วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มือยิง-59ศพ ระดับ'เศรษฐี' ตะลึงปืนเพียบ ซุกในบ้าน-รร. ปัดก่อการร้าย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯยังมึน ไม่รู้เหตุจูงใจของคนร้ายก่อเหตุกราดยิงใส่ผู้ชมการแสดงคอนเสิร์ตในลาสเวกัส หลังตรวจสอบประวัติ-ค้นบ้านพัก พบโปรไฟล์ดี มีฐานะเข้าขั้นเศรษฐี แต่พบสะสมทั้งปืน กระสุนและระเบิดไว้เพียบ เชื่อวางแผนมาดี พร้อมตั้งใจฆ่าตัวตายหลังก่อเหตุ พร้อมตอกกลับกลุ่มไอเอสอ้างผลงานไปเรื่อย ขณะที่น้องชายมือปืนยังงง พี่ใช้ชีวิตปกติ ไม่คิดว่าจะก่อเหตุสยองได้ แต่ยอมรับมีพ่อเป็นอดีตจอมโจรปล้นธนาคารผู้อื้อฉาว ด้านกระทรวงการต่างประเทศไทย แจ้งไม่พบคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุกราดยิง พร้อมแสดงความเสียใจกับญาติเหยื่อและผู้สูญเสีย

ความคืบหน้าเหตุกราดยิงสังหารหมู่ผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของสหรัฐอเมริกา หลังนายสตีเฟน แพ็ดดอค วัย 64 ปี ใช้ปืนอัตโนมัติกราดยิงหลายร้อยนัดจากห้องพักชั้น 32 ของโรงแรม “มัณฑะเลย์ เบย์ รีสอร์ท แอนด์ กาสิโน” ในนครลาสเวกัส รัฐเนวาดา ลงมาใส่ฝูงชนกว่า 22,000 คนที่กำลังชมการแสดงคอนเสิร์ตคันทรีกลางแจ้ง “รูท 91 ฮาร์เวสต์ เฟสติวัล” ที่ลานตรงข้ามโรงแรม ระหว่าง การแสดงของนักร้องดัง “เจสัน อัลดีน” ในคืนสุดท้ายของเทศกาลดนตรี 3 วัน เมื่อเวลา 22.30 น. คืนวันอาทิตย์ที่ 1 ต.ค. เวลาท้องถิ่น หรือ 12.30 น.วันจันทร์ที่ 2 ต.ค. เวลาไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 59 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 527 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่ 3 ต.ค. อ้างถ้อยแถลงของนายโจเซฟ ลอมบาร์โด นายอำเภอนครลาสเวกัส ว่า นายแพ็ดดอคเข้าพักในห้องสูทโรงแรมตั้งแต่ 28 ก.ย. หรือ 4 วันก่อนก่อเหตุ และใช้ค้อนทุบกระจกห้องพัก 2 บานก่อนใช้ปืนกราดยิง แต่เมื่อตำรวจหน่วยสวาทบุกเข้าไปในห้องพักก็พบว่าเขายิงตัวตายแล้ว ตำรวจยังพบอาวุธปืนถึง 23 กระบอกในห้องพัก รวมทั้งปืนไรเฟิลอัตโนมัติ และจากการบุกตรวจค้นบ้านพักของเขาในชุมชนผู้เกษียณอายุในเมืองเมสไควต์ รัฐเนวาดา ห่างนครลาสเวกัส 130 กิโลเมตร ก็พบอาวุธปืนอีก 19 กระบอก กระสุนหลายพันนัด และวัตถุระเบิด “แทนเนอไรท์” กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนหนึ่ง ทั้งยังพบวัตถุระเบิดปุ๋ย “แอมโมเนียม ไนเตรท” ในรถยนต์ของเขาด้วย ตำรวจยังเข้าค้นบ้านอีกหลังของเขาที่เมืองรีโน แต่ไม่เผยรายละเอียด

นายอำเภอลอมบาร์โดเผยด้วยว่า ปืนไรเฟิลบางกระบอกของแพ็ดดอคติดกล้องเล็งไว้ด้วย และมี 2 กระบอกที่เขาใช้ยิงถูกดัดแปลงจากปืนกึ่งอัตโนมัติเป็นปืนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ โดยติดอุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า “บัมบ์-สต๊อก” ทำให้เมื่อเหนี่ยวไกและกดค้างไว้สามารถปล่อยกระสุนเป็นชุดได้ถึง 400-800 นัดต่อนาที เชื่อว่าแพ็ดดอควางแผนเตรียมก่อเหตุร้ายนานหลายวัน เห็นได้จากการกักตุนปืน กระสุน วัตถุระเบิด จำนวนมาก รวมทั้งพบกระเป๋าเดินทางอย่างน้อย 10 ใบในห้องพักโรงแรม และตั้งใจฆ่าตัวตายหลังก่อเหตุโดยไม่มีแผนหลบหนีใดๆ

ด้านสำนักงานสรรพาวุธนิว ฟรอนเทียร์ เปิดเผยว่า นายแพ็ดดอคซื้ออาวุธปืนที่ร้านขายปืนในย่านนอร์ท ลาสเวกัส เมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ โดยเป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมายทุกอย่าง รวมทั้งถูกตรวจเช็กประวัติโดยสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ทั้งนี้ เนวาดาเป็นหนึ่งในรัฐที่มีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนเข้มงวดน้อยที่สุดในสหรัฐฯ ประชาชนได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนได้ และไม่ต้องลงทะเบียนว่าเป็นเจ้าของปืน และแม้จะมีการตรวจเช็กประวัติผู้ซื้อปืน แต่เจ้าของปืนก็สามารถขายปืนแบบส่วนตัวได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังมืดแปดด้าน ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของนายแพ็ดดอคในการก่อเหตุสยองครั้งนี้ เพราะจากข้อมูลของทางการ นายแพ็ดดอคเป็นอดีตนักบัญชี เป็นนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ไม่มีประวัติอาชญากรรม หรือเจ็บป่วยทางจิต ส่วนนายเอริก แพ็ดดอค น้องชายของเขา เผยทั้งน้ำตาว่าตนตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าพี่ชายจะก่อเรื่องเช่นนี้ได้ พี่ชายไม่ใช่คนคลั่งไคล้อาวุธปืน ไม่เกี่ยวโยงหรือโกรธแค้นด้านศาสนาหรือการเมืองใดๆ อีกทั้งไม่มีปัญหาด้านการเงิน เพราะมีฐานะร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี ชอบล่องเรือสำราญและเล่นการพนันในวงเงินสูงๆ แต่ไม่ได้ติดหนี้การพนันแต่อย่างใด

นายเอริกเผยว่า ตนไม่ได้พูดคุยกับพี่ชายมานาน 6 เดือน ปกติพี่ชายใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติ ดูแล มารดาวัย 90 ปีอย่างดี มักส่งขนมคุกกี้ไปให้ เมื่อเร็วๆนี้ก็เพิ่งส่งวอล์กเกอร์ หรือเครื่องช่วยเดินไปให้มารดา อย่างไรก็ตาม นายเอริกเผยว่า นายเบนจามิน ฮอสกินส์ แพ็ดดอค บิดาของพวกตน เป็นอดีตจอมโจรปล้นธนาคารผู้อื้อฉาว เคยก่อคดีปล้นแบงก์หลายครั้งก่อนถูกจับ และเคยแหกคุกในปี 2511 จนถูกขึ้นบัญชีดำ เป็นบุคคลที่เอฟบีไอต้องการตัวมากที่สุด และพ่อยังเคยขับรถยนต์ทับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ลาสเวกัส ในปี 2503 ซึ่งรับโทษจำคุกได้ 20 ปี ก่อนเสียชีวิตในปี 2541

ส่วนกรณีที่กองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) แถลงผ่านสำนักข่าวอามัคว่านายแพ็ดดอคเป็นทหารของไอเอส มีนามแฝงว่าอาบู อับเดล บาร์ อัล-อัมริคี “เธอะ อเมริกัน” และเพิ่งเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามเมื่อหลายเดือนก่อนนั้น เอฟบีไอและสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) แถลงตอบโต้ว่ายังไม่พบว่านายแพ็ดดอคเกี่ยวข้องกับไอเอส หรือกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติใดๆ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มไอเอสมักอ้างความรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุก่อการร้ายในประเทศต่างๆ

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงที่ลาสเวกัส เป็น “ปีศาจโดยแท้” เขามีกำหนดเดินทางไปนครลาสเวกัสในวันพุธที่ 3 ต.ค. เพื่อให้กำลังใจญาติพี่น้องผู้สูญเสียและหารือกับเจ้าหน้าที่ แต่โฆษกทำเนียบขาวแถลงปฏิเสธกระแสเรียกร้องให้เปิดอภิปรายเรื่องการควบคุมอาวุธปืนครั้งใหม่ โดยระบุว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะการสอบสวนยังสรุปไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของคนร้าย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังเชื่อว่า นายแพ็ดดอค ลงมือโดยลำพัง ในลักษณะ “โลน วูล์ฟ” หรือหมาป่าโดดเดี่ยว ส่วนนางแมรีลู แดนลีย์ วัย 62 ปี คู่รักของนายแพ็ดดอคที่อาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านในเมืองเมสไควต์ ซึ่งถูกระบุในตอนแรกว่าเป็นผู้ต้องสงสัยด้วยนั้น เจ้าหน้าที่พบว่าขณะเกิดเหตุเธออยู่ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จึงไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ขณะที่รัฐบาลออสเตรเลียเผยว่านางแดนลีย์ เป็นชาวออสเตรเลีย เดินทางไปทำงานที่ลาสเวกัส เมื่อ 20 ปีก่อน

เจ้าหน้าที่เผยด้วยว่าในช่วงเกิดเหตุกราดยิงสยอง มี “ฮีโร่” หลายคนสร้างวีรกรรมช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมาก รวมทั้งชายชื่อ “ซาช” ที่กวาดต้อนฝูงชนให้เข้าสู่ที่ปลอดภัย ส่วนบุรุษพยาบาลวิชาชีพคนหนึ่งใช้ร่างบังภรรยาจนตัวเองถูกกระสุนปืนเสียชีวิตแทน ขณะที่นายร็อบ เลดเบตเทอร์ ทหารผ่านศึกวัย 42 ปี อดีตพลซุ่มยิงของกองทัพสหรัฐฯ ที่เคยไปรบในอิรัก ช่วยปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บจนรอดชีวิตหลายคน ส่วนโรงพยาบาลแทบทุกแห่งในลาสเวกัส มีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาตัวจนเต็มล้น ทีมแพทย์พยาบาลต้องทำงานอย่างหนัก

ในส่วนของไทย เมื่อเวลาประมาณ00.15น. วันที่ 3 ต.ค. กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ต่อเหตุกราดยิง ที่นครลาสเวกัส เมื่อวันที่ 2 ต.ค. มีใจความว่า รัฐบาลและประชาชนไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เคราะห์ร้ายที่บริสุทธิ์ รวมทั้งครอบครัวจากเหตุการณ์กราดยิงที่โหดร้ายที่นครลาสเวกัส เราขอยืนหยัดเคียงข้างผู้เคราะห์ร้ายและชาวอเมริกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ และขอภาวนาให้ผู้ได้รับบาดเจ็บฟื้นคืนเป็นปกติได้ในเร็ววัน และสถานกงสุลใหญ่ นครลอสแอนเจลิส ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายชุมชนไทยและสื่อมวลชนไทยในพื้นที่นครลาสเวกัสแล้วยังไม่พบคนไทยผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ และได้ประสานงานขอรับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากมีรายงานเพิ่มเติม ทั้งนี้หากคนไทยมีข้อมูลหรือต้องการตรวจสอบชื่อคนไทยที่อาจเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ขอให้แจ้งชื่อภาษาอังกฤษได้ที่สายด่วน (Hotline) 24 ชั่วโมงของสถานกงสุลใหญ่ฯ หมายเลข (323) 5804222