาหัวทิวลิปพุ่งขึ้นอย่างมาก ก่อนจะร่วงลงอย่างหนักในเวลาต่อมา ขณะที่บิตคอยน์ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะฟองสบู่แตก หลังจากที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังออกกฎเกณฑ์เพื่อควบคุมเงินดิจิทัลอย่างเข้มงวดมากขึ้น

โดยรัฐบาลจีนมองว่า บิตคอยน์เป็นต้นตอแห่งความเสี่ยงในระบบการเงิน ดังนั้น จึงได้ออกกฎห้ามการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลในประเทศตั้งแต่ปีที่แล้ว

นอกจากรัฐบาลจีน ล่าสุด วานิชธนกิจชื่อดังอย่างเมอร์ริลลินช์ และ UBS กรุ๊ป ยังประกาศห้ามการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์ทั้งหมดแล้วด้วย แม้ว่าบรรดาลูกค้าจะเรียกร้อง โหยหาผลกำไรจากบิตคอยน์ก็ตาม ส่วนเจพีมอร์แกน ซิตี้กรุ๊ป และรอยัล แบงก์ ออฟ แคนาดา ห้ามลงทุนในตลาดซื้อขายบิตคอยน์ล่วงหน้า.

ทุกภาคส่วนรวมพลังสยบบิตคอยน์ หลังปี 2560 ที่ผ่านมาราคาเพิ่มขึ้น 1,375% รัฐบาลจีนก่นด่าเป็นแค่กระแสคลั่งไคล้ที่เตรียมแตกเช่นเดียวกับวานิชธนกิจดังหลายแห่ง สั่งห้ามซื้อ ขายแล้ว 6 ม.ค. 2561 11:34 6 ม.ค. 2561 11:38 ไทยรัฐ