วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อยุธยาเมืองรับน้ำ EP.2 อ่วมหนัก น้ำทะลักท่วมบ้าน ใช้เรือแทนเตียง ที่นอนห่างหลังคาแค่ศอก

อยุธยาเมืองรับน้ำ EP.2 อ่วมหนัก น้ำทะลักท่วมบ้าน ใช้เรือแทนเตียง ที่นอนห่างหลังคาแค่ศอก

  • Share:

จากตอนที่แล้ว ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสอบถามปัญหาความเดือดร้อนหลังชาวบ้าน อ.บางบาล และ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกน้ำท่วมบ้านตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. 60 ต้องระทมทุกข์กว่า 5 เดือน เดือดร้อนหนักทั้งเด็กเล็กวัย 9 เดือน และผู้สูงอายุ สู้กับภาวะต่างๆ ทั้งหิว ป่วย บ้านพัง ขวัญผวาหนีน้ำกลางดึกแล้ว

ยังมีอีกหนึ่งจุดที่น่าเป็นห่วงและน้ำท่วมหนักเช่นกัน คือ หมู่บ้านหัวเวียง ต.หัวเวียง อ.เสนา ด้วยเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ 120 หลังคาจึงถูกน้ำท่วมทุกหลัง และระดับน้ำบางจุดจึงสูงเกือบ 3 เมตร ชาวบ้านหลังหนึ่งต้องยกพื้นขึ้นหนีน้ำถึง 4 ครั้ง จนที่นอนห่างจากหลังคาบ้านเพียงศอกกว่าเท่านั้น ขณะที่บ้านอีกหลังต้องอาศัยนอนบนเรือ เพราะน้ำท่วมถึงบ้านชั้นสอง

ปี 54 ท่วมหนักทีเดียว เดือน ต.ค. แต่ปี 60 ระดับน้ำน้อย แต่ท่วมนานตั้งแต่ มิ.ย.

วันที่ 2 พ.ย. 50 เวลา 14.00 น. เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึง พบว่าน้ำท่วมอ่วมหนักทั้งหมู่บ้าน แม้ทางเข้าหมู่บ้าน ระดับน้ำบางจุดอยู่ที่ระดับหน้าแข้ง ซึ่งเดินลุยได้ แต่ชาวบ้านก็ต้องระวังกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดแม่น้ำ น้ำจึงไหลผ่านตลอดเวลา

นางปทุมพร สัญญะชิต หรือ ผู้ใหญ่บ้านเบียร์

นางปทุมพร สัญญะชิต หรือ ผู้ใหญ่บ้านเบียร์ บอกข้อมูลว่า หมู่บ้านหัวเวียง อ.เสนา เป็นเขตติดต่อกับ หมู่ 5 ต.ทางช้าง อ.บางบาลจึงได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำ พอมีน้ำล้นตลิ่งจากแม่น้ำน้อย ก็จะถูกท่วมทุกปี สำหรับปีนี้ ระดับน้ำท่วม เมื่อเทียบกับ ปี 2554 แล้วปริมาณน้ำน้อยกว่า 30 ซม. แต่ท่วมหลายเดือนกว่าปี 2554 แถมยังท่วมบ่อยครั้ง เดี๋ยวท่วมเดี๋ยวลด จนชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะบ้านของนางคิ้ม ลายเสมา อายุ 80 กว่าปี ที่ถูกน้ำท่วมจนถึงชั้น 2 ของบ้าน ต้องนอนในเรือ ส่วนนายประสิทธ์ จิตสุทัยกุล อายุ 66 ปี ผู้เป็นสามี ต้องนั่งหลับบนเก้าอี้ เนื่องจากเก็บของไม่ทันเพราะน้ำขึ้นไว

นางคิ้ม ลายเสมา อายุ 80 กว่าปี

“ก่อนน้ำจะมา หากได้รับข่าวจากจังหวัดหรืออำเภอ ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงเท่าไหร่ ปล่อยมาอีกเท่าไหร่ เรามีการแจ้งเตือนเรื่อยๆ ให้ชาวบ้านรู้ทางกลุ่มไลน์ ศูนย์ข่าวของหมู่บ้าน และประกาศเสียงตามสายเพื่อเตรียมยกของขึ้นที่สูง” ผู้ใหญ่บ้านชี้แจง

กิน อยู่สุดลำบาก นอนบนเรือ สู้กับน้ำที่ไหลเชี่ยว

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปเยี่ยมนางคิ้ม โดยมีหลานของผู้ใหญ่บ้านค่อยๆ พายเรือพลาสติก ลัดเลาะผ่านบ้านแต่ละหลัง ท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก มองจากสภาพด้านนอกของบ้านนางคิ้มที่ล้อมรอบด้วยกระแสน้ำไหลเชี่ยวจากแม่น้ำน้อย อีกทั้งถูกกิ่งไม้ไหลมาปะทะบ้านจนเกาะติดค้างไว้แล้ว น่าเป็นห่วงมาก หากมวลน้ำไหลแรงกว่านี้ เสี่ยงบ้านพังได้

บ้านของนางคิ้ม บันไดหาย ฝาบ้านหลุด

หลังจากผู้สื่อข่าวตะโกนเสียงแข่งกับความดังของน้ำที่ไหลบ่ากระทบบ้านเพื่อขอเข้าไปเยี่ยม นายประสิทธิ์ ผู้เป็นสามีชี้บอกว่าให้ปีนเข้าทางหน้าต่างตรงหลังบ้าน เนื่องจากหน้าบ้านมีไม้จากที่อื่นไหลมาขวางและน้ำไหลแรง และเมื่อเข้าไปในบ้าน พบว่าน้ำท่วมพื้นบ้านในระดับตาตุ่ม และน้ำไหลบ่าเข้าบ้านตลอดเวลาโดยไม่มีทีท่าจะหยุด

พื้นบ้านน้ำท่วม ต้องนอนบนเรือ

นางคิ้ม บอกว่าก่อนหน้านี้นอนกับพื้นบ้าน เพราะน้ำยังท่วมไม่ถึงชั้นสอง ระดับน้ำขึ้นๆ ลงๆ แต่หลังจากออกพรรษา เจอระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นวันละ 20-30 เซนฯ น้ำขึ้นไวจนเก็บของไม่ทัน ต้องนอนในเรือมาเกือบเดือน ส่วนสามีแรกๆ ก็นั่งหลับกับเก้าอี้ พร้อมเล่าย้อนว่าตั้งแต่ปี 44 เจอน้ำท่วมมาทุกปี หนักสุดในชีวิตคือปี 54 น้ำสูงระดับเข่า แต่ปีนี้ก็ลำบากไม่ต่างจากปี 54 เนื่องจากน้ำไหลแรงมากกว่าทุกปี

เสียสละรับน้ำเพื่อคนกรุง บันได ฝาบ้านลอยหาย พื้นบ้านโป่งพอง วอนเห็นใจ

นายประสิทธิ์ เล่าเสริมถึงความทุกข์ระทมจากการต้องอยู่กับน้ำมากว่า 5 เดือนว่า จากน้ำที่ไหลแรงตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืนนานหลายเดือน ทำให้ข้าวของในบ้านเสียหายหลายส่วน ขณะนี้ฝาบ้านและบันไดหลุดลอยหายไปหลายแผ่น พื้นบ้านเริ่มโป่งพองจากการถูกน้ำท่วม

กระแสน้ำไหลเชี่ยวกว่า 5 เดือน
น้ำไหลบ่าเข้าบ้าน

น้ำท่วมครั้งนี้ แม้น้ำและไฟใช้ได้ปกติ แต่ก็อยู่อย่างลำบาก เพราะตนตาขวามองไม่ค่อยเห็น จะเดินก็ต้องระวังลื่นล้ม ห้องน้ำก็ใช้กระโถนแทน ร่างกายก็เริ่มอ่อนเพลียเนื่องจากไม่ได้นอนหลับ เพราะเสียงน้ำไหลแรง ส่วนอาหารการกิน เครื่องอุปโภคบริโภค ก็รอผู้ใหญ่บ้านหรือเพื่อนบ้านนำมาให้ เนื่องจากอายุเยอะทั้งคู่และน้ำไหลเชี่ยว ไม่สามารถออกไปหาซื้อได้ ทุกวันนี้ก็อยู่อย่างอัตภาพและพอเพียงตามที่ในหลวง ร.9 สอนไว้ และภาวนาให้ระดับน้ำไม่เพิ่มขึ้นและไม่แรงกว่านี้ ส่วนงบซ่อมบ้านยังไม่ทราบว่าทางรัฐบาลหรือหน่วยงานไหนจะมาช่วยบ้าง แต่เมื่อปี 54 ได้งบซ่อม หลังละ 5 พันบาท

ตอไม้ไหลมาติดที่ระเบียงบ้าน
นายประสิทธ์ จิตสุทัยกุล

เมื่อถามว่าทำไมไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่น น้ำท่วมทุกปีมากว่า 10 ปี บ้านก็เสื่อมสภาพ ซึ่งไม่รู้ว่าจะทรุดโทรมตอนไหน อีกทั้งมีตอไม้ไหลมาปะทะบ้าน น้ำไหลบ่าเข้ามาทุกวันบ้านอาจพังได้ ทั้งสองให้เหตุผลว่าเป็นห่วงบ้าน และไม่มีญาติที่ไหนให้ไปอาศัยอยู่ด้วย ด้านนางคิ้ม มีแววตาเศร้าหมองพร้อมพูดว่า “ขอให้เห็นใจคนอยุธยา ชาวอยุธยาเป็นคนที่รับน้ำไว้ให้คนกรุงเทพฯ”

อย่างไรก็ตาม สำหรับสิ่งของที่ครอบครัวของทั้งสองต้องการ นอกจากข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค ยาแก้น้ำกัดเท้าแล้ว ยังมี ยากันยุง เนื่องจากยุงเยอะมากทั้งกลางวันและกลางคืน

พื้นบ้านโป่งพองจากน้ำท่วม
นางคิ้ม ยกมือไหว้ขอบคุณที่มาเยี่ยม
เดือดร้อนหนักทั้งคนและสัตว์ น้ำท่วมสูงจนที่นอนห่างจากหลังคาเพียงศอก

ถัดจากบ้านนางคิ้มมาอีก 2 หลัง ผู้สื่อข่าวพบอีกหนึ่งครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ต้องยกพื้น หนีน้ำจนที่นอนห่างจากหลังคาบ้านเพียงศอกกว่าเท่านั้น และแมวจมน้ำตายไป 3 ตัว

นางขวัญเรือน แก้วนันทะ อายุ 58 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าถูกน้ำท่วมขังในบ้านสูงกว่า 1 เมตร ใช้ชีวิตอยู่กับน้ำมานานกว่า 5 เดือน และต้องยกพื้นหนุนข้าวของเครื่องใช้หนีน้ำถึง 4 ครั้ง จนขณะนี้เตียงนอนของสามีอยู่ห่างจากหลังคาบ้านเพียงศอกกว่ามาเกือบ 2 เดือน อีกทั้งส่งผลให้สมาชิกในบ้านรวม 5 คน และสุนัข 2 ตัว กับแมวอีก 32 ตัว ต้องอาศัยอยู่อย่างแออัด

บ้านของนางขวัญเรือนที่ถูกน้ำท่วม
นางขวัญเรือน แก้วนันทะ กับแมวที่ไม่เคยคิดทอดทิ้ง

เธอเล่าว่า แต่เดิมที่บ้านมีสุนัขและแมว 1 ตัว แต่มีคนนำมาฝาก นำมาปล่อยที่เล้าไก่ของบ้าน เธอเป็นคนรักสัตว์อยู่แล้วจึงจำเป็นต้องเลี้ยงไว้เพราะสงสาร และต้องคอยดูสัตว์ทุกตัวจนไม่กล้าออกไปไหน เกรงว่าจะจมน้ำ แต่แมวก็จมตายไปแล้ว 3 ตัว เพราะช่วยไม่ทัน เนื่องจากเธอเจ็บเท้า เดินไม่สะดวก เพราะน้ำกัดเท้า

“ไม่ได้หลับได้นอนเล๊ย น้ำไหลแรงจนนอนไม่หลับ และต้องคอยดูน้ำว่าจะสูงเพิ่มขึ้นอีกไหม หากเพิ่มขึ้นอีกก็เลือกที่จะไม่หนุนของหนีน้ำ เนื่องจากไม่สามารถหนุนได้แล้ว เพราะตอนนี้ข้าวของเครื่องใช้ก็อยู่ติดหลังคาบ้านแล้ว

ที่นอนห่างจากหลังคาแค่ศอก

ส่วนบ้านแม่ก็ท่วมหนักเหมือนกัน เหตุที่ไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่นเพราะบ้านเกิดเมืองนอนอยู่ที่นี่ ความสุขของเราอยู่ที่บ้าน ครั้งนี้ถือว่าทุกข์หนักมากที่สุดในชีวิต ทุกคนนอนเกือบติดหลังคาเลยแหละ แต่ที่หนักสุดคือสามี ที่นอนห่างจากหลังคาแค่ศอก” นางขวัญเรือนเล่าถึงความรู้สึก

สุนัข แมว ขาดแคลนอาหาร คนในครอบครัวถูกตะขาบกัดถึง 3 คน

นอกจากนี้นางขวัญเรือนยังเล่าถึงความลำบากอีกว่า สำหรับการใช้ห้องน้ำเพื่อปลดหนัก ปลดเบาก็พายเรือไปบ้านแม่ที่อยู่ใกล้ๆ กัน แต่กว่าจะพายฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน อีกทั้งเธอ ลูกและสามีเคยถูกตะขาบกัดระหว่างที่นอน

สุนัขของนางขวัญเรือน

แม้บ้านเคยน้ำท่วมในปี 54 ซึ่งท่วมเยอะกว่าปีนี้มาก แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าความทุกข์ร้อนเป็นอย่างไร เนื่องจากย้ายข้าวของไปอาศัยอยู่ที่โรงเรียน จากที่เป็นเด็กเห็นน้ำท่วมจะรู้สึกสนุกที่ได้เล่นน้ำ แต่ปีนี้น้ำท่วมรุนแรงและทุกข์หนักมากสำหรับเธอ น้ำไหลเชี่ยวแรงจนประตูบ้านพัง ต้องนำวงล้อมากันน้ำเพื่อชะลอความแรง ตอนนี้เดือดร้อนเรื่องอาหารแมว แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากกรมปศุสัตว์ จ.พระนครศรีอยุธยา มา 2 ครั้งแล้ว แต่ก็ยังขาดแคลน และอยากได้ ยาแก้น้ำกัดเท้า

ระดับน้ำในบ้านนางขวัญเรือน
น้ำที่ท่วมในบ้านของนางขวัญเรือน

“ขอบคุณทุกกำลังใจ จะสู้อย่างที่ทุกคนบอก จะไม่ย่อท้อ ทีแรกถอดใจแล้ว แต่ก็ให้กำลังใจกันและกันทุกคน เพราะมีหลายคน หลายอำเภอ ที่เจอน้ำท่วมเหมือนกัน” 

โปรดอย่าเข้าใจผิด ถุงยังชีพที่เห็นว่าบางคนได้เยอะ เนื่องจากฝากให้เพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตามสำหรับความช่วยเหลือลูกบ้าน นางปทุมพร สัญญะชิต หรือ ผู้ใหญ่บ้านเบียร์ บอกว่าที่ผ่านมาได้รับธารน้ำใจช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน ทางจังหวัดก็มาให้ถุงยังชีพ นายอำเภอก็มาเยี่ยมบ่อยๆ รวมทั้งเพื่อน พี่น้องของผู้ใหญ่บ้าน สิ่งที่ชาวบ้านขอความช่วยเหลือจะเป็น อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง ยากันยุง และตอนนี้ รอโอกาสให้น้ำลง ให้พื้นบ้านไม่แช่น้ำก็ยังดี

ยกพื้นหนีน้ำ 4 ครั้งจนเกือบจะอยู่มิดหลังคา
เดินลุยน้ำระดับอกเพื่อเข้าบ้าน

“ทุกคนพอเพียง สิ่งที่ได้รับความช่วยเหลือมีอะไรก็ใช้แบบนั้น จะไม่เรียกร้องอะไร ถ้าไปเรียกร้องกับสื่อ ก็จะถูกมองว่าเห็นแก่ตัว สำหรับความช่วยเหลือยายคิ้มที่ต้องนอนบนเรือ ก็จะฝากของมากับเพื่อนบ้าน เพราะบ้านอยู่ลึก ยายพายเรือไม่เป็น อายุเยอะและกระแสน้ำเชี่ยวแรง บางคนที่มาแจกถุงยังชีพอาจมองเห็นว่า เอ๊ะ ทำไมเรือลำนี้ได้ของเยอะ แต่จริงๆ เพื่อนบ้านขนมาให้ยายคิ้มด้วย ตอนนี้ใช้หลักความสามัคคีในหมู่บ้าน คนเฒ่าคนแก่ที่ออกไปรับของบริจาคไม่ได้ก็จะฝากกันมา ลูกบ้านที่ยังหนุ่มและแข็งแรงก็พายเรือไปเยี่ยมกันหลังนั้นหลังนี้ ก็ช่วยกัน ไม่เคยมีการเกี่ยงกัน” นางปทุมพรเล่าถึงวิธีจัดการแจกถุงยังชีพ

ตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. กระทั่งวันนี้ มวลน้ำอยู่ยาวนานกับชาวบ้านหัวเวียง อ.เสนา ถึง 5 เดือน และกว่าน้ำ-ดิน จะแห้งเป็นปกติ ราวๆ สิ้นปีพอดี หากต้องการช่วยเหลือ สามารถโทรติดต่อที่ผู้ใหญ่บ้านเบียร์ที่หมายเลข 08-4310-4798

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อยุธยาเมืองรับน้ำ EP.1 ระทมทุกข์ 5 เดือน หิว ป่วย ผวาหนีน้ำกลางดึก

ประมวลภาพ ชาวบ้านหัวเวียง อ.เสนา ร่วมกันฟันฝ่าน้ำท่วม 2560 ทั้งหมด 10 ภาพ

แม้ต้องเผชิญน้ำท่วมสูงเกือบ 3 เมตร แต่ชาวบ้านหมู่ 2 ต.บ้านหัวเวียง ก็พร้อมสู้ไปด้วยกัน โดยยึดหลักความสามัคคี และพอเพียงตามคำสอนของในหลวง ร.9

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้