วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดเศร้า ลูกสาวรอรับศพแม่ ไปผจญเคราะห์กรรม ผัวหย่า-ถูกฆ่าตายที่เกาหลี

ชีวิตยิ่งกว่านิยาย สาวโคราชอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานเกาหลีกับผัว ฝ่ายชายกลับมีเมียใหม่ ตกพุ่มม่ายมีหนุ่มเกาหลีมาหลงรัก แต่มีเมียแล้ว ไม่อยากไปแย่งของใคร สุดท้ายกลับถูกหลอกไปฆ่าทิ้ง...


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 พ.ย. ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ อำเภอบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากนายสัมฤทธิ์ เพลินกิจเจริญ อายุ 56 ปี นางจำนงค์ ชิดซ้าย อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 3 บ้านสระครก ต.หนองบัว หนองบัวสะอาด อ.บัวใหญ่ ซึ่งเป็นพ่อและแม่ ของนางชุติมา หรือเปิ้ล อุทัยธรรม อายุ 29 ปี ที่เสียชีวิตท่ีประเทศเกาหลีเมื่อเร็วๆ นี้

นายสัมฤทธิ์ เล่าว่านางชุติมา ลูกสาวตนเองได้แต่งงานกับนายชัยวัฒน์ มูลเทพ อายุ 31 ปี อยู่กินที่บ้านบึงพะไล อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ชื่อ เด็กหญิงอริสา มูลเทพ อายุ 13 ปี เมื่อปี 2550 ทั้งลูกสาวลูกเขยได้ตกลงกันบากหน้าไปทำงานกันที่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อหาเงินส่งเสียเลี้ยงดูลูกและพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย แต่ทว่า นายชัยวัฒน์ ลูกเขยพอทำงานมาได้ 5 ปี ก็ได้เมียใหม่เป็นคนไทยทำงานที่เกาหลีใต้เช่นกัน จากนั้นลูกเขยได้หย่าร้างกับลูกสาวตน พาเมียใหม่กลับประเทศไทย มาค้าขายที่บ้านของลูกเขย

นายสัมฤทธิ์ เล่าต่ออีกว่า ลูกสาวตนเองทนลำบากทำงานที่บริษัทในเกาหลีใต้ อยู่ในโรงงานหล่อเฟืองเกียร์รถยนต์ จนครบ 10 ปี และเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรมโดยสาเหตุการตาย นายสัมฤทธิ์ เล่าว่าลูกสาวทำงานที่บริษัทดังกล่าว ได้นั่งรถบัสของบริษัทเข้ามาทำงานเป็นประจำ ขณะเดียวกันคนขับรถบัส ก็แอบหลงรักนางชุติมา เข้ามาตีสนิทขอเป็นแฟน แต่ลูกสาวของตนทราบว่าหนุ่มเกาหลีคนนี้มีครอบครัวแล้ว จึงไม่อยากทำร้ายครอบครัวเขา ส่วนตัวนางชุติมาก็ถูกสามีทิ้งไปมีเมียใหม่ขณะไปทำงานในเกาหลีด้วยกัน จึงเข้าใจหัวอกลูกผู้หญิง และขยาดต่อพิษรักที่เคยถูกกระทำ

สุดท้ายหนุ่มเกาหลี ทนไม่ไหว เพราะหลงรักหัวปักหัวปำจึงได้ล่อลวงลูกสาวตนเองไปฆ่าตาย ที่ไม่สนองรักต่อเขา โดยนำศพของนางชุติมาไปทิ้งห่างจากที่ทำงานของลูกสาวกว่า 200 กม. ต่อมาหนุ่มเกาหลี สำนึกบาปได้ที่ฆ่านางชุติมา และเกิดความกลัว จึงได้ไปสารภาพกับเจ้าของบริษัทที่ทำงาน ว่าตนเป็นคนฆ่านางชุติมา ทางเจ้าของบริษัท จึงได้แจ้งให้ตำรวจจับกุม พร้อมควบคุมตัวหนุ่มเกาหลีไปชี้จุดเกิดเหตุที่ฆ่านางชุติมา และเจ้าหน้าที่ได้นำศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลที่เกาหลี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเก็บศพเป็นรายวัน

ผู้เป็นพ่อ ยังกล่าวอีกว่า ลูกสาวตนเองจะโทรศัพท์มาคุยทั้งก่อนทำงานและหลังเลิกงานเป็นประจำ เพื่อสอบถามสารทุกข์สุกดิบ พ่อแม่ และเด็กหญิงอริสา ลูกสาว ล่าสุดนางชุติมา ได้โทรติดต่อมาหาตอนบ่ายโมง วันที่ 31 ต.ค.ได้คุยกับ นายสัมฤทธิ์ ผู้เป็นพ่อ จากนั้นขาดการติดต่อไปจนวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย.เจ้าหน้าที่กงสุลไทย แจ้งว่า นางชุติมา ถูกฆ่าตายแล้ว ทางกงสุลได้ดำเนินเรื่องให้ และแจ้งให้ไปรับศพนางชุติมา ในคืนวันที่ 9 พ.ย. ประมาณตีหนึ่ง เครื่องบินจะถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งตนเองก็ได้เตรียมหลักฐานไว้ให้กับเจ้าหน้าที่กงสุล เพื่อรับศพลูกสาวมาจัดการบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด

“ลูกสาวทำงานอยู่ที่บริษัท จองซิน เขตฮันยอง ประเทศเกาหลีใต้ ได้ส่งเงินมาให้พ่อดาวน์รถไถ กับ รถยนต์กระบะ ไว้ใช้ทำมาหากิน รับจ้าง ตอนนี้ยังค้างค่างวดอยู่อีกหลายงวด เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขกันต่อ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี” นายสัมฤทธิ์ กล่าวอย่างหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต.