วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นอภ.พาลุยป่าห้วยเม็ก ยังคงเขียวขจี ไม่ได้เสื่อมโทรม

มท.1 ยํ้าทําถูกกม. ศรีสุวรรณส่งให้ป.ป.ช.สอบด่วน

นอภ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นำเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบผืนป่าห้วยเม็ก ที่ รมว.มหาดไทย อนุมัติให้บริษัทเอกชนชื่อดังเช่าพื้นที่กว่า 31 ไร่ พบเป็นป่าสมบูรณ์มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นหนาแน่น ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ระบุ มีสภาพแห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ และชาวบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์ นายก อบต.ระบุทำประชาพิจารณ์ชาวบ้านในพื้นที่ก่อนให้เช่าแล้ว อ้างเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้แก่ชาวบ้าน ด้าน มท.1 ยันปมห้วยเม็กทำถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ “ศรีสุวรรณ” ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช.สอบ ขู่จะส่งเรื่องให้ศาลปกครองเพิกถอนสิทธิ

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. จ.ส.อ.อดุลศักดิ์ เล่ห์กัน นายก อบต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เปิดเผยกรณีที่มีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เผยแพร่เอกสาร 2 ฉบับ ระบุว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2559 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงนามอนุมัติให้บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ใช้ที่สาธารณะห้วยเม็ก บ้านหนองแต้ หมู่ 6 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ เนื้อที่ 31 ไร่ 2 งาน เป็นที่กักเก็บน้ำสำหรับโรงงานน้ำดื่มและเครื่องดื่ม ระบุที่ดินแปลงดังกล่าวมีสภาพแห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ราษฎรไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน และไม่ได้เป็นพื้นที่รับน้ำในฤดูฝนแต่อย่างใด และระบุอีกว่า ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ราษฎรในพื้นที่ อบต. พิจารณาแล้วเห็นควรอนุมัติการประกาศการขออนุญาตใช้ที่ดิน ไม่มีผู้ใดคัดค้าน

นายก อบต.บ้านดง กล่าวว่า เมื่อปี 2555 บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เข้ามาซื้อที่ดินสร้างโรงงานกว่า 500 ไร่ เข้าพบผู้นำชุมชนเพื่อขอความเห็นชอบ ทางผู้นำชุมชน 15 หมู่บ้านของ ต.บ้านดง ทำประชาพิจารณ์ ผ่านไปด้วยดี เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่จะมีการจ้างงานในพื้นที่ ต่อมาทางบริษัทได้ขออนุญาตทำการก่อสร้าง อบต.ได้อนุญาต เพราะขั้นตอนต่างๆ ถือว่าผ่านหมดแล้ว ช่วงปี 2558-2559 ลงมือก่อสร้าง ส่วนพื้นที่สาธารณะห้วยเม็ก ทางบริษัทยื่นเรื่องขอเช่าในเนื้อที่กว่า 31 ไร่ มีการเรียกประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา ที่ประชุมได้ส่งเรื่องกลับมายัง อบต.เพื่อให้ทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่บ้านหนองแต้ หมู่ 5 และหมู่ 6 ทาง อบต.ประสานผู้ใหญ่บ้าน พร้อมทั้งทำประชาพิจารณ์ซ้ำในปี 2558 ชาวบ้านเห็นชอบให้บริษัทเช่าพื้นที่ห้วยเม็กได้ ถือว่าขั้นตอนต่างๆในระดับตำบลเสร็จสมบูรณ์และส่งเรื่องไปตามลำดับขั้นตอน ทาง อบต.มีหน้าที่จัดเก็บค่าเช่าเป็นไร่ละ 1,000 บาทต่อปี ทางบริษัทได้จ่ายค่าเช่าที่ดินให้ อบต.มาแล้วตั้งแต่ปี 2559 เป็นเงิน 32,000 บาทต่อปี

ช่วงบ่าย นายณัฐภัทร พลอยโสภา นอภ.อุบลรัตน์ พร้อมด้วยนายนิติธร ชาญวิรัตน์ ปลัด อบต.บ้านดง นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพร้อมสื่อมวลชนลงพื้นที่สาธารณะห้วยเม็ก จุดที่มีการอนุมัติให้บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เช่าพื้นที่รวม 31 ไร่ 2 งาน ใช้เป็นที่กักเก็บน้ำสำหรับโรงงานน้ำดื่มและเครื่องดื่ม โดยให้เหตุผลว่า ที่ดินมีสภาพแห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ราษฎรไม่ได้ใช้ประโยชน์ ไม่ได้เป็นพื้นที่รับน้ำในฤดูฝน และระบุว่า ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ราษฎรในพื้นที่ อบต. พิจารณาแล้วเห็นควรอนุมัติกับประกาศการขออนุญาตใช้ที่ดินไม่มีผู้คัดค้าน

นายณัฐภัทร พลอยโสภา นอภ.อุบลรัตน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบถามรายละเอียดจาก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ทราบว่า การดำเนินการทุกอย่างทำตามขั้นตอนและระเบียบของทางราชการ ทั้งการก่อสร้างโรงงาน ที่ชาวบ้านในพื้นที่เห็นด้วย เพราะมีการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนการใช้พื้นที่สาธารณะห้วยเม็ก บริษัทเคทีดีฯ ได้ขอเช่าทั้งผืนประมาณ 31.2 ไร่ โดยจะไม่รุกล้ำ แผ้วถาง หรือตัดต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว ทั้งยังจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชน การสร้างถนนให้ดีขึ้น หลังเกิดปัญหาดังกล่าวไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานไปยังผู้บริหารบริษัทเคทีดีฯ ให้ชี้แจงในกรณีดังกล่าว เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่มีความเข้าใจไปในทางเดียวกัน ทางบริษัทยืนยันว่าจะลงพื้นที่พบชาวบ้านในเร็วๆนี้

นายมนูญ บุญลา อายุ 64 ปี ชาวบ้านหนองแต้ หมู่ 6 พาสื่อมวลชนดูพื้นที่ จุดที่โรงงานรุกล้ำพื้นที่ป่า โดยกล่าวว่า ชาวบ้านได้อนุรักษ์เป็นป่าชุมชน กำหนดกติกาการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ต่อมาบริษัทเคทีดีฯเข้ามาซื้อที่ดินบริเวณโดยรอบป่าชุมชุน ก่อสร้างโรงงาน ชาวบ้านบางส่วนไม่คัดค้าน เพราะลูกหลานในพื้นที่มีงานทำ แต่การสร้างโรงงานกลับรุกล้ำพื้นที่สาธารณะห้วยเม็ก พร้อมทั้งขุดเป็นบ่อรับน้ำเสียที่ออกจากโรงงาน เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ด้านนายไพบูลย์ บุญลา อายุ 67 ปี กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องการทำประชาพิจารณ์การสร้างโรงงาน และการขอเช่าพื้นที่ป่าสาธารณะของบริษัทเคทีดีฯ แม้แต่ครั้งเดียว และการมีชื่อในรายงานที่ทางหน่วยต่างๆนั้น ไม่ทราบว่าใครเซ็น ใครเขียน เพราะตัวเองไม่เคยเข้าร่วมรับฟัง รับรู้การทำประชาพิจารณ์ และกำลังตัดสินใจเรื่องของการแจ้งความที่ถูกแอบอ้างชื่อ “ผมอนุรักษ์ รักษาป่าผืนนี้มาทั้งชีวิต เคยเข้าร่วมประชุมเพียงเรื่องการอบรมทำปุ๋ย และการวางแนวเขตท่อของชลประทาน ไม่เกี่ยวกับบริษัทเคทีดีฯ ขอยืนยันว่า ไม่เคยเซ็นเอกสารใดๆให้กับผู้นำชุมชนแม้แต่ครั้งเดียว” นายไพบูลย์กล่าวย้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจผืนป่า พบสภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นไม้หวงห้าม เช่นต้นกะบก ต้นชาด ต้นกุง ต้นกะบาก และประดู่ ขึ้นหนาแน่น บ่งชี้ว่าเป็นป่าที่สมบูรณ์ ไม่ใช่ป่าเสื่อมโทรม ส่วนที่แห้งแล้ง ต้นไม้ ใบหญ้าผลัดใบ ผลิใบ เกิดตามฤดูกาล ที่สำคัญคือเป็นแหล่งอาหารของชาวบ้านในพื้นที่ อ.อุบลรัตน์ และ อ.เขาสวนกวาง บางครั้งมีชาวบ้านจาก อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี มาหาของป่า รวมถึงสมุนไพรในป่าผืนดังกล่าวด้วย

วันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการลงนามอนุมัติให้บริษัทเอกชน ใช้ที่ดินป่าชุมชน สาธารณประโยชน์ห้วยเม็ก ว่า การตรวจสอบเป็นผลดีกับประชาชนในเรื่องการไม่ชอบด้วยกฎหมายและการทุจริต แต่ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบกฎหมาย มีการทำประชาพิจารณ์ในระดับท้องถิ่นผ่านระดับจังหวัด ผ่านกรมที่ดินมาถึงระดับกระทรวง โดยผ่านรองปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวง รมช.มหาดไทย พิจารณาตามที่เสนอขึ้นมา ถ้าจะไม่อนุมัติก็ได้ แต่ต้องมีเหตุผลว่าทำไมถึงไม่อนุมัติ ส่วนใหญ่ที่จะไม่อนุมัติคือ มีผลกระทบต่อประชาชน ทั้งนี้มั่นใจข้าราชการในระดับนโยบายของกระทรวงว่าไม่มีนอกมีใน ไม่มีการทุจริต ขั้นตอนประชาพิจารณ์ มีการปิดประกาศ หากใครมีข้อคัดค้านควรแสดงตัวตั้งแต่ตอนนั้น การตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดีแต่ขอให้เป็นการเฝ้าดูด้วยความสุจริตใจ

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงคณะ กรรมการ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย นายประทีป กีรติเรขา อธิบดีกรมที่ดิน นายโชติ เชื้อโชต ผอ.สำนักกฎหมาย สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย นายกำธร ถาวรสถิต อดีต ผวจ.ขอนแก่น และ จ.ส.อ.อดุลศักดิ์ เล่ห์กัน นายก อบต.บ้านดง ใช้อำนาจอนุมัติให้บริษัทเอกชนใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณประโยชน์ป่าชุมชนโคกห้วยเม็ก ต.บ้านดง จำนวน 31 ไร่เศษ เป็นการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อหากำไรสูงสุดมาแบ่งปันกันเฉพาะกลุ่มผู้ถือหุ้น ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยเป็นป่าชุมชนที่มีสภาพสมบูรณ์ราษฎรยังใช้ประโยชน์อยู่ เพียงแต่อาจไม่หนาแน่นเท่าป่าดงดิบ เพราะเป็นป่าเต็งรัง ไม่ใช่ป่าแห้งแล้ง ชาวบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วตามที่อธิบดีกรมที่ดินชี้แจงมา มีภาพถ่ายยืนยันชัดเจน

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตกฎหมายที่ดิน ยังระบุชัดเจนว่าการอนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณะทำได้ไม่เกิน 10 ไร่ ยกเว้นจะมีเหตุผลจำเป็น แต่อนุมัติไปถึง 31 ไร่ มีเหตุผลอื่นอย่างไร และชาวบ้านที่เป็นองค์กรสภาชุมชนคัดค้านการอนุญาตใช้พื้นที่มาตลอด แต่ไม่รู้ทางจังหวัดไปอ้างชาวบ้านกี่คนว่ายินยอมให้ความเห็นชอบให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ ขอรอดูท่าที ป.ป.ช.และ พล.อ.อนุพงษ์ก่อนว่า จะดำเนินการอย่างไร หากยังเพิกเฉย จะไปยื่นเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนการใช้ที่ดินดังกล่าวต่อไป