วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครม.หั่นโบนัส 9 รัฐวิสาหกิจ กำไรไม่เกิน 100 ล้าน "กรรมการ" ได้ 6 หมื่น

ครม.หั่นโบนัสกรรมการ 9 บริษัทรัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ กำหนดเพดานกำไรไม่เกิน 100 ล้านบาท ได้โบนัส 3% ของกำไรสุทธิ แต่ไม่เกินคนละ 60,000 บาท ส่วนพนักงานได้ 9% แต่ไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน เผยไปรษณีย์ไทย ดิสทริบิวชั่น-ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด โดนถ้วนหน้า

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักเกณฑ์การจ่ายโบนัสกรรมการ พนักงาน และลูกจ้างบริษัทในเครือ ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐวิสาหกิจ โดยจะใช้บังคับกับรัฐวิสาหกิจ 9 บริษัทที่ไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทแม่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน โดยกำหนดหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้ ให้บริษัทรัฐวิสาหกิจแม่จัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทในเครือทั้ง 9 แห่ง ใน 3 มิติคือ ด้านการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งและแผนยุทธศาสตร์, ด้านผลการดำเนินงาน ทั้งด้านการเงินและไม่ใช่การเงิน และด้านการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งการจ่ายโบนัสกรรมการ และพนักงาน ให้อิงตามผลการประเมินทั้ง 3 มิติ และต้องไม่ส่งผลทางลบต่อมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการ หรือการผลิตของบริษัท

สำหรับการคำนวณการจัดสรรโบนัสต้องมาจากกำไรจากผลดำเนินงานประจำปี ห้ามนำรายได้จาก 6 ส่วนไปคำนวณจัดสรรโบนัส ได้แก่ กำไรจากการเอาประกัน, ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร เงินกู้ และเงินลงทุนในหลักทรัพย์ของรัฐ, กำไรจากการขายที่ดิน อาคาร โรงงาน สิ่งปลูกสร้าง และส่วนควบ, กำไรจากการตีราคาทรัพย์สินใหม่, เงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาล ยกเว้นเงินอุดหนุนตามระบบการให้บริการสาธารณะ และกำไร หรือผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงค่าเงินตรา

ส่วนหลักเกณฑ์อัตราการจ่ายโบนัสให้กรรมการนั้น กรณีบริษัทมีกำไรสุทธิไม่เกิน 100 ล้านบาท จะได้โบนัส 3% ของกำไรสุทธิ แต่ไม่เกินคนละ 60,000 บาท, กำไรสุทธิตั้งแต่ 101-300 ล้านบาท ได้โบนัส 3% แต่ไม่เกิน 65,000 บาท ไปจนถึงกำไรสุทธิ 11,001-13,000 ล้านบาท จะได้โบนัสไม่เกิน 130,000 บาท หากกำไรมากกว่า 13,000 ล้านบาทให้โบนัสเพิ่มอีก 10,000 บาทจากกำไรทุกๆ 2,000 ล้านบาทที่เพิ่มขึ้น โดยที่ประธานบริษัทจะได้รับเพิ่ม 1 ใน 4 ของกรรมการบริษัท และรองประธานได้เพิ่ม 1 ใน 8 ขณะเดียวกัน ยังมีหลักเกณฑ์สำหรับกรรมการที่ขาดประชุมด้วย โดยหากขาดประชุมเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือนให้จ่ายโบนัสลดลง 25%, ขาดประชุมเกิน 6 เดือน แต่ไม่เกิน 9 เดือน จ่ายลดลง 50% และขาดประชุมเกิน 9 เดือน จ่ายลดลง 75%

ขณะที่หลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัสสำหรับพนักงานให้จ่าย 9% ของกำไรสุทธิ แต่ไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน แต่หากวงเงิน 9% ของกำไรสุทธิต่ำกว่า 1 เท่าของเงินเดือน ให้จ่ายในอัตรา 1 เท่าของเงินเดือน, กรณีที่มีกำไรสุทธิน้อยกว่าเงินเดือน 1 เดือน ให้เฉลี่ยจ่ายโบนัสตามส่วนของกำไรสุทธิ ส่วนพนักงานที่ได้ทุนไปอบรม หรือศึกษาต่อนานเกิน 4 เดือน ให้จ่ายตามระยะเวลาที่ปฏิบัติงานจริง โดยไม่นำช่วงเวลาอบรม หรือศึกษาต่อมาคำนวณ ซึ่งตามหลักเกณฑ์ใหม่นี้จะทำให้โบนัสของกรรมการน้อยลงกว่าเดิม เพราะกำหนดเพดานขั้นสูงเอาไว้

สำหรับ 9 บริษัท ได้แก่ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอมอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท เอ ซี ที โมบาย จำกัด, บริษัท ผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น จำกัด, บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด, บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจคาร์ด จำกัด, บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) และบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต จำกัด (เอ็นจีดีซี).