วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สูญ 1.5 แสน จอง Agoda ได้โรงแรมผี ร้องเรียนไลฟ์บอย ก.ม.ไทย ไม่เวิลด์ไวด์

ผีหลอกยังแค่หัวโกร๋น แต่เจอโรงแรมผีหลอกถึงกับเป็นหนี้ท่วมหัว...

เหตุการณ์ชวนสยองเกิดขึ้นเมื่อจู่ๆ ลูกค้าประจำของแอปจองโรงแรมชื่อดัง “อโกด้า” (Agoda) กดผิด จองโรงแรมไปกว่า 1.5 แสนบาท แล้วขอยกเลิกการจองไม่ได้ อีกทั้งยังถูกตัดบัตรเครดิตไปแล้วด้วย พอไปเช็กอิน...OMG!!!! ไม่มีโรงแรม แต่เป็นบ้านส่วนบุคคลแทน ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อสืบสาวราวเรื่องไปก็ยิ่งมึนหนักเข้าไปอีก เมื่อรูปที่นำมาโฆษณากลับเป็นของโรงแรมอื่น แล้วเงินที่จ่ายไปอยู่ที่ไหนกันแน่ แบบนี้ยิ่งกว่าผีหลอก...

จองโรงแรมผ่านอโกด้า กดผิด ยกเลิกไม่ได้ โดนตัดเงินกว่า 1.5 แสนบาท

เรื่องราวของ นางสาวสุลาวัลย์ รักชลธี หรือ คุณแตน นักธุรกิจรับเหมา ซึ่งเป็นลูกค้าประจำของแอปพลิเคชันจองโรงแรมชื่อดังอย่าง อโกด้า ได้กดเลือกดูโรงแรมผ่านแอปฯ บนโทรศัพท์เหมือนอย่างทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มีความ “ซวย” บังเกิดขึ้น เมื่อระบบเข้าไปในหน้า “การจองและจ่าย” จึงต้องการกลับไปหน้าอื่น แต่นิ้วโป้งเจ้ากรรมที่จะกดปุ่ม Back บนโทรศัพท์มือถือแต่ดันไปโดนปุ่ม “จองและจ่ายทันที” โดยไม่มีรหัสให้กดยืนยันใดๆ ทำให้ระบบตัดเงินผ่านบัตรเครดิต จำนวน 144,393.99 บาท จากการจองห้องพักขนาด 4 ห้องนอน จากโรงแรม “Private Club In The Heart of Bangkok" เป็นเวลาถึง 3 คืน

ลูกค้าประจำของอโกด้าเอะใจขึ้นมา รีบกดเข้าแอปฯ เพื่อค้นหาที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของโรงแรม เพื่อจะโทรไปยกเลิกการจอง แต่กลับไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อของโรงแรม เมื่อดูในบุ๊กกิ้งกลับเป็นเบอร์ติดต่อต่างประเทศ เธอจึงรีบโทรไปขอยกเลิกกับทาง Call Center ของผู้ให้บริการ โดยได้แต่รับเรื่องไว้ แต่ไม่สามารถยกเลิกการจองได้ เมื่อโทรเช็กกับธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตก็พบว่า เงินถูกตัดไปแล้ว

“เราก็ขอเบอร์โทรติดต่อกับทางโรงแรมโดยตรง เพื่อโทรไปขอร้องให้ยกเลิกการจอง แต่ทางเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าของอโกด้าบอกว่า มันเป็นความลับของพาร์ตเนอร์ อโกด้าไม่สามารถให้ข้อมูลได้ แล้วเราจะไปหาคำตอบกับใคร และวันหนึ่งมีสายโทรเข้ามาจากอโกด้า เรารู้สึกว่าคุยต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์ จึงเลือกที่จะไม่คุย สิ่งที่อยากได้ตอนนี้คือ ผู้บริหารอโกด้าต้องมาตอบให้ได้ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราเกิดจากอะไร เกิดอะไรขึ้นในองค์กรเขา เพราะเราไม่รู้จักโรงแรม เรารู้จักอโกด้า” นางสาวสุลาวัลย์ กล่าว

เดินทางไปที่โรงแรมถึงกับงง กลายเป็น “โรงแรมผี” ไม่มีอยู่จริง

นางสาวสุลาวัลย์ เล่าว่า จากนั้น ตนจึงเดินทางไปที่โรงแรม Private Club In The Heart of Bangkok เพื่อที่จะไปเจรจากับทางโรงแรม โดยดูแผนที่จากในแอปฯ อโกด้า ปรากฏที่อยู่ขึ้นในซอยสุขุมวิท 43 แต่กลับไม่เจอ กลายเป็นบ้านพักส่วนบุคคลจึงได้สอบถามแม่บ้าน โดยแม่บ้านบอกว่าเป็นบ้านพักส่วนบุคคลไม่ใช่โรงแรม ตนจึงเดินหาโรงแรมทั่วทั้งซอยสุขุมวิท 43 จนมี รปภ.ของคอนโดฯ แจ้งว่าให้ลองเดินไปซอยสุขุมวิท 45 อาจจะเจอโรงแรมที่จองไว้ เมื่อเดินไปตามคำบอกกล่าวของรปภ. ก็พบโรงแรมหนึ่งที่คล้ายกันแต่คนละชื่อ นั่นก็คือ The Cabochon Hotel

“เราเข้าไปที่โรงแรมและนำบุ๊กกิ้งไปให้พนักงานดูแลลูกค้าดู ถามว่า ใช่ที่นี่มั้ย น้องบอกว่า ใช่ แต่โรงแรมไม่ได้รับเงินจากบุ๊กกิ้งนี้ และไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเราได้ และบอกว่า ถ้าเป็นการจองที่เกิดขึ้นกับโรงแรมของเราจริงๆ สามารถคุยตกลงกันได้ หรือยกเลิกได้ ทุกอย่างมันแย่ไปหมด เหมือนเราโดนหลอก” นางสาวสุลาวัลย์ เล่าถึงเหตุการณ์สุดช็อก

ผู้สื่อข่าวได้สืบค้นในแอปฯ พบว่า โรงแรม Private Club in the Heart of Bangkok ไม่ปรากฏในอโกด้าแล้ว คาดว่าอาจจะออกจากระบบ เมื่อค้นหาในอินเทอร์เน็ตก็ไม่พบว่า โรงแรมดังกล่าวเป็นพาร์ตเนอร์กับแอปฯ การจองโรงแรมเจ้าอื่นๆ รวมทั้งไม่มีเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียอื่นที่เป็นของโรงแรมเลย ซึ่งเป็นจุดที่น่าสงสัยว่า โรงแรมดังกล่าวไม่มีอยู่จริง

ตั้งข้อสงสัยอโกด้า เข้าข่าย “ตลาดแบบตรง” หรือไม่

นอกจากนี้ นางสาวสุลาวัลย์ ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ตามพ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 3 “ตลาดแบบตรง” หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภค ซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่ละรายตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น

ทั้งนี้ ตนคาดว่า เว็บอโกด้าน่าจะเข้าข่ายการตลาดแบบตรง แต่เมื่อตรวจสอบดูแล้วพบว่า อโกด้าไม่ได้จดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ซึ่งการประกอบกิจการตลาดแบบตรงจะต้องจดก่อนที่จะเปิดกิจการ ตรงนี้ผิดกฎหมายด้วยหรือไม่

หน.ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ สคบ. ชี้ อโกด้าอาจเข้าข่ายแสดงข้อความอันเป็นเท็จ

นายธนาชัย สาธิตวสุธา หัวหน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สคบ. ให้ข้อมูลกับทางนางสุลาวัลย์ ว่า กรณีที่เกิดขึ้นทางบริษัทอโกด้า อาจเข้าข่ายความผิดการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ จากกรณีการให้จองโรงแรมที่ไม่มีอยู่จริงจนทำให้ผู้ใช้บริการต้องเสียทรัพย์สินและไม่ได้เข้าพัก และเงินถูกหักไปทั้งที่ยังไม่ได้ใช้บริการ ซึ่งในความจริงจะต้องเข้าไปใช้บริการก่อน ทางโรงแรมถึงแจ้งมาจึงจะตัดบัญชีบัตรเครดิต และตัดในส่วนค่าบริการของทางอโกด้า แต่กรณีที่เกิดขึ้นกลับเป็นการตัดบัญชีในทันที และเมื่อถึงวันเข้าพักจึงโอนเงินให้กับทางโรงแรม รวมทั้งไม่ได้ให้สิทธิ์ในการยกเลิกหรือการคืนเงินแก่ผู้ใช้บริการ หากเป็นการตลาดแบบตรงต้องมีระยะเวลาในการคืนเงินภายใน 7 วันนับจากวันที่มีใบเสร็จมาแล้ว

และทางฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ จะส่งเรื่องไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่มองว่า ถ้าเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค ทางที่ดีอาจจะต้องส่งไปยังกองที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องการโฆษณาอันเป็นเท็จ เพื่อให้คืนเงินก่อน เนื่องจากผู้ร้องเรียนไม่ได้เข้าใช้บริการในโรงแรมดังกล่าว และถูกตัดเงินไปตั้งแต่การคลิกจองและจ่ายเงินวันนั้น ส่วนผู้ประกอบการจะเข้าข่ายการตลาดแบบตรง กรณีการประกอบธุรกิจก่อนได้รับอนุญาตหรือไม่นั้นต้องตรวจสอบอีกครั้ง หากมีความผิดจะมีโทษปรับตามกฎหมายมาตรา 20 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับเป็นรายวันอีก วันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

โรงแรมดังถูกแอบอ้างใช้รูปโฆษณา เผย เพิ่งพบเคสแรก รอพิจารณาฟ้องไม่ฟ้อง

นอกจากนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของโรงแรม The Cabochon Hotel ที่ถูกแอบอ้างใช้รูปนำไปโฆษณาของโรงแรมผี Private Club in the Heart of Bangkok ทำให้ลูกค้าหลงเชื่อ จนเกิดความเข้าใจผิด โดยเจ้าหน้าที่ของโรงแรม เปิดเผยว่า ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ลูกค้าเกิดความเข้าใจผิด ส่วนทางโรงแรมจะดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่นำรูปของโรงแรมไปแอบอ้างหรือไม่นั้น กำลังอยู่ระหว่างพูดคุยกับทางผู้บริหารของโรงแรม

สคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบ บ.อโกด้า ในไทย แจง ลบข้อมูลโรงแรมผี จ่อคืนเงินลูกค้า

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ ผอ.กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายและตลาดแบบตรง และเจ้าหน้าที่ สคบ. ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบบริษัท อโกด้า เซอร์วิสเซส จำกัด ย่านถนนพระราม 1 มีสำนักงาน 4 ชั้น เพื่อให้จัดทำข้อมูลที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการโฆษณา การใช้ภาพให้ตรงกับข้อเท็จจริง กรณีผู้เสียหายที่จองโรงแรมกับอโกด้า

นายพิฆเนศ กล่าวว่า ทางอโกด้าได้ลบข้อมูลของโรงแรม Private Club in the Heart of Bangkok ออกจากระบบแล้ว และจะเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ โดยเป็นการคืนเงินแก่เจ้าทุกข์ คือ นางสุลาวัลย์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของอโกด้าระบุชัดเจนว่า ได้คืนเงินให้แก่ผู้เสียหายแล้ว โดยเป็นการโอนเงินกลับเข้าบัญชีธนาคารแล้ว ตนจึงตรวจสอบกับนางสุลาวัลย์ ทราบว่า ยังไม่เห็นยอดที่โอนเข้ามา ซึ่งอาจจะอยู่ระหว่างกระบวนการคืนเงินของอโกด้า สคบ. จึงเตรียมเรียกผู้บริหารของอโกด้าเข้าชี้แจงถึงกระบวนการต่างๆ และขอเอกสารหลักฐานในการคืนเงินลูกค้าด้วย เพื่อที่จะสอบถามทางธนาคารต่อไปว่า ได้รับข้อมูลการโอนเงินหรือยัง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ บริษัท อโกด้า เซอร์วิสเซส จำกัด จดทะเบียนธุรกิจต่างด้าว ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน BOI มีคณะกรรมการบริษัทเป็นชาวต่างชาติ 5 ราย ซึ่งไม่ทราบว่าใช่เจ้าของคนเดียวกับบริษัทแม่ที่อยู่ในสิงคโปร์หรือไม่

“จากที่ผมได้คุยกับผู้จัดการฝ่ายกฎหมายและผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าของอโกด้า ทราบว่า อโกด้าเปิดเว็บไซต์ที่สิงคโปร์ โดยเป็นตลาดกลาง ประมาณว่าเป็นนายหน้านั่นแหละ แต่มีสำนักงานในกรุงเทพฯ โดยยอมรับว่า เป็นเพียงศูนย์ประสานงานระหว่างอโกด้าที่สิงคโปร์และอโกด้าในประเทศไทย ซึ่งในประเทศไทยเป็นเพียงการดูแลแค่เซิร์ฟเวอร์เท่านั้น” รองเลขาฯ สคบ. อธิบาย

สคบ.จ่อฟันผู้เกี่ยวข้อง แม้บ.ข้ามชาติ กฎหมายไทยไปไม่ถึง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นอโกด้าเข้าข่ายผิดกฎหมายใดบ้างนั้น นายพิฆเนศ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร มีเรื่องข้อตกลง ข้อสัญญา เรื่องโฆษณาเป็นเท็จ ยังต้องสอบสวนเพิ่มเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน

ส่วนกรณีการโฆษณาในแอปฯ เป็นข้อมูลเท็จ เข้าข่าย พ.ร.บ.คอมฯ หรือไม่นั้น นายพิฆเนศ ระบุว่า พ.ร.บ.คอมฯ ประเทศไทยไม่ได้ครอบคลุมไปทั่วโลก ซึ่งการลงเว็บไซต์อยู่ประเทศไหนก็เปิดได้หมด ส่วนบริษัทที่เปิดในเมืองไทยก็เป็นคนละบริษัทกับที่สิงคโปร์ด้วย

“บริษัทข้ามชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเกิดปัญหาขึ้นนั้น สคบ.มีหน้าที่แค่ประสานงานแต่ละประเทศเท่านั้น แต่ทางกฎหมายไทยจะไปบังคับใช้กับธุรกิจต่างชาติไม่ได้ ถ้าเขาไม่ได้จดทะเบียนหรือมีผู้แทนในประเทศไทย ยกเว้นว่าธุรกิจนั้นมีสำนักงาน สาขา ตัวแทนอยู่ในประเทศก็สามารถดำเนินการได้ ส่วนอโกด้าที่อยู่ในประเทศไทยไม่ใช่อโกด้าสิงคโปร์เป็นคนละชื่อกัน และเป็นผู้ประสานงานระหว่างบริษัทแม่ที่สิงคโปร์กับประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งการเอาผิดก็ทำได้ลำบาก และกำลังจะสอบเพิ่มในเรื่องของหากเป็นบริษัทในเครือมีหน้าที่ติดต่ออย่างไรบ้างต้องขอดูข้อสัญญา

แต่อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้ฟันธงว่า การที่อโกด้าอยู่สิงคโปร์แล้วจะไม่ต้องรับผิดในประเทศไทย เพราะถ้าสืบสวนพบว่า มีการกระทำส่วนใดส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ก็มีความผิดได้เหมือนกัน แต่ตอนนี้มันต้องสืบให้ได้ก่อนว่าใครเอามาลง ใครรับผิดชอบ ใครเป็นคนตรวจสอบเกี่ยวข้อง แม้ว่าเจ้าของเว็บเราทำอะไรไม่ได้ แต่คนอื่นล่ะที่เกี่ยวข้องก็เข้าข่าย” รองเลขาฯ สคบ. ระบุ

เตรียมหารืออาเซียน ตั้งมาตรการรับมือธุรกิจข้ามชาติ เอาเปรียบผู้บริโภค

ส่วนกรณีการเป็นบริษัทข้ามชาติ ใช้ธุรกิจออนไลน์ หาลูกค้า เมื่อเกิดปัญหาจะแก้ไขอย่างไรนั้น นายพิฆเนศ เผยว่า อาจจะต้องนำเสนอคณะกรรมการอาเซียนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้เออีซี ซึ่ง สคบ.ก็เป็นผู้แทนหลักของประเทศในการเข้าร่วมประชุมอาจจะต้องหารือถึงแนวทางที่จะดำเนินการในเรื่องธุรกิจที่อยู่คนละประเทศจะทำอย่างไรได้บ้าง

“กรณีแบบนี้ไม่ได้มีเคสแรกครับ ก็มีมาตลอด ผมก็ฝากถึงผู้บริโภค ว่า คุณต้องซื้อสินค้าหรือบริการภายใต้เว็บที่จดทะเบียนในประเทศไทย แล้วคุณจะได้รับการคุ้มครองทางด้านกฎหมายไทย ถามว่าประชาชนจะทราบได้อย่างไร ก็ต้องเสิร์ชหาจากกระทรวงพาณิชย์ จะมีการรับรองธุรกิจที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยแล้ว หรือการจดทะเบียนตลาดแบบตรง ก็จะโชว์ในเว็บครับ” รองเลขาฯ สคบ. ฝากเตือนผู้บริโภค

…สำหรับความคืบหน้าของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ทีมข่าวจะรายงานให้ทราบในตอนต่อไป...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอมแล้ว! Agoda แจ้นเยียวยา 3 แสน โบ้ยเอเจนซี่มะกันดีลโรงแรมผี ไร้ตรวจสอบ