วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับมือวางเพลิงตึกแถว 5 ชั้น ซ.หลานหลวง 8 อ้างป้องกันตัว มีคนจะทำร้าย

จับแล้วหนุ่มใหญ่นครสวรรค์ วัย 44 ปี มือวางเพลิงตึกแถว 5 ชั้น ซ.หลานหลวง 8 ทำคนงานเสียชีวิต 2 ราย อ้างนั่งดื่มเหล้าอยู่ดีๆ ได้ยินเสียงคนจะเข้ามาทำร้าย รีบจุดไฟเผากองผ้าเพื่อป้องกันตัว แต่ตกใจเห็นไฟลุก เลยดับไม่ทัน...

จากกรณีเหตุไฟไหม้อาคารพาณิชย์ เลขที่ 118/23-24 จำนวน 2 คูหา ภายในซอยหลานหลวง 8 ถนนหลานหลวง แขวงมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่เก็บม้วนผ้าขายส่ง ภายหลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบความเสียหายพบผู้เสียชีวิต 2 ราย อยู่บนชั้นดาดฟ้า เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ต.ค.60 ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. พร้อมเจ้าหน้าที่จากกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารตึกแถว 5 ชั้น ซอยหลานหลวง 8 ที่เกิดเพลิงไหม้ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

ดร.ธเนศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบอาคารเบื้องต้นพบว่า มีพื้นของชั้นที่ 2 และชั้น 3 บางส่วน พบว่ามีการแอ่นโค้งลง เนื่องจากรับน้ำหนักของผ้าที่เก็บไว้ในอาคารดังกล่าว และขณะเกิดเพลิงไหม้น้ำที่ใช้ดับเพลิงไปเพิ่มน้ำหนักให้กับกองผ้าดังกล่าว จึงทำให้พื้นของอาคารที่ชั้น 2 รับน้ำหนักมากขึ้น จึงเกิดการแอ่นดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบเชื่อว่าหากเคลื่อนย้ายสิ่งของและกองผ้าในอาคารดังกล่าวออก จะสามารถซ่อมแซมพื้นผิวของอาคารและสามารถกลับมาใช้อาคารได้ตามปกติ เพราะโครงสร้างหลักที่ใช้รับน้ำหนักอาคารยังไม่เสียหาย พร้อมกันนี้ยังฝากประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของอาคารสูงลักษณะนี้ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับควัน เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตในลักษณะนี้อีก

ขณะที่ นายนพดล ฉายปัญญา ผอ.กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ระบุว่า ต่อจากนี้เจ้าของอาคารจะต้องติดต่อเพื่อให้วิศวกรเข้าตรวจสอบอาคาร และต้องแสดงแจ้งต่อสำนักการโยธา สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ว่าต้องการซ่อมแซมหรือทุบอาคารทิ้ง ส่วนในเรื่องของบันไดหนีไฟ ปัจจุบันกฎหมายควบคุมอาคารฉบับปัจจุบัน มีการกำหนดแล้วว่าอาคารเก่าก่อนประกาศก็ต้องดำเนินการสร้างบันไดหนีไฟ โดยสำหรับอาคารนี้จะมีการตรวจสอบอีกครั้งว่าด้านหลังของอาคารมีบันไดหนีไฟหรือไม่ หากไม่มีก็เข้าข่ายผิดกฎหมายควบคุมอาคาร ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ สน.นางเลิ้ง พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ รรท.ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง ร่วมกันจับกุมตัว นายสำรวย ไพศาล อายุ 44 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ หมายจับศาลอาญาที่ 374/2560 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2560 ในข้อหา "วางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือนที่อยู่อาศัยเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย"

พ.ต.อ.เสนิต กล่าวว่า จากเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย จากการสอบสวนพบว่า นายสำรวย เป็นผู้ก่อเหตุวางเพลิงอาคารดังกล่าว โดยนายสำรวยได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งนายสำรวยได้ให้การว่า เป็นคนงานที่อยู่อาศัยในอาคารดังกล่าว โดยปกติแล้วจะดื่มสุรา (เหล้าขาว) เป็นประจำทุกวัน วันละ 1 ขวด ซึ่งในวันเกิดเหตุระหว่างที่นายสำรวยนั่งดื่มสุราอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงคนเดินอยู่บนชั้น 2 จึงถือมีดเดินขึ้นไป แต่ไม่พบใคร จากนั้นได้ยินเสียงว่าคนจะเข้ามาทำร้าย จึงหาน้ำมันมาราดบนกองผ้าและใช้ไฟแช็กจุดไฟเพื่อป้องกันตัว เมื่อนายสำรวยเห็นไฟลุกจึงเกิดอาการตกใจ จึงได้นำสายยางมาดับไฟ แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ จนเป็นเหตุสลดดังกล่าว

พ.ต.อ.เสนิต กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบประวัตินายสำรวย ไม่พบมีประวัติการก่ออาชญากรรม และไม่พบว่ามีประวัติการรักษาอาการทางจิต นอกจากนี้ผลจากการตรวจร่างกายไม่พบสารเสพติดอยู่ในร่างกายอีกด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะนำตัวนายสำรวยไปฝากขังไว้ที่ สน.พญาไท ก่อน เนื่องจากห้องขังของทาง สน.นางเลิ้ง อยู่ระหว่างการปรับปรุง และในวันพรุ่งนี้ (31 ต.ค.) เวลา 10.00 น. จะนำตัวฝากขังศาลอาญารัชดาต่อไป.