วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อช็อก บินรับศพสาวไทย หนุ่มเกาหลีใต้ทุบหัวฆ่าโหด-ศพเปลือยถูกทิ้งบนเขา

สาวไทยไปทำงานเกาหลีใต้ ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ศพเปลือยถูกทิ้งบนเขา พ่อบินไปรับ จนท.พาไปดูที่รพ. พบถูกทุบกะโหลกแตก หน้าเละ อาจถูกข่มขืน แม้แต่คนเกาหลีเองยังรับไม่ได้ ทนายอาสามาว่าความ เรียกร้องสิทธิ์ที่ควรได้.. 

เวลา 11.00 น. วันที่ 9 พ.ย. ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ได้รับการเปิดเผยจาก นางสมนึก เพียงเกตุ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สาว ลูกพี่ลูกน้องกันกับ นางชุติมา อุทัยคำ หรือเปิ้ล อายุ 29 ปี ม่ายสาวลูกหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 3 บ้านสระครก ต.หนองบัวสะอาด อำเภอบัวใหญ่ ภายหลังได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่สถานทูต ฯ ให้ไปรับศพ นางชุติมา ที่ถูกคนร้ายเป็นชายเกาหลีใต้ฆ่าตาย นำศพไปทิ้งในหุบเขาห่างไกล ร่วม 200 กม. (อ่านข่าว สุดเศร้า ลูกสาวรอรับศพแม่ ไปผจญเคราะห์กรรม ผัวหย่า-ถูกฆ่าตายที่เกาหลี)

นางสมนึก กล่าวว่า นายสัมฤทธิ์ เพลินกิจเจริญ ผู้เป็นพ่อ ได้รับการติดต่อจากกงสุลไทยประจำเกาหลีใต้ ให้นายสัมฤทธิ์ เดินทางมาที่เกาหลีใต้โดยด่วนในคืนวันที่ 8 พ.ย. เวลา 24.00 น. ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง เมื่อไปถึงมีนางแพน เมืองแสน ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านสระครก นายเสก เมืองแสน ซึ่งได้ลูกเขยเป็นชาวเกาหลี และลูกสาวกับลูกเขยทำงานในบริษัทเดียวกันกับ นางชุติมา หรือน้องเปิ้ล ผู้ตาย รอรับและคอยช่วยเหลือในการพาไปติดต่อดูศพที่โรงพยาบาลซึ่งแช่ห้องเย็นไว้ โดยมีตำรวจเกาหลีใต้รออยู่ เพื่อมอบทรัพย์สินเงินทอง และของมีค่าของลูกสาวที่พบอยู่ในห้องพัก ให้กับนายสัมฤทธิ์

นางสมนึก กล่าวอีกว่า น้าชายที่ไปด้วยเล่าว่า เมื่อได้ดูศพที่โรงพยาบาลก็แทบช็อก เพราะบาดแผลที่ลูกสาวถูกหนุ่มเกาหลีกระทำอย่างทารุณ กะโหลกศีรษะแตก หน้าเละ แทบจำไม่ได้ และยังได้ทราบว่า ที่เกิดเหตุที่ตำรวจเกาหลีไปพบศพอยู่ข้างทางบนเขา ห่างจากที่ทำงานน้องสาวกว่า 200 กิโลเมตรนั้น สภาพศพของน้องสาวไม่ได้สวมเสื้อผ้า คล้ายถูกข่มขืนก่อนตาย ซึ่งนายสัมฤทธิ์ จะได้สอบถามตำรวจและทางรพ.เกาหลีใต้ ว่าการชันสูตรพลิกศพ ได้มีการตรวจบริเวณช่องคลอดของผู้ตายหรือไม่ มีน้ำอสุจิหรือไม่ เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ตายและพ่อแม่ของผู้ตาย

อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลเกาหลีใต้ ได้คำนึงถึงผู้ตายที่เป็นคนไทยอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานเพื่อความอยู่รอดของชีวิตและครอบครัว แต่ต้องมาถูกฆ่าตาย จึงได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นเงินเบื้องต้นก่อน 5 ล้านวอน คิดเป็นเงินไทย 1 แสน 5 หมื่นบาท และจะช่วยเหลืออีกในภายหลัง

นางสมนึก เผยอีกว่า ทางทนายความจิตอาสาของเกาหลีใต้เกิดความสงสารต่อผู้ตาย ได้แจ้งว่า จะเป็นทนายว่าความให้ฟรีกับนางชุติมา หรือเปิ้ล เพื่อจะได้เรียกร้องตามสิทธิต่างๆ ที่ผู้ตายควรได้รับอย่างเต็มที่ และการที่คนร้ายกระทำอย่างอุกอาจอย่างโหดเหี้ยม คนเกาหลีใต้ด้วยกันก็รับไม่ได้ ทั้งยังเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก รวมทั้งบริษัทที่ผู้ตายทำงานก็ได้ให้น้องชายเจ้าของบริษัท คอยช่วยพานายสัมฤทธิ์ ไปติดต่อที่หน่วยงานต่างๆ ร่วมกับนางแพน เมืองแสน และสามีชาวเกาหลีใต้ที่พาไปพบกงสุล ตำรวจเกาหลีใต้ รพ.เกาหลี ในพื้นที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ การไปรับศพลูกสาวกลับบ้านครั้งนี้ นายสัมฤทธิ์ พ่อของ นางชุติมา หรือเปิ้ล ได้เตรียม ธูป เครื่องบินกระดาษ พาสปอร์ตกระดาษ และกระดาษเงินกระดาษทอง ไปยังที่เกิดเหตุที่ลูกสาวถูกฆ่าตาย เพื่อจุดธูป เรียกขวัญวิญญาณของลูกสาวกลับประเทศไทยบ้านเกิดเมืองนอน และเผากระดาษตัวแทนสิ่งของต่างๆ ที่เตรียมไว้ให้ลูกสาวในช่วงเวลากว่า 11 ปี ที่ลูกสาวไม่ได้กลับบ้านมาพบกับพ่อแม่บังเกิดเกล้าและ ด.ญ.อริสา มูลเทพ ลูกสาว มีแต่พูดคุยทางโทรศัพท์เท่านั้น ก่อนเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณ ที่จะได้นำกลับมาทำพิธีทางศาสนา.