วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้นะว่าจะเสียเงินให้ใคร ?? เทียบสเปก Galaxy Note 8 ปะทะ iPhone X

เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปหมาดๆ กับสมาร์ทโฟนตัวท็อปจากแอปเปิล iPhone X ที่พูดได้เต็มปากว่าดีไซน์ก้าวล้ำไปมากกว่ารุ่นก่อนหน้าชนิดเทียบไม่ติด อีกทั้งยัง Face ID และฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างอีโมจิเคลื่อนไหว 

แต่...อย่าลืมว่าคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดของแอปเปิลก็เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดไปไม่เท่าไรกับ Samsung Galaxy Note 8 ที่มาพร้อมกับความโดดเด่นของ S Pen และกล้องที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ว้าวววว!

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะมาช่วยทุกท่านเปรียบเทียบ ฟีเจอร์ต่อฟีเจอร์ ดีไซน์ต่อดีไซน์ แม้แต่กล้องเจ้าไหนเจ๋งกว่า เผื่อเป็นอีกทางเลือกในการตัดสินใจก่อนควักกระเป๋าซื้อจริง...

เริ่มต้นที่ดีไซน์ จอใหม่ ใครเจ๋งกว่า...?

ไอโฟน X ใช้จอ Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว บนแผง OLED มีความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซล จอภาพ HDR รองรับ Dolby Vision และ HDR10 ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้รูปภาพและวิดีโอดูสวยสดงดงามยิ่งกว่าเดิม นอกจากนั้นยังมาพร้อมฟีเจอร์ 3D Touch ตรวจจับแรงกดบนหน้าจอ การแสดงผลแบบ True Tone ที่เพิ่มเข้ามา ยังช่วยปรับไวท์บาลานซ์บนหน้าจอให้ตรงกับแสงรอบๆ ด้วย

ส่วนฝั่งซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8 ก็ไม่น้อยหน้า เพราะล้ำกว่าด้วยหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.3 เรียกว่าหน้าจอมีขนาดใหญ่มากที่สุดในซีรีส์ทีเดียว ส่วนความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 2960x1440 พิกเซล มีความคมชัดสูงพร้อมกับความละเอียดขั้น 2K+ และใช้ดีไซน์แบบ Infinity Display ยังคงมีฟีเจอร์ Always on Display ครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 5 เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระแทก แถมยังสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วด้วย

ว้าว! อะไรกัน? 

จุดขายของ ไอโฟน X มีดีที่ Face ID โดยใช้ระบบกล้อง TrueDepth ที่ประกอบด้วยตัวฉายจุดแสง กล้องอินฟราเรด และอิลลูมิเนเตอร์มุมกว้างในการสร้างแผนผังโครงสร้าง และจำใบหน้าอย่างแม่นยำ และเจ้าเซ็นเซอร์ใบหน้านี้เอง ที่ทำให้เราสามารถสร้างอีโมจิเก๋ๆ ด้วย ฟีเจอร์ Animoji ซึ่งระบบจะบันทึกการเคลื่อนไหวของใบหน้า แล้วจำลองการแสดงออกทางใบหน้าเหล่านั้นบน Animoji ที่เคลื่อนไหวได้ 12 แบบ เช่น แพนด้า ยูนิคอร์น และหุ่นยนต์ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ซัมซุง ก็ยกระดับความสามารถของ S Pen บนกาแลคซี่ โน้ต 8 ให้มีความฉลาดล้ำยิ่งขึ้นจากระบบรับรู้แรงกด (Pressure Sensitivity) ให้มีความละเอียดแม่นยำกว่าเดิม, ปุ่ม Air Command สามารถบันทึกคีย์ลัดได้สูงสุด 10 ช่อง ที่เด็ดโดนใจเรามากที่สุดคือฟีเจอร์ Smart Select ที่ช่วยแปลข้อความได้ทั้งประโยค (จากเดิมแปลได้เฉพาะคำเท่านั้น)

กล้องไหนจะเด็ดดวงโดนใจ?

คราวนี้มาเริ่มที่ฝั่งซัมซุงกันบ้าง โน้ต 8 มาพร้อมกับกล้องคู่ (Dual-Camera) ความละเอียด 12 - 12 ล้านพิกเซล สามารถซูมได้แบบ Digital Zoom ระดับ 10x พร้อมฟังก์ชัน Live Focus ที่สามารถถ่ายภาพแบบ หน้าชัด-หลังเบลอ ได้ทันที มีจุดเด่นด้วย 4 Dual ได้แก่

1. Dual Pixel เพื่อโฟกัสรายละเอียดของวัตถุและวัดแสงได้อย่างแม่นยำ

2. Dual Lens เพื่อถ่ายภาพระยะไกล (Telephoto) มีรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.4 และเลนส์มุมกว้าง (Wide) มีรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.7

3. Dual OIS ระบบป้องกันภาพสั่น อันนี้ติดมากับกล้องทั้งสองตัวเป็นรุ่นแรกในโลก

4. Dual Capture ลั่นชัตเตอร์ครั้งเดียวได้ 2 ภาพ ทั้งแบบ Wide และ Portrait

ส่วนกล้องของไอโฟน X ก็ไม่น้อยหน้า กล้องหน้าและหลังที่ถูกคิดขึ้นใหม่ทั้งหมด มาพร้อมกับคุณสมบัติ "การจัดแสงภาพถ่ายบุคคล" ด้วยเอฟเฟกต์แสงระดับสตูดิโอ ส่วนกล้องคู่ด้านหลังมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่นกันสะเทือน กล้องมุมกว้างมีรูรับแสง f/1.8 ส่วนกล้องเทเลโฟโต้มีรูรับแสงกว้างขึ้นเป็น f/2.4 มีแฟลช True Tone แบบ LED สี่ดวง พร้อมด้วยคุณสมบัติสโลว์ซิงค์ จึงทำให้ภาพมีความสว่างสม่ำเสมอยิ่งขึ้น ทั้งในฉากหลังและฉากหน้า

ยกระดับความปลอดภัยในการสแกนหน้า

โน้ต 8 มีฟีเจอร์สแกนใบหน้า และฟีเจอร์สแกนม่านตา นับได้ว่าสร้างความอุ่นใจให้ผู้ใช้เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง รวมถึงยังมีเพื่อนคู่ใจอย่าง Bixby ที่สามารถสั่งการไม่ว่าจะเป็นทางเสียง การสัมผัส ข้อความ เสียง

ส่วน ไอโฟน X ก็ทำได้ไม่น้อยหน้า ช่วยให้ผู้ใช้ปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้า หรือ Face ID เพียงผู้ใช้งานจ้องไปที่หน้าจอ กล้องหน้า TrueDepth Camera ที่รวมเอาเซ็นเซอร์ตรวจจับใบหน้าจะวิเคราะห์ รายละเอียด และปลดล็อกให้ทันที ส่วนคำถามที่ว่าถ้าหน้าอ้วนหรือเปลี่ยนไประหว่างวันล่ะ? แอปเปิลก็ตอบให้แล้วว่าระบบจะเรียนรู้เกี่ยวกับใบหน้าผู้ใช้ทุกครั้ง ดังนั้นไม่ต้องห่วง จำหน้าเจ้าของได้แน่นอนจ้า

Samsung Galaxy Note8 มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ สีทอง สีเทา และสีน้ำเงินวางขายในประเทศไทย ราคาอยู่ที่ 33,900 บาท

iPhone X มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีเงิน และสเปซเกรย์ รุ่น 64GB มีราคาสูงถึง 999 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 35,000 บาท ส่วน 256GB ราคา 1,149 ดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 40,000 บาท (ทั้งนี้ยังไม่มีการเคาะราคาในตลาดประเทศไทย)

เป็นอย่างไรกันบ้าง ศึกสังเวียนนี้ท่านผู้อ่านตัดสินให้ใครชนะ ส่วนไทยรัฐออนไลน์ตัดสินแล้ว...ให้วินวินทั้งคู่เลยจ้า

อ่านต่อ: จ่ายแพงทำไม! 'เปรียบเทียบราคา iPhone X' ถูกสุดต้องไปซื้อที่ประเทศ...?

เปิดความคิดเห็นสื่อนอก 'iPhone X' จะเริดหรือจะร่วง? ให้ทาย...