วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เขตปกครอง “ปะโอ” เรามีแค่ดิน

ชาติพันธุ์ปะโอ–แฟ้มภาพหญิงสาวชาวปะโอสวมชุดประจำถิ่น เดินแห่โคมไฟกระดาษ ระหว่างร่วมงานเทศกาลตาซองดิน หรือเทศกาลแสงและสะกด ในเมืองตองยี เมืองเอกของรัฐฉาน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา (เอพี)

สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หรือที่เรารู้จักกันในนาม “พม่า” เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากประชากรมีความหลากหลายอย่างมากทาง “ชาติพันธุ์” แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆได้มากถึง 135 กลุ่ม

ที่เคยได้ยินกันหลักๆ ก็มีทั้งพม่า มอญ ฉาน กะเหรี่ยง คะฉิ่น ฉิ่น คะยา ยะไข่ รวม 8 ชาติพันธุ์ แต่ที่ย่อยๆไม่เคยได้ยินยังมีอีกเยอะแยะ ซึ่งไม่นานมานี้ผู้เขียนมีโอกาสอันดี ได้เดินทางไปเยือนพื้นที่ “เขตปกครองตนเอง” ของชาติพันธุ์ที่ชื่อว่า “ปะโอ”

ทั้งนี้ เขตปกครองตนเองปะโอ (Pa-O Self-Administered Zone หรือ PAZ) ตั้งอยู่ในรัฐฉาน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา ห่างจากพรมแดนไทยจังหวัดเชียงรายไปทางเหนือ ประมาณ 570 กิโลเมตร (ถ้าวิ่งตามเส้นทางถนน) ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก เมือง “ตองยี” เมืองเอกของรัฐฉาน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญเมียนมาปี พ.ศ.2551 กำหนดให้ปะโอมีทั้งหมด 3 เมืองคือ “สี่แส่ง โหโปง ป๋างลอง”

แต่ในความเป็นจริงแล้วชาติพันธุ์ปะโออยู่อาศัยกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆมากมาย จำนวนประชากรเฉลี่ยอย่างน้อย 600,000 คน ทั้งมีองค์กรแห่งชาติปะโอ (PNO) เป็นหัวเรือหลักมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 พร้อมด้วยฝ่ายความมั่นคงของตนเอง “กองทัพชาติปะโอ” ขุมกำลังราว 400 นาย ที่เปลี่ยนชื่อเป็น “องค์การปลดปล่อยชาติปะโอ” (PNLO) ในภายหลังลงนามหยุดยิงกับสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ ในปี พ.ศ.2534

ตามกฤษฎีกาของรัฐบาลเมียนมานั้น เขตปกครองตนเองปะโอ มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 โดยกำหนดให้องค์กรแห่งชาติปะโอ (PNO) เป็นผู้บริหารงาน และ มีองค์กรปกครองตนเองปะโอ (PAZ) เป็นตัวกลางคอยประสานงานกับรัฐบาลเมียนมาอย่างสม่ำเสมอ

จากการนั่งรถสมบุกสมบันกว่า 14 ชั่วโมง เพื่อจะเข้าไปในพื้นที่ และได้รับโอกาสให้เข้าร่วมการประชุมขององค์กรปกครองตนเองปะโอนั้น “คอน ซัน เว” ผู้ว่าราชการขององค์กรปกครองตนเองปะโอ (PAZ) รวมถึงสื่อมวลชนในเมียนมา ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการบริหารงานให้ฟังว่า องค์กรพีเอแซดที่นายคอน ซัน เว ดำรงตำแหน่งหัวหน้า ถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง และได้รับการยอมรับจากรัฐบาลเมียนมาพอตัว

ยกตัวอย่างเวลาที่องค์กรแห่งชาติปะโอต้องการทำอะไร รัฐบาลเมียนมาก็จะถามมาว่าพีเอแซดโอเคไหม ถ้าโอเคก็จะอนุมัติ แต่ถ้าไม่ก็คือไม่ เช่นเดียวในทางกลับกัน เวลารัฐบาลเมียนมาอยากได้อะไร ถ้าพีเอแซดโอเค องค์กรแห่งชาติปะโอก็จะตกลงตามไปด้วย

เช่นเดียวกับเรื่องการค้าการลงทุนในพื้นที่ จะต้องได้รับการอนุมัติจากพีเอแซดเช่นกัน นายคอน ซัน เว เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า เรื่องการทำมาค้าขายเราศึกษาการพัฒนาจากไทย และมีความสัมพันธ์กับคนไทยมานานแล้ว และหากนักลงทุนของไทยต้องการเข้ามาเราก็ไม่ปฏิเสธทั้งสิ้น เพราะเป็นหน้าที่ขององค์กรที่จะต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด

“พื้นที่เรากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นการเกษตร เน้นที่พืชผักเป็นส่วนใหญ่ บางพื้นที่การเกษตรก็ยังไม่ถูกวิธี ขณะที่การขนส่งผักสดก็จะทำให้ราคาสูง จึงทำได้อย่างมากก็ของแห้ง ปัญหาคือเราไม่มีทุน บางพื้นที่ก็ไม่มีไฟฟ้า จะให้มาทำเป็นโรงงานแปรรูปแบบไทยคงไม่ได้...เรามีแค่ดิน”

อย่างไรก็ตาม เรามีบทเรียนแล้วว่าธุรกิจบางอย่าง อนุมัติไปก็เสียที่ดินเปล่าๆ ก่อนหน้านี้เคยมีคนเข้ามาแล้ว (ชาติมหาอำนาจชาติหนึ่ง) กวาดกำไรกลับประเทศไปก็มี ล้มเหลวไปก็มี หากมีเงินเข้ามาลงทุนเองก็จะขอบคุณ ซึ่งหากทำสำเร็จแล้วก็ควรที่จะกระจายไปยังพื้นที่อื่นๆด้วย เพราะคนแถวนี้เป็นพี่น้องกัน ควรจะช่วยทำให้ที่อื่นสำเร็จไปด้วยกัน

ส่วนการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวนั้นยังคงห่างไกลความเป็นจริง เพราะถึงแม้จะมีความสนใจ ประกอบกับรัฐบาลเมียนมาเริ่มที่จะอนุมัติการเปิดบ้านพักโฮมสเตย์แล้ว แต่สำหรับปะโอมองว่าเรื่องอาหารการกินสำคัญที่สุด การท่องเที่ยวถือเป็นเรื่องรองลงไป

เพียงเท่านี้คงจะพอเห็นภาพแล้วว่า เขตปกครองตนเองปะโอมีอะไรดี และต้องการอะไร น่าจะเป็นโอกาสอันดีเสียด้วยซ้ำสำหรับทางการไทย ในการเสริมสร้างความร่วมมือต่อไปในอนาคต เพราะทัศนคติต่อบ้านเราถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว และพื้นที่ยังมีความ “ดิบ” อยู่มาก

เมื่อต้นเดือน ส.ค.นี้ กรมการค้าต่างประเทศเพิ่งมีการหารือกับทางรัฐฉานไป พร้อมเจรจาเล็งจัดงานไทยแลนด์ เฟสติวัล 2561 โปรโมตสินค้าไทยที่เมืองตองยี ไม่ไกล จากปะโอนัก ซึ่งผู้เขียนอยากแนะนำว่าหากจะขยายกิ่งก้านออกไป คงไม่ใช่เรื่อง น่าเสียหายแต่ประการใดเลย.

วีรพจน์ อินทรพันธ์