วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุดมการณ์ลามทั่วโลก! ไอซิสยังไม่ตาย แม้เสียรักกา รัฐอิสลามล่มสลาย

เมื่อวันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560 กองกำลังพันธมิตรกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดและอาหรับ นามว่า กองทัพประชาธิปไตยซีเรีย หรือ กลุ่มเอสดีเอฟ สามารถยึดเมืองรักกา เมืองหลวงของ รัฐคาลิเฟต ที่ประกาศก่อตั้งโดยกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ ไอซิส ได้สำเร็จ

การยึดเมืองรักกา ถือเป็นสัญลักษณ์การล่มสลายของรัฐอิสลาม คาลิเฟต ของไอซิส อย่างเป็นทางการ แต่ท่ามกลางการเฉลิมฉลองของเหล่าทหารผู้คว้าชัยชนะในการศึก และจากประชาชนผู้หลุดพ้นจากการปกครองอันโหดร้าย ที่พวกเขาทนทุกข์มานานหลายปี กลุ่มไอซิสหาได้พ่ายแพ้ไม่ พวกเขาเพียงสูญเสียดินแดนในครอบครอง มิได้ลดความอันตรายลงไปแม้แต่น้อย เพราะอุดมการณ์ของพวกเขานั้น แพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว

ดับฝันรัฐอิสลาม

เมื่อปี พ.ศ. 2557 กลุ่มไอซิสออกปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ยึดเมืองพื้นที่ส่วนใหญ่ในอิรัก และซีเรีย ก่อนที่ อาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี หัวหน้า และผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่ม จะประกาศก่อตั้งรัฐอิสลามคาลิเฟต’ ซึ่งปกครองคนนับสิบล้านชีวิตภายใต้กฎหมายอิสลาม ‘ชาริอะห์’ ขึ้นมาในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน โดยให้ เมืองรักกา ในซีเรียเป็นเมืองหลวงของดินแดนแห่งนี้

แต่สัญญาณของการล่มสลายของรัฐอิสลามของกลุ่มไอซิส เริ่มแสดงให้เห็นเมื่อกองกำลังนานาชาติ นำโดยสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมการต่อสู้ในอิรักและซีเรียในเวลาต่อมา โดยกลุ่มไอซิสซึ่งเผชิญการต่อต้านอย่างหนัก เริ่มสูญเสียดินแดนในครอบครองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพอิรักจับมือกับกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด และชาวมุสลิมชีอะห์ กำลังพลรวมเกือบ 1 แสนนาย บุกยึดคืน เมืองโมซูล ฐานที่มั่นใหญ่สุดของไอซิสในอิรักได้สำเร็จ หลังต่อสู้นานถึง 10 เดือน (16 ตุลาคม 2559-20 กรกฎาคม 2560)

หลังจากเสียเมืองโมซูลไป ดินแดนในครอบครองของไอซิสก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่กลุ่มเอสดีเอฟ เริ่มปฏิบัติการยึดคืน เมืองรักกา รอบ 2 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ตั้งชื่อว่า ‘การต่อสู้ครั้งใหญ่’ (Great Battle) โดยได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากสหรัฐฯ รวมทั้งกองกำลังพิเศษภาคพื้นอีก 500 นาย การต่อสู้กินระยะเวลายาวนานกว่า 4 เดือน จนกระทั่งในวันที่ 17 ตุลาคม กลุ่มเอสดีเอฟ ก็ประกาศว่าพวกเขาสามารถยึดเมืองแห่งนี้ได้โดยสมบูรณ์ ปิดฉากความฝันการก่อตั้ง รัฐคาลิเฟต ของกลุ่มไอซิส ลงในที่สุด

เมืองรักกาสำคัญอย่างไร?

จริงอยู่ว่า โมซูล เป็นเมืองใหญ่ที่สุดที่กลุ่มไอซิสเคยยึดครอง แต่ศูนย์รวมอำนาจของพวกเขากลับอยู่ที่เมืองรักกา เมืองแรกที่พวกเขายึดได้ และกลายมาเป็นเมืองหลวงของรัฐคาลิเฟต ที่พวกเขาประกาศก่อตั้งแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

นับตั้งแต่ถูกยึด รักกา ค่อยๆ กลายเป็นศูนย์กลางของไอซิสในการปฏิบัติการทั่วโลก โรงพยาบาล และสนามกีฬาภายในเมือง กลายเป็นสถานที่สำหรับวางแผนก่อการร้ายในดินแดนต่างชาติของพวกเขา แม้จะเสียเมืองโมซูลไป สัญลักษณ์ของ รัฐคาลิเฟต อย่างเมืองรักกาก็ยังคงอยู่ แต่ตอนนี้พวกเขาสูญเสียมันไปแล้ว กลายเป็นจุดจบของรัฐอิสลามอย่างแท้จริง

รัฐอิสลามล่มสลาย แต่ไอซิสไม่ได้แพ้

ต้องไม่ลืมว่า แม้ความฝันในการก่อตั้ง รัฐคาลิเฟต ของไอซิส จบลงแล้ว แต่ข้อเท็จจริงคือ กลุ่มไอซิสยังคงอยู่ แม้จะสูญเสียดินแดนในครอบครอง อาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี หัวหน้าใหญ่ของพวกเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ โดยหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใดสักแห่ง คอยออกข้อความใหม่ๆ ถึงเหล่าผู้สนับสนุน ให้ทำสงครามศาสนาต่อไป ซึ่งเชื่อว่ามีหลายพันคนที่พร้อมจะทำตามคำสั่งของผู้นำรายนี้ ดังนั้น การโจมตีด้วยระเบิดเข่นฆ่าผู้คนจำนวนมากจะยังคงดำเนินต่อไป

ไม่เพียงแค่ในอิรัก และซีเรียเท่านั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แนวร่วมของพวกเขาจะยังคงลงมือก่อการร้ายในชาติตะวันตกอีก เหมือนกับในช่วงที่ผ่านมา เพราะการโจมตีเหล่านี้มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นการวางแผน หรือลงมือโดยสมาชิกของกลุ่มไอซิส แต่คำว่า ‘อุดมการณ์’ คำเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ ผู้เห็นด้วยออกมาก่อการโจมตีในนามของกลุ่มไอซิส

นอกจากนี้ อุดมการณ์ของไอซิสยังแพร่กระจายไปในหลายพื้นที่ทั่วโลก พวกเขามีกิ่งก้านสาขา รวมทั้งกลุ่มติดอาวุธน้อยใหญ่ที่สวามิภักดิ์ต่อพวกเขาอยู่ในหลายประเทศ ทั้งที่ อัฟกานิสถาน, เยเมน และ ลิเบีย ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใกล้บ้านเราที่เห็นชัดที่สุดคือ กลุ่มมาอูเต ในฟิลิปปินส์ ซึ่งเพิ่งพ่ายแพ้ในศึกเมืองมาราวี

เช่นเดียวกับ กลุ่มอัลเคดา ที่ยังคงอยู่ แม้เสื่อมอำนาจไปมาก การจะกำจัดกลุ่มไอซิสให้หมดไปอย่างสิ้นเชิงจึงเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังคำของ โจชัว คีทติง นักเขียนของเว็บไซต์ Slate ที่เคยระบุในบทความของเขาว่า “เมื่อคุณต่อสู้กับอุดมการณ์ ศัตรูจะไม่มีวันพ่ายแพ้ มันแค่เปลี่ยนรูปร่างไป”

ก้าวต่อไปของไอซิสในอิรักและซีเรีย

ตอนนี้กลุ่มไอซิสยังเหลือเมืองที่พวกเขาควบคุมใน อิรัก และ ซีเรีย อีกเล็กน้อย บริเวณชายแดนระหว่างทั้ง 2 ประเทศ แต่ขึ้นอยู่กับเวลาว่า พวกเขาจะเสียดินแดนเหล่านี้ไปเมื่อใด อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า ไอซิสได้เตรียมการสำหรับกรณีที่ว่าแล้ว โดยพวกเขาจะกลับไปเป็นกลุ่มติดอาวุธที่คอยก่อการร้ายจากที่มืด เหมือนในยุคก่อตั้ง ฝังตัวอยู่กับกลุ่มชาวมุสลิมสุหนี่อันเป็นรากฐานของพวกเขา

ปัญหาใหญ่อีกอย่างคือ ตอนนี้ดินแดนของไอซิสลดลงมากมายแล้ว ซึ่งประเทศในยุโรป ตะวันออกกลาง และทั่วโลก จะรับมือกับนักรบติดอาวุธต่างชาติ ที่เข้าร่วมกับกลุ่มไอซิสจำนวนนับพันนับหมื่นคน ที่จะเดินทางกลับมาตุภูมิ และวางแผนโจมตีก่อการร้ายที่นั่นอย่างไร