วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หวังว่าจะไม่เป็นแบบพม่า

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นธรรมดา หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนที่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 12 คน ถูกมองว่าส่วนใหญ่เป็นคนหน้าเดิมๆ มาจากข้าราชการ ทหาร และภาคธุรกิจใหญ่ๆ ยังไม่นับรวมกรรมการโดยตำแหน่งอีกส่วนหนึ่ง ประกอบด้วยผู้บัญชาการ 4 เหล่าทัพ ผู้นำฝ่ายทหาร และผู้บัญชาการตำรวจ

วิธีการได้มาซึ่งยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็มีคำถามว่าผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 หรือไม่? นั่นก็คือ ต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง ผ่านการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งต้องเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็น และผลการวิเคราะห์ด้วย แนวความคิดส่วนใหญ่มาจากข้าราชการและทหาร

มีเสียงวิจารณ์ด้วยว่าการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และการแต่งตั้งคณะกรรมการลักษณะนี้อาจถูกมองว่า คสช. แต่งตั้งคนของตนเข้าไปสืบทอดอำนาจ เพราะคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นผู้กำหนดอนาคตประเทศไทยนานถึง 20 ปี และยังมี ส.ว.แต่งตั้งอีก 250 คน มีอำนาจเร่งรัดให้รัฐบาลทุกชุดให้กำหนดนโยบายและจัดทำงบให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

เหตุผลหนึ่งที่เป็นข้ออ้างของการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะการบริหารประเทศของรัฐบาลที่ผ่านๆมา ไม่มีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละ รัฐบาล เป็นข้ออ้างที่ถูกต้องแต่ไม่ทั้งหมด เพราะประเทศไทยมีแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมานานเกือบ 50 ปี และรัฐธรรมนูญก็มีบทบัญญัติ “แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ”

ในอดีตหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราเรียกเป้าหมายการพัฒนาประเทศว่า “แผนพัฒนา” เพิ่งจะเรียกว่า “ยุทธศาสตร์” ในรัฐบาลทหาร ในอดีตมีแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ แต่ไม่ได้บังคับต้องทำตามทุกอย่าง และรัฐธรรมนูญมีแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐ และมีลักษณะบังคับ เช่น “รัฐต้องกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่น”

อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีนายบรรยง พงษ์พานิช เตือนว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถ้าทำได้ดีประเทศจะเจริญรุดหน้า แต่ถ้าทำได้ไม่ดีอาจฉุดการพัฒนาประเทศหลายสิบปี เช่นเดียวกับแผนพัฒนาของนายพลเนวินแห่งพม่า อ้างว่าใช้สังคมนิยม ชาตินิยม และพระพุทธศาสนาเป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วใช้ระบอบทหารนิยม ครองอำนาจนาน 40 ปี ทำให้พม่าที่เคยมั่งคั่งกลายเป็นประเทศยากจน

ยุทธศาสตร์ชาติจะมีผลผูกพัน “ผู้ที่เกี่ยวข้อง” อันได้แก่ คนไทยทั้งประเทศ 66 ล้านคน นานถึง 20 ปี โดยที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการแต่งตั้งคณะกรรมการ และการจัดทำแผน แต่เป็นการบริหารจัดการ โดย คสช. นายบรรยงตั้งคำถามว่า “จะออกมาเป็นคนไปนำทางหรือเป็นโซ่ตรวนล่ามชาติกันแน่?” แต่หวังว่าจะไม่ลงเอยแบบเดียวกับแผนของนายพลเนวินแห่งพม่า.