วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร่วมแรงต้านนำเข้าหมูสหรัฐฯ!

“พาณิชย์” อ้างไม่ทำตามโคเด็กซ์หวั่นถูกฟ้อง

“พาณิชย์” ยันยังไม่อนุญาตนำเข้าหมู-เครื่องในมีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯ ต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องโคเด็กซ์ก่อน หากไม่นำเข้า เสี่ยงถูกคู่ค้าฟ้องร้อง ด้าน “เอฟทีเอ ว็อชท์” โต้แม้มะกันฟ้อง โอกาสชนะแทบไม่มี ค้านแก้กฎหมายเต็มตัว ขณะที่ “ฉัตรชัย” ลั่นดูแลเกษตรกรเต็มที่ วงในแฉพาณิชย์ล็อบบี้เกษตร-สาธารณสุขเปิดนำเข้าสุดลิ่ม

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงกระแสข่าวว่าไทยถูกกดดันจากสหรัฐฯให้นำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงว่า ไทยยังไม่ได้อนุญาตให้นำเข้า เพราะต้องแก้กฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ และผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ในฐานะ ที่ไทยเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเด็กซ์) และองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) จึงต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ เพราะโคเด็กซ์มีมติเมื่อเดือน ก.ค.55 กำหนดปริมาณสารเร่งเนื้อแดงตกค้างที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคในเนื้อหมู 4 ชนิด คือ กล้ามเนื้อ ไขมัน ตับ และไต ทำให้สหรัฐฯ แคนาดา ผลักดันให้ไทยยกเลิกห้ามนำเข้าหมู และผลิตภัณฑ์ที่มีสารเร่งเนื้อแดง และเปิดให้นำเข้าได้ในระดับที่ไม่เกินที่โคเด็กซ์กำหนด หากไม่ทำตามมติโคเด็กซ์ อาจถูกคู่ค้าฟ้องร้องได้

ด้าน น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) กล่าวว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า หากไทยไม่ทำตามมาตรฐานโคเด็กซ์ เรื่องอนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงเลี้ยงหมู และมีตกค้างได้เล็กน้อย อาจเสี่ยงถูกคู่ค้าฟ้องร้องนั้น ถือว่าพูดความจริงไม่หมด แม้สหรัฐฯมีสิทธิ์ฟ้องร้องไทย แต่โอกาสชนะแทบไม่มี เพราะมีมาตรา 2.2 และ 2.4 ในความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าที่ผูกพันไว้กับดับบลิวทีโอ กำหนดให้สมาชิกคุ้มครองตนเองได้ตามความจำเป็น เพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยของมนุษย์ สัตว์ และพืช “มีข้อพิสูจน์แล้วว่า หากมีสารเร่งเนื้อแดงสะสมนานเกินไปจะทำให้มือสั่น หัวใจกระตุก เสี่ยงอันตรายต่อสตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยเบาหวาน รัฐบาลเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางเปิดนำเข้า โดยไม่ได้รับฉันทามติจากประชาชน ไม่ถูกต้อง เอฟทีเอ ว็อทช์จะคัดค้านการแก้ไขกฎหมายของไทย ที่จะเปิดทางให้นำเข้าได้”

ส่วน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 ต.ค.นี้ จะสอบถามกระทรวงพาณิชย์ถึงความชัดเจนการนำเข้าหมูจากสหรัฐฯ เพราะหากนำเข้าจริงจะกระทบผู้เลี้ยงหมูในประเทศ ซึ่งกระทรวงฯแสดงจุดยืนที่จะดูแลเกษตรกร “ยืนยันกับกระทรวงพาณิชย์แล้วว่า ต้องคิดให้มากๆ หากนำเข้าจริงจะกระทบเกษตรกร ในฐานะ รมว.เกษตรฯ จะเอาเกษตรกรเป็นที่ตั้ง ส่วนกฎหมายสาธารณสุข หากแก้ไขเพื่อให้นำเข้าได้ ต้องใช้เวลา 1-2 ปี และต้องติดป้ายเตือนผู้บริโภคว่า หมูได้จากการเลี้ยงโดยมีสารเร่งเนื้อแดง”

ขณะที่นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ไม่อยากให้นำเข้า เพราะจะกระทบผู้เลี้ยงหมูในประเทศไทย เคยแจ้งสหรัฐฯนานแล้วว่า หากจะให้นำเข้า ไทยต้องตั้งคณะทำงานหารือเรื่องเทคนิค และผลกระทบก่อน ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควร ด้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ล็อบบี้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณสุข ให้นำเข้าหมูจากสหรัฐฯ แต่กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกร ขณะที่สาธารณสุข กังวลเรื่องที่กฎหมายห้ามให้พบสารเร่งเนื้อแดงในอาหาร ซึ่งไทยเลี้ยงหมูโดยปราศจากสารเร่งเนื้อแดงมานาน และได้มาตรฐานดีอยู่แล้ว ทั้ง 2 กระทรวงจึงค้านการนำเข้า.