วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อเผยลางร้าย ก่อนน้องจูน เน็ตไอดอล อดีต รปภ.สาว ถูกชนท้าย 18 ล้อ เจ็บสาหัส

จากอุบัติเหตุช่วงกลางดึก วันที่ 7 พ.ย. 60 ‘น้องจูน’ น.ส.วัลย์ลดา กันตพลจรัณธร นศ.ปี 3 ม.กรุงเทพ "เน็ตไอดอลตัวจริง” หารายได้พิเศษช่วงปิดเทอม เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ซึ่งเป็นอาชีพที่น้อยคนสนใจและเลือกทำ โดยเฉพาะสาวๆ หน้าตาดี และฐานะทางบ้านดีเช่นเธอจนกลายเป็นกระแสโด่งดังในช่วงกลางปีที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถ 18 ล้อ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส นำส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต ชาวเน็ตต่างให้กำลังใจกันอย่างล้นหลามที่หน้าเพจเฟซบุ๊กของน้องจูน และอวยพรขอให้หายโดยเร็ววัน

อาการดีขึ้น แต่พูดไม่ได้ ย้ายไปรักษา รพ. จุฬา

นายธนันท์รัฐ กันตพลจรัณธร หรือ ตึ้ง อาชีพรับเหมาก่อสร้างในภูเก็ต ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 60 เวลา 15.00 น. ด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลว่า ตอนนี้อาการของของน้องจูนดีขั้นระดับหนึ่ง แต่ต้องเฝ้าระวังดูอาการต่อไป ขณะนี้ออกจากห้องไอซียู มาพักที่หอผู้ป่วย ศัลยกรรม น้องจูนเริ่มรู้สึกตัว แต่ยังคุยไม่ได้เพราะใส่ท่อหายใจอยู่

สามารถสื่อสารตอบโต้ได้โดยการใช้นิ้วกับผงกหัว โดยถามว่าเจ็บตรงไหน ถ้าเจ็บตรงท่อหายใจให้ยกนิ้ว 1 นิ้วก็ยกนิ้วบอกตอบ ส่วนอาการอื่นๆ มีข้อมือซ้ายน่าจะหัก สมองตอนแรกที่บวม มีเลือดออก ขณะนี้เลือดหยุดแล้ว สำหรับอาการสมองช้ำเป็นรอยจุดจ้ำๆ ต้องใช้เวลาพักฟื้นสักระยะ และต้องตรวจดูอาการเพิ่มเติมเกี่ยวกับดวงตาข้างซ้าย เพราะม่านตาตอบสนองช้า ยังรอข้อมูลจากแพทย์ว่าเป็นอะไร และเมื่อเวลา 19.00 น. ทางคณบดีของ ม.กรุงเทพ และอาจารย์ และทีมแพทย์ได้ย้ายน้องจูนไปรักษาที่ รพ.จุฬาฯ แล้ว สำหรับอาการล่าสุดในวันนี้ เมื่อเวลา 11.45 น.นายธนันท์รัฐ ผู้เป็นพ่อบอกกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่าอาการยังคงเดิม

ละเอียดยิบ เหตุการณ์ก่อนถูกชน เบรกจนวินาทีสุดท้าย

เหตุการณ์ร้ายดังกล่าว นายธนันท์รัฐกล่าวต่อว่าเกิดขึ้นบริเวณจุดกลับรถมาลีวัลย์ จ.ปทุมธานี ก่อนวันสอบเพียง 1 วัน โดยเพื่อนมาหาน้องจูนที่บ้านเพื่อติวหนังสือ หลังติวเสร็จ น้องจูนกับเพื่อนชื่อบาส หรือ นายทัศน์พล นิลรุ่งรัตนา ซึ่งเคยทำงานพิเศษ เป็น รปภ. ด้วยกัน ขับรถมาส่งเพื่อน

ขณะขับจะกลับบ้าน ระหว่างคลอง 1 กับคลอง 2 ซึ่งทั้งคู่อยู่ทางเลนขวา และคิดว่ารถพ่วงคงไม่ยูเทิร์น เพราะรถวิ่งอยู่ทางตรง แต่รถพ่วงก็เลี้ยวออกมา เบรกจนวินาทีสุดท้าย หักพวงมาลัยไปทางขวา แต่ไม่พ้น จึงชนกับขอบมุมขวาของรถพ่วงที่กำลังยูเทิร์นพอดี จนหลังคารูดยาว เปิดเละหมด ส่งผลให้น้องจูนเจ็บสาหัส และส่วนบาสเจ็บเข่ากับแขนเล็กน้อย กับคู่กรณีหรือเจ้าของรถพ่วงยังไม่เคยได้คุยกัน แต่ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

สุดปาฏิหาริย์ เมื่อได้ยินเสียง พ่อ แม่ น้องจูนก็ลืมตาทันที

นายธนันท์รัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทราบข่าวร้ายขณะอยู่ที่ภูเก็ต และเข้านอนหลับแล้ว โดยบาส ผู้ขับได้โทรมาแจ้งเมื่อเวลาเที่ยงคืนเศษๆ ว่าเกิดอุบัติเหตุ น้องจูนอยู่ที่ รพ. และยังไม่ทราบว่าอาการเป็นอย่างไร ตกใจและเป็นห่วงน้องจูนมากจึงขอคุยกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย บอกว่ารถเละ ลูกสาวอยู่ในห้องไอซียู อาการสาหัสแต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ เพราะยังมีชีพจรอยู่ วางสายเสร็จก็รีบดิ่งไปสนามบินตอนตี 2 เพื่อตีตั๋วเที่ยวแรกของสายการบินแอร์เอเชีย เวลา 05.45 น. ช่วงเวลารอเดินทาง ทรมานใจมาก เป็นห่วงน้องจูน กินไม่ได้ หลับไม่ลง กังวลใจตลอดเวลา เมื่อมาถึง กทม. เวลา 07.10 น. ก็รีบขึ้นแท็กซี่ไป รพ. มาเฝ้าน้องจูนจนถึงวันนี้

วินาทีแรกที่เห็นสภาพลูก นายธนันท์รัฐเล่าต่อทั้งน้ำตาว่าใจตกไปตาตุ่ม จิตใจห่อเหี่ยว หัวใจแทบสลาย เห็นน้องจูนที่ดิ้นไปดินมาด้วยความเจ็บปวดที่เตียงในห้องไอซียู อาการยังไม่ตอบสนองใดๆ ตนจึงบอกว่า “จูน พ่อกับแม่มาแล้วนะลูก จู่ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้นมาลืมตาทันที แล้วก็ค่อยๆ กลับไปนอนที่เตียงอย่างช้าๆ ผมเห็นสภาพของลูกแล้วแล้วน้ำตาไหล ภรรยาก็ร้องไห้ ตั้งแต่น้องจูนป่วย มันทำให้ผมกินข้าวไม่ลงสักมื้อ แม้กระทั่งนม หรืออะไรก็แล้วแต่ ฝืนกินเข้าไปนิดนึงจะมีอาการคลื่นไส้เลย คือ ผมเพิ่งรู้อาการของคนที่เป็นกังวลมากๆ แล้วมีอาการกินไม่ได้ก็วันนี้เอง สวดมนต์ ภาวนา กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่างที่มี ขอพรให้น้องจูนรอดปลอดภัย”

เผยเหตุลางร้าย 2 วัน ก่อนเกิดเหตุ ชี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล

ทั้งนี้ก่อนเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ นายธนันท์รัฐ ยังเปิดเผยว่า มีลางร้ายเตือน ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 วัน ขณะเดินอยู่ที่ภูเก็ต จู่ๆ จิ้งจกตกใส่แล้วก็วิ่งหนีไป ตนและภรรยา คุยกันและเดาว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีอะไรสักอย่างแน่ ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนตัวจึงเตือนให้คนในครอบครัวระวัง แล้วอีกไม่กี่วันก็เกิดเหตุร้ายนี้ขึ้นจริงๆ กับน้องจูน ซึ่งถือว่าเป็นความความเชื่อส่วนตัว โดยปกติไหว้พระบ่อยๆ จะมีสิ่งศักดิ์สิทธ์ิ หรือสิ่งเร้นลับอะไรก็แล้วแต่มาคอยบอกเตือนตลอดมาตั้งนาน จะมีลางบอกก่อน หรือไม่ก็ฝันเห็นคนที่ตายไปแล้วมาบอกว่าจะเกิดอะไร

วอนคนขับรถบรรทุก เห็นใจรถเล็ก อย่าเบียด บี้

สำหรับอุบัติเหตุครั้งนี้ นายธนันท์รัฐให้ทัศนะว่าน่าจะเกิดจากการเลี้ยวโดยไม่คำนึงว่ารถเพื่อนร่วมทางจะขับพ้น ไม่พ้น เนื่องจากรถพ่วง 18 ล้อ การเลี้ยวต้องใช้พื้นที่และระยะเวลาประมาณหนึ่งจึงจะเลี้ยวพ้น ไม่สามารถเลี้ยวรถได้เร็วเหมือนเหมือนรถยนต์ และจากการที่ดูข่าวบ่อยๆ รถพ่วงกับรถยนต์มักเกิดอุบัติเหตุกันบ่อยมาก เนื่องจากคนขับคิดว่ารถพ่วงหรือรถบรรทุกมีขนาดใหญ่กว่า นึกจะเลี้ยวก็เลี้ยว โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของผู้อื่น ซึ่งตนเคยเจอหลายครั้งในถนนสายเอเชีย จ.ภูเก็ต จนเกือบเกิดอุบัติเหตุ วอนคนขับรถพ่วงหรือรถบรรทุกโปรดเห็นใจคนขับรถยนต์

“เคยเจอรถบรรทุกขับปาดจนเกิดอุบัติเหตุ ตอนนั้นผมขับอยู่เลนขวา ความเร็วประมาณ 80 รถบรรทุกอยู่เลนสอง จู่ๆ ก็เลี้ยวตัดหน้า ผมหักขวาจนเกือบเสียหลัก หลายครั้งบนถนนเส้นเอเชียระหว่างภูเก็ตมากทม. คนขับรถประเภทนี้มักขับรถดุดัน เห็นรถยนต์คันเล็กก็เบียด บี้ อยากฝากเตือนว่า ให้ระมัดระวังชีวิต และทรัพย์สินผู้อื่นและเห็นใจคนที่ขับรถเล็กบ้าง” นายธนันท์รัฐกล่าวทิ้งท้าย


ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่เคยมีเรื่องเสียใจ! เปิดใจพ่อน้องจูน นศ.ทำงาน รปภ. เผยวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้ดี

พ่อบินด่วนจากภูเก็ต เฝ้าน้องจูนเน็ตไอดอล เผยรถพ่วงปาดหน้า-ลูกอดไปสหรัฐฯ