วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โฆษกคสช.-พท. สวนหมัดกันนัว เรื่องยื้อการเลือกตั้ง

กล่าวหา-บัตรคนจน เอื้อประโยชน์เจ้าสัว!

โฆษก คสช.โต้ฝ่ายการเมืองปั่นกระแสโจมตี “บิ๊กตู่” เลื่อนเลือกตั้ง ยันทุกอย่างเดินตามกรอบเวลา โวย “มีชัย” เคลียร์แล้วทำไมยังเล่นไม่เลิก “สมชาย” ช่วยแจงไทม์ไลน์โรดแม็ปยังเหมือนเดิม แต่นายกฯคิดเผื่อสะดุดมีคนยื่นศาล รธน.ตีความ ก.ม.ลูก พท.ดาหน้าขย่มต่อท้าเหยงเปิดแถลงการณ์ร่วมไทย-สหรัฐฯพิสูจน์ใครหลอกใคร เชื่อวางยาสั่ง สนช.คว่ำร่าง พ.ร.บ.ประกอบ รธน. “อ๋อย” เอะใจว่าแล้วไงยื้อกาบัตรไปปี 62 “วัฒนา” เฉ่งนายกฯโกหกต่อเนื่อง โกงโรดแม็ปดึงเกมคืนอำนาจ “สามารถ” ทวงปลดล็อกเลิกแช่แข็งพรรค การเมือง ปชป.ผวาอัพเดตฐานข้อมูลสมาชิกไม่ทัน สนช.โต้เช็กบิลย้อนหลัง “ทักษิณ” 4 คดี ปัดฝุ่นใหม่หักเหลี่ยมนักการเมืองหลบหนี “พงศ์เทพ” จี้มาตรฐานเดียวกันไล่บี้สอบทุกรัฐบาล “ศรีสุวรรณ” โวยรัฐทบทวนบัตรคนจนเอื้อเจ้าสัว ขู่ฟ้องศาลคดีทุจริตฟันรัฐบาล

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุจะประกาศวันเลือกตั้งได้ปลายปี 2561 แต่จะได้เลือกตั้งจริงหลังจากนั้นภายใน 150 วัน ถูกฝ่ายการเมืองรุมถล่มอย่างต่อเนื่องว่าเป็นความพยายามยื้ออำนาจ บิดพลิ้ว ขัดทั้งรัฐธรรมนูญและแถลงการณ์ร่วมไทย-สหรัฐฯ ขณะที่ คสช. และตัวแทนแม่น้ำห้าสายพยายามช่วยชี้แจงว่านายกฯเผื่อระยะเวลาหากเกิดการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

โฆษก คสช.ย้ำเลือกตั้งตามโรดแม็ป

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ชี้แจงคำแถลงการณ์ร่วมของรัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกา เพราะตอนนี้เกิดความสับสนว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 61 หรือ 62 รวมทั้งเกรงว่าทางสหรัฐฯจะเข้าใจผิดได้ว่า ยืนยันว่าการเลือกตั้งยังคงเป็นไปตามโรดแม็ป ซึ่งเริ่มตั้งแต่การมีรัฐธรรมนูญ จากนั้นต้องมีกฎหมายลูก เมื่อกฎหมายลูกแล้วเสร็จครบทุกฉบับก็ต้องบวกเวลาไปอีก 150 วัน เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้แบบนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมาย และเดินตามกรอบระยะเวลา ยืนยันว่าไม่ใช่การขยับวันเลือกตั้งออก แต่ทุกอย่างเป็นไปตามตารางเวลาที่เดินตามกรอบกฎหมาย

ซัดซีกการเมืองปั่นกระแสโจมตี

“ตอนนี้กฎหมายลูกยังเสร็จไม่หมด คาดว่าน่าจะเสร็จครบได้ทั้งหมดช่วงปลายปี จากนั้นต้องบวกไปอีก 150 วัน จึงจะกำหนดวันเลือกตั้งได้ ที่ผ่านมานายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมพรรคการเมืองยังนำประเด็นนี้ขึ้นมาพูดอีก เรื่องการเลือกตั้งยืนยันว่าไม่ใช่การเลื่อนหรือไม่เลื่อน แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายและกรอบระยะเวลาที่ถูกบังคับเอาไว้” พล.ต.ปิยพงศ์กล่าว

สนช.สาธยายไทม์ไลน์ยังคงเดิม

นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองระบุ พล.อ.ประยุทธ์แสดงท่าทีไม่เดินตามโรดแม็ปให้เลือกตั้งปลายปี 2561 ว่า เท่าที่ดูทุกอย่างยังเป็นไปตามโรดแม็ป ขณะนี้กฎหมายลูกอีก 2 ฉบับคือร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กรธ.จะส่งมาให้ สนช.ในวันที่ 21 พ.ย. และ 28 พ.ย. สนช.มีเวลาพิจารณาให้เสร็จภายใน 60วันหรือประมาณสิ้นเดือน ม.ค.61 จากนั้น สนช.จะส่งร่างกฎหมายลูกให้ประธาน กรธ.และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องดูจะมีข้อโต้แย้งต้องตั้ง กมธ.ร่วมหรือไม่ จะมีขั้นตอนที่ กรธ.และองค์กรอิสระรับร่างไปพิจารณา 10 วัน หากมีขั้นตอนตั้ง กมธ.ร่วมกินเวลาอีก 15วัน การนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม สนช.ให้ความเห็นชอบ ถ้า สนช.เห็นชอบต้องตรวจสอบความถูกต้องของร่างกฎหมายทั้งหมดก่อนส่งให้นายกฯ ขั้นตอนเหล่านี้ใช้เวลาอีกเกือบ 2 เดือน จะอยู่ที่ประมาณเดือน เม.ย.61 เมื่อส่งร่างกฎหมายลูกไปให้นายกฯแล้วก็ต้องเก็บเรื่องไว้ก่อน เพื่อดูว่าจะมีใครยื่นเรื่องคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ คาดว่าจะนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ประมาณเดือน พ.ค.2561 และรอการโปรดเกล้าฯ ลงมาอีก 3 เดือน เมื่อโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้วนับไปอีก 150 วัน จึงจัดการเลือกตั้งได้

แบะท่ายื่นศาล รธน.ทำสะดุด

นายสมชายกล่าวว่า แต่ถ้าก่อนนายกฯนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ปรากฏว่ามีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายลูก ต้องเสียเวลาออกไปอีกระยะหนึ่ง ไม่รู้ใช้เวลาเท่าใด เป็นไปได้ว่านายกฯอาจคิดเผื่อเวลาไว้ในกรณีเกิดปัญหาต่างๆขึ้นมาหรือไม่ ต้องยอมรับว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีข้อทักท้วงเรื่องวิธีการเลือกตั้งมากมาย ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ก็เป็นการนำมาใช้ครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ แต่ไม่อยากให้ไปเร่งรัดระยะเวลาเลือกตั้ง เพราะถ้ายังมีปัญหาอยู่แล้วไปเลือกตั้ง ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมอีก ถ้าจะล่าช้าออกไป 2-3 เดือน คงไม่เป็นไร นักการเมืองต่างหากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเองแล้วหรือยัง อย่าเสียจริต ขอให้รอหน่อย

“อ๋อย” เหน็บว่าแล้วไงยื้อกาบัตรปี 62

วันเดียวกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ใครได้ ใครเสียจากคำแถลงร่วมสหรัฐฯ-ไทย” คำแถลงร่วมไทย-สหรัฐฯที่บอกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความยินดีที่ไทยยังคงยึดมั่นตามโรดแม็ป นำไปสู่การเลือกตั้งในปี 2561 ชัดเจนในตัวอยู่แล้ว แต่ในรายงานข่าวบางสำนักตั้งแต่แรกใช้คำว่า จะประกาศให้มีการเลือกตั้งในปี 61 รู้สึกเอะใจตั้งแต่ตอนนั้น การประกาศให้มีเลือกตั้งกับให้มีเลือกตั้งความหมายไม่เหมือนกัน ต่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม อธิบายว่า พล.อ.ประยุทธ์หมายความว่าจะประกาศในปี 61 แต่การเลือกตั้งอาจมีขึ้นในปี 62 ก็ได้ ทำให้คิดอยู่ในใจว่า “ว่าแล้วไง” ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ออกมายืนยันเองเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าการเลือกตั้งจะมีในปี 62 หรืออย่างเร็วก็ปี 62 ไม่ตรงกับคำแถลงร่วมไทย-สหรัฐฯ

“วัฒนา” เฉ่ง “บิ๊กตู่” โกหกต่อเนื่อง

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.โกหกคนไทยว่า จะไม่มีการยึดอำนาจ เมื่อยึดอำนาจแล้วก็โกหกเรื่องการคืนอำนาจเรื่อยมา เริ่มจากแต่งเพลงโกหกประชาชนว่า ขอเวลาอีกไม่นาน จากนั้นปี 2558 ไปรับปากนายกฯญี่ปุ่นจะเลือกตั้งภายในสิ้นปีหรืออย่างช้าต้นปีหน้า ต่อมาปี 2559 ไปสัญญากับเลขาธิการสหประชาชาติ จะมีการเลือกตั้งในปี 2560 ครั้นทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อเดือน ส.ค.2559 บอกว่าจะเลือกตั้งปี 2560 ล่าสุดพูดกับคนไทยว่า ปลายปีหน้าจะประกาศวันเลือกตั้ง ขัดกับรัฐธรรมนูญและแถลงการณ์ร่วมระหว่างสหรัฐฯกับไทยที่รัฐบาลไทยไม่เคยเอามาเปิดเผย

ฉะโกงโรดแม็ปดึงเกมคืนอำนาจ

นายวัฒนาระบุว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 267 บัญญัติว่าเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้ กรธ. ต้องส่งร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ ให้ สนช. ภายใน 240 วัน โดย สนช.ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน จากนั้นส่งศาลรัฐธรรมนูญ และอาจตั้งกรรมาธิการร่วมอีก 60 วัน รวมแล้วกระบวนการนี้ใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ 6 เม.ย.60 อันเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ นั่นคือตั้งแต่เดือน เม.ย.61 เป็นต้นไปต้องจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150วัน หรือภายในเดือน ก.ย.61 ตรงกับข้อ 8 ของแถลงการณ์ ร่วมที่ถูกสหรัฐฯบีบคอให้กำหนดวันเลือกตั้งระบุชัดเจนว่าจะจัดการเลือกตั้งในปี 2018 ไม่ใช่ปลายปี 2561 เชื่อว่าสมุนเผด็จการคงสนองด้วยการทำทุกวิธีถ่วงเวลาการคืนอำนาจให้นานที่สุด ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยให้ความสำคัญกับคนไทย แถมหงุดหงิดทุกครั้งที่ถูกถามเรื่องการเลือกตั้ง ไม่เคยใส่ใจทำความชัดเจนกับเจ้าของอำนาจว่าจะคืนให้เมื่อไร แต่ยอมทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรถึงกำหนดการเลือกตั้ง เพื่อแลกกับผลประโยชน์ตัวเองได้ไปทำเนียบขาว เป็นความผิดของคนไทยที่ไม่เชื่อมั่นในพลังตัวเอง จึงยอมก้มหน้าให้เผด็จการทำอย่างไรก็ได้ ทั้งที่ตั้งแต่มีโลกใบนี้มายังไม่เคยมีเผด็จการที่ชนะประชาชน

ท้าเปิดแถลงการณ์ร่วมใครหลอกใคร

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่าจะประกาศวันเลือกตั้งในปี 2561 แต่จะมีการเลือกตั้งได้เมื่อไรยังไม่ทราบแน่ชัดนั้น สวนทางกับแถลงการณ์ร่วมไทย-สหรัฐฯ ข้อ 8 ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ที่ระบุว่า จะเร่งรัดออกกฎหมายลูกให้เป็นไปตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้จัดการเลือกตั้งได้ภายในปี 2561 ไม่ใช่ปี 2562 ตามที่รัฐบาลพยายามจะบิดเบือนให้เกิดความสับสน อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์นำบันทึกการสนทนากับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯอออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่า ระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯกับคนไทย ใครเข้าใจผิดหรือใครถูกหลอกหรือไม่ วันนี้ฝ่ายการเมืองไม่เดือดร้อนว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อใด แต่ถ้าไม่มีเลือกตั้งประชาชนจะเดือดร้อน เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน จะได้รับผลกระทบ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะหดหาย กระทบหนักทั้งระบบ

เชื่อ คสช.วางยาให้ สนช.ตีตก ก.ม.ลูก

นายอนุสรณ์กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าว สนช.จะคว่ำร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับสุดท้ายเพื่อยืดวันเลือกตั้งนั้น ฝ่ายเสนาธิการ คสช. คงกำลังประเมินว่าคะแนนนิยม คสช.กับฝ่ายการเมืองเป็นอย่างไร ถ้าเมื่อใดมั่นใจว่า คะแนนนิยม คสช.เหนือกว่าฝ่ายการเมืองชัดเจน อาจเห็นการประกาศวันเลือกตั้ง หรือกรณีคะแนนนิยม คสช.ไม่กระเตื้อง มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุการเมืองทำให้ร่างกฎหมายลูกตกไป เพื่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ไม่สามารถกำหนดอะไรได้ อาจต้องเริ่มต้นจัดทำร่างกฎหมายลูกใหม่ หรือปรับแก้ร่างใหม่ ไม่มีใครรู้เวลาที่แน่นอนว่า กระบวนการดังกล่าวจะเสร็จเมื่อใด และ กรธ.จะยังอยู่เพื่อปรับแก้กฎหมายหรือต้องสรรหา กรธ.ใหม่ วันนี้ไม่มีใครรู้คะแนนนิยม คสช.จริงๆเป็นอย่างไร แต่ขอให้ คสช.มั่นใจผลงานตัวเอง ไม่ต้องกลัว อย่าไปตัดสินใจแทนประชาชนทุกเรื่อง ถ้า คสช.มั่นใจคะแนนนิยม นโยบายและผลงานตลอด 3-4 ปี ของตนเอง ขอให้ลงแข่งขันตามกติกาแล้วประชาชนจะเป็นคนตัดสิน

จับตาจงใจสร้างกับดักอุบัติเหตุ

นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร.ปี 2540 กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุการเลือกตั้งยังไม่อาจระบุได้แน่ชัดจะเป็นปลายปี 61 หรือปี 62 เพราะมีตัวแปรหลายอย่างว่า ไม่แน่ใจว่า ทั้งสองคนส่งสัญญาณอะไร ถ้าดำเนินการตามไทม์ไลน์ ที่รัฐธรรมนูญกำหนดอย่างเคร่งครัด คำว่าอุบัติเหตุ หรือตัวแปรที่ทำให้การเลือกตั้งถูกลากยาวไปปลายปี 61 หรือต้นปี 62 ย่อมไม่มี ถ้าเกิดขึ้นจริงแสดงว่าไม่ใช่ปัจจัยภายในรัฐธรรมนูญ แต่เป็นปัจจัยภายนอกรัฐธรรมนูญ ถ้าเดินตามรัฐธรรมนูญร่างกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ น่าจะประกาศใช้ได้อย่างช้าสุดไม่เกินวันที่ 31 มี.ค.61 เลือกตั้งเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.61 หมายความว่ากำหนดวันเลือกตั้งไม่ควรเกินวันที่ 31 ก.ค.61 จึงนึกไม่ออกว่าการเลือกตั้งจะถูกลากยาวไปถึงปลายปี 61 หรือปี 62 ได้อย่างไร ถ้าคว่ำกฎหมายลูกจริง แสดงว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการจงใจ ถ้า สนช.ลงมติคว่ำกฎหมายลูกด้วยคะแนน 2 ใน 3 ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่ หวังว่าจะไม่มีผู้ใดจงใจให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง

บี้ปลดล็อกคำสั่งแช่แข็งพรรค

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว ถึงเวลาที่ คสช.ควรปลดล็อกคำสั่งหัวหน้า คสช.ให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ เนื่องจากมีการกำหนดเงื่อนไขหลายอย่างให้พรรคการเมืองต้องทำภายในเวลาที่กำหนด อาทิ การเรียกประชุมใหญ่พรรคเพื่อให้ความเห็นชอบข้อบังคับพรรค และการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 180 วัน การเรียกประชุมใหญ่ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องผ่านขั้นตอนยกร่างข้อบังคับพรรค คัดเลือกผู้แทนสาขาพรรค คัดเลือกตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ที่ต้องทำให้ครบทุกขั้นตอน และใช้เวลาพอสมควร หาก คสช.ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองก็ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ถ้าไม่ทำตามก็มีโทษถึงขั้นยุบพรรค ไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครพรรคลงเลือกตั้ง ดังนั้น คสช.ควรปลดล็อกพรรคการเมืองโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างเริ่มต้นนับหนึ่งแล้ว แต่พรรคกลับทำอะไรไม่ได้ ติดคำสั่ง คสช.ยังไม่อนุญาต คำสั่ง คสช.ดูเหมือนจะใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก

เลิกระแวงนักการเมืองจ้องป่วน

นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว ถือเป็นหน้าที่และมารยาทของ คสช.ต้องปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมเคลื่อนไหวได้ ไม่ต้องหวาดกลัวว่า พรรคการเมืองจะถือโอกาสก่อเรื่องวุ่นวาย เพราะพรรคการเมืองต้องเร่งทำตามขั้นตอนต่างๆที่กฎหมายลูกกำหนด เช่น การหาสมาชิกพรรค การคัดเลือกตัวแทนสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด แค่นี้ก็หน้ามืด ไม่มีเวลาไปทำอะไรตุกติกได้แล้ว อยากให้ คสช.เลิกระแวง และไว้ใจพรรคการเมือง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไปรับปากบนเวทีโลกแล้วว่า จะประกาศวันเลือกตั้งปลายปี 2561 หากไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามโรดแม็ปที่กำหนด ความเชื่อมั่นของต่างประเทศจะยิ่งแย่ลง รวมถึงเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบด้วย

“สุธรรม” ชี้งานด่วนรอพรรคปรับตัว

ด้าน น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้วว่า พรรคที่จะขอตั้งใหม่และพรรคเก่าที่มีอยู่เดิมประมาณ 70 พรรค มีหน้าที่ต้องเตรียมการภายในแต่ละพรรค พรรคที่จะตั้งใหม่ ยังติดคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมใดๆ เป็นหน้าที่ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองต้องหาความชัดเจน ส่วนพรรคการเมืองเก่าต้องเตรียมแจ้งเปลี่ยนแปลงจำนวนและข้อมูลสมาชิกพรรคให้เป็นฐานข้อมูลปัจจุบัน (อัพเดต) ให้ตรงกับ กกต. หรือสำนักงานทะเบียนราษฎร กระทรวงมหาดไทย ให้เสร็จภายใน 90 วัน พรรคใดที่ตั้งแล้ว แต่ยังมีสมาชิกพรรคไม่ครบ 500 คน ต้องเร่งหาให้ได้ภายใน 180 วัน และต้องมีสมาชิกพรรคที่จ่ายเงินบำรุงพรรคในปีแรก กำหนดที่คนละ 50 บาทต่อคนให้ครบ 5 คนขึ้นไป ภายใน 180 วัน ภายใน 1 ปีต้องจัดให้มีสมาชิกพรรคนั้นๆจ่ายเงินบำรุงพรรค ไม่น้อยกว่า 5,000 คน และภายใน 4 ปี ต้องมีสมาชิกพรรคที่จ่ายเงินบำรุงพรรคไม่น้อยกว่า 10,000 คนขึ้นไป รวมถึงทุกพรรคต้องจัดประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขระเบียบ ข้อบังคับพรรคให้รองรับกับรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องประกาศอุดมการณ์พรรค จัดทำนโยบายและสรรหาคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายใน 180 วัน และยังต้องตั้งสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดให้เสร็จภายใน 180 วัน ทั้งหมดนี้หากไม่ดำเนินการตามเงื่อนเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจถูกสั่งยุบพรรคได้ อยู่ที่จะเตรียมการภายในอย่างไร คสช.เองก็ทราบ

หวั่นอัพเดตฐานสมาชิกไม่ทันเวลา

น.ต.สุธรรมกล่าวต่อว่า ส่วนข้อกังวลใจหรือปัญหาอุปสรรค พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีสมาชิกพรรคมากกว่า 2 ล้านคน การอัพเดตฐานข้อมูลสมาชิกพรรคแต่ละพื้นที่ให้เป็นปัจจุบัน ทั้งกรณีผู้เสียชีวิตและย้ายพรรค ย้ายที่อยู่อาศัย เราทำเองไม่ได้ เพราะไม่มีฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร กกต.ก็ไม่มีเช่นกัน ต้องประสานผ่าน กกต.กับสำนักงานทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทยเพื่อจัดทำฐานข้อมูลสมาชิก สำคัญมากต่อทุกพรรคการเมือง เนื่องจากเกี่ยวกับการจัดตั้งสาขาพรรคประจำเขตเลือกตั้ง ต้องตรวจสอบว่ามีสมาชิกของพรรคในเขตนั้นเกิน 500 คนขึ้นไป หรือการตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดที่ต้องมีสมาชิกที่แสดงตนเกิน 100 คนขึ้นไปในจังหวัดนั้น และที่สำคัญคือเพื่อการจัดทำไพรมารีโหวต คัดหา ตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค จึงเกรงว่างานตรวจสอบ เปลี่ยนแปลงฐานข้อมูลสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน ที่ต้องให้สำนักงานทะเบียนราษฎร กระทรวงมหาดไทยทำ อาจฉุกละหุกไม่ทันต่อเงื่อนไขเวลาที่มีอยู่

สนช.โต้ครหาเช็กบิล 4 คดี “ทักษิณ”

อีกเรื่องนายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะอดีตโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนช.กล่าวถึงการดำเนินการรื้อฟื้นคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 4 คดี ตามร่าง พ.ร.บ.การพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่ ภายหลังมีการหลบหนีคดีไปว่า เป็นหน้าที่ของอัยการที่ต้องยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อให้พิจารณาว่าจะพิจารณาคดีลับหลังจำเลยหรือไม่ ตามขั้นตอนศาลอาจจะพิจารณาออกหมายจับอีกครั้ง เพราะนายทักษิณหลบหนีไปนานแล้ว อาจมีการเปลี่ยนแหล่งที่พักพิง หากภายใน 3 เดือน ยังไม่ได้ตัวนายทักษิณมา ก็เข้าเงื่อนไขการพิจารณาคดีลับหลังได้ หรือศาลอาจจะไม่ออกหมายจับ เพราะเห็นว่ามีหมายจับในคดีเหล่านี้อยู่แล้ว ให้พิจารณาคดีลับหลังทันทีก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาล

แก้ลำเล่ห์นักการเมืองหลบหนี

นายสมชายกล่าวอีกว่า ยืนยันว่าไม่ใช่การเล่นงานนายทักษิณย้อนหลัง แต่เป็นการทำให้กระบวนการพิจารณาคดีที่ถูกแช่แข็งช่วงที่ผ่านมา เพราะจำเลยหลบหนี สามารถเดินหน้าต่อไปได้ จะได้ทันเล่ห์เหลี่ยมของนักการเมือง ไม่ให้คดีเกิดทางตัน ซึ่งไม่ได้บังคับใช้กับนายทักษิณคนเดียว แต่ใช้กับนักการเมืองทุกคน หาก ครม. สนช. ไปกระทำความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ ก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน

พท.จี้มาตรฐานเดียวรื้อคดีทุก รบ.

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุด (อสส.) มีแนวคิดรื้อฟื้นคดีเก่าของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่ ที่ให้พิจารณาลับหลังจำเลยได้และเตรียมตั้งคณะทำงานพิเศษมาพิจารณาว่า ไม่ติดใจหากจะรื้อฟื้นคดีขึ้นมา แต่ติดใจองค์กรอิสระกับกระบวนการยุติธรรม ถ้าทำหน้าที่ตรงไปตรงมา มาตรฐานเดียวกัน เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน ระบบการตรวจสอบเป็นสิ่งที่ดีสนับสนุน แต่ต้องมาตรฐานเดียวกัน พยายามตรวจสอบอย่างเที่ยงธรรม ไม่ได้อคติหรือกลั่นแกล้งใคร การตรวจสอบข้าราชการประจำรัฐบาลไม่ว่าสมัยไหนก็ต้องมาตรฐานเดียวกันหมด แล้วใช้มาตรฐานเดียวกันตรวจสอบรัฐบาลที่ทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ด้วย เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนมองเห็นอยู่ขณะนี้คือกลไกตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน เรารู้สึกองค์กรต่างๆที่มีหน้าที่ตรวจสอบมีความแตกต่างจากการตรวจสอบคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการประจำ หรือรัฐบาลเก่าๆ

จวกการเมืองไม่ปกติย้อนหลังได้

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อมีกฎหมายใหม่ออกมา คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เท่ากับบังคับอัยการอยู่ในตัวว่า คดีอะไรที่ค้างอยู่ ถ้ากฎหมายใหม่เดินต่อไปได้ต้องเดินต่อไป ดูว่ามีคดีอะไรอยู่ในเกณฑ์ที่จะใช้กฎหมายใหม่ได้ แต่คิดว่ามีข้อกฎหมายที่ต้องถกเถียงอยู่พอสมควร คณะทำงานที่ตั้งขึ้นจะทำอะไรต้องชี้แจงต่อประชาชนได้ โดยเฉพาะประเด็นข้อถกเถียงที่ว่าย้อนหลังได้หรือไม่ เพราะฝ่ายที่ออกกฎหมายบอกว่าย้อนหลังได้ แต่อีกฝ่ายบอกว่าแม้เป็นวิธีพิจารณาแต่เป็นโทษกับจำเลยก็ไม่ควรย้อนหลังได้ เพราะผู้ถูกดำเนินคดีควรได้รู้ว่าเขามีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายมากน้อยแค่ไหน การออกกฎหมายลักษณะนี้ การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องโดยปริยาย ต้องการย้อนหลังดำเนินคดีเรื่องเก่าๆของนักการเมือง และในภาวะที่ประเทศยังไม่ปกติเช่นนี้ การตีความทางกฎหมายต้องเรียนตรงๆ อาจเป็นไปแนวทางเดียวกันกับผู้ออกกฎหมายกำหนดไว้ หวังให้เป็นไปตามหลักตามทฤษฎีคงยาก

ตร.ตรวจซ้ำดีเอ็นเอ “ยิ่งลักษณ์”

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น.ฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดทางวินัย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 เกี่ยวข้องพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหลบหนีกล่าวว่า ผลการตรวจสิ่งของในบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เปรียบ เทียบดีเอ็นเอในรถเก๋งโตโยต้า รุ่นคัมรี สีเทา ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ขับพาหลบหนี และรถเก๋งฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีเทา ทะเบียน 3 กก 31 กรุงเทพมหานคร รถคนสนิทของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันผลได้ เนื่องจากดีเอ็นเอที่เก็บได้ในรถมีสิ่งเจือปนและมีดีเอ็นเอปะปนจำนวนมาก ต้องทำซ้ำๆจนได้ผลที่ชัดเจน

โพลอึ้ง “ปู” เผ่นหนีคดีไปนอกได้

วันเดียวกัน ซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง โพลการเมืองที่สุดทึ่งและอึ้งจาก 1,225 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค.ว่า ประเด็นร้อนทางการเมือง และสังคมที่สุดอึ้งจนพูดไม่ออกของประชาชนพบว่า ร้อยละ 41.2 อึ้งเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีคดีออกนอกประเทศไปได้ รองลงมา ร้อยละ 35.2 ระบุ พูดไม่ออกเมื่อประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นแพะรับโทษในกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 32.7 ระบุ อึ้งกับราคาอาหาร ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ร้อยละ 25.6 อึ้งเมื่อรัฐบาลและหน่วยงานรัฐปล่อยให้ร้านสะดวกซื้อมีเครื่องกดเบียร์ขาย เมื่อถามถึงนักกฎหมายที่ประชาชนเชื่อถือในการแก้ปัญหาประเทศ ร้อยละ 53.1 ระบุนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ร้อยละ 46.9 ระบุ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ส่วนคำถามถึงระยะเวลาที่รัฐบาลควรอนุญาตให้พรรคการเมืองและนักการเมืองเคลื่อนไหวได้ ร้อยละ 44.5 ระบุ มากกว่า 1 ปีขึ้นไป หรือก่อนเลือกตั้ง

“สมชัย” ปูด กก.สรรหาขาดคุณสมบัติ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวว่า มีการประชุมกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดแรก เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เริ่มพบปัญหาคือ 1.ตัวแทนหน่วยงานหนึ่ง มีตำแหน่งในอดีตเทียบเท่ารองปลัดกระทรวงเข้าร่วมประชุมตอนต้น แต่กลับไม่มีรายชื่อในเอกสารแถลงข่าว ทราบมาว่ามีคุณสมบัติไม่ครบ ต้องส่งรายชื่อคืนหน่วยงานที่ส่งมา เพื่อส่งรายชื่อใหม่มาแทน 2.มีข้อสังเกตกรรมการสรรหาอีกคนหนึ่งอาจขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ และพ้นตำแหน่งยังไม่ครบ 10 ปี 3.มีความเป็นไปได้ว่ากรรมการสรรหาที่ได้รับการเสนอชื่อจากหน่วยงานอีกคนหนึ่งอาจขาดคุณสมบัติ กรณีเคยปฏิบัติหน้าที่ใดๆในศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระใดๆ หากกระบวนการสรรหาเดินหน้าต่อไป ไปพบภายหลังว่ากรรมการสรรหาบางท่านขาดคุณสมบัติอะไรจะเกิดขึ้น จะมีการโต้แย้งจากผู้ไม่ได้รับการสรรหาว่ากระบวนการไม่ถูกต้อง นำไปสู่ความวุ่นวายในภายหลังหรือไม่ ถึงวันนี้ไม่อยากจินตนาการ

“เรืองไกร” ยื่นร้องนายกฯ–ครม.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า จากการที่นายกฯและ ครม.มีมติแต่งตั้ง สนช.ไปดำรงตำแหน่งกรรมการปฏิรูปด้านต่างๆรวม 9 คน อาทิ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานกรรมการปฏิรูปตำรวจ อาจเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยที่ 10/2551 ว่า การแบ่งแยกอำนาจอธิปไตยเป็น 3 ฝ่าย แต่ละฝ่ายต้องไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ การที่ สนช. 9 คน รับเป็นกรรมการปฏิรูป อาจขัดมาตรา 184 ของรัฐธรรมนูญปี 60 ว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญมาตรา 186 ยังห้ามรัฐมนตรีก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานฝ่ายอื่น การที่นายกฯและ ครม. มีมติแต่งตั้ง สนช.เป็นกรรมการในฝ่ายบริหาร อาจเข้าข่ายต้องพ้นจากตำแหน่ง จะไปยื่นเรื่องต่อ กกต.วันที่ 9 ต.ค.เวลา 10.00 น. ให้ตรวจสอบเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

“ศรีสุวรรณ” โวยบัตรคนจนเอื้อเจ้าสัว

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การ พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลทำโครงการ บัตรคนจนให้ประชาชนรูดซื้อสินค้าในร้านค้าที่กำหนดว่า ไม่ต่างอะไรกับนโยบายประชานิยมในอดีต ไม่ได้ช่วยเพิ่มตัวเลขจีดีพีประเทศ แต่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มธุรกิจเจ้าสัว นายทุนใหญ่เจ้าของสินค้าอุปโภค-บริโภค ขนาดใหญ่ที่ส่งผ่านสินค้าไปยังร้านธงฟ้าประชารัฐ สินค้าส่วนใหญ่มาจากบริษัทใหญ่ไม่กี่ราย ขณะที่สินค้าเอสเอ็มอีจากกลุ่มผู้ผลิตในท้องถิ่นที่ไม่มีไลน์ธุรกิจกับร้านค้าที่กรมการค้าภายในกำหนด จะไม่สามารถขายสินค้าได้เลย เงินจึงไหลเข้าบริษัทใหญ่ กลุ่มเจ้าสัวที่อยู่ข้างหลังรัฐบาล เหมือนใช้คนจนเป็นข้ออ้างเพื่อประโยชน์ธุรกิจนายทุน สงสัยว่ารัฐบาลเร่งรีบผลักดันโครงการเพื่อปูฐานเสียงให้ประชาชนนิยม นำไปสู่การจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่รองรับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันในการเลือกตั้งปีหน้า ขอให้รัฐบาลทบทวนและหยุดเอื้อประโยชน์ธุรกิจให้เจ้าสัวผ่านบัตรคนจนโดยเร็ว หากมีหลักฐานชัดเจนเพียงพอเมื่อใด สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะไปร้องเรียนกล่าวโทษผู้ใช้อำนาจต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป

รัฐเต้นปัดถือหางนายทุนใหญ่

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการวิจารณ์การซื้อสินค้าผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ว่า ผู้ถือบัตรสามารถเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ทุกชนิดทุกยี่ห้อของผู้ผลิตทุกรายที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผู้ผลิตในชุมชน สหกรณ์วิสาหกิจชุมชน และบริษัทใหญ่ ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มใดเป็นพิเศษ นายกฯเน้นย้ำให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ผลิตและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีรายได้น้อย พร้อมกำชับเร่งติดตั้งเครื่องรูดบัตรอีดีซี ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว สั่งให้ตรวจสอบวิธีการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องที่อาจเข้าข่ายทุจริตได้ หากพบการกระทำความผิด ร้านค้าอาจถูกถอดออกและยึดเครื่องรูดบัตรคืน ส่วนผู้ถือบัตรอาจถูกระงับวงเงินในบัตรทันที