วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สีผสมอาหารกับน้ำทับทิม

ทับทิม ผลไม้ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศอิหร่าน ชาวจีนถือว่าทับทิมเป็นไม้มงคล เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์

หากนำมาคั้นทำเป็นน้ำทับทิม ก็เป็นแหล่งที่ดีของวิตามินซี วิตามินบี 5 และโพแทสเซียม และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณมาก มีงานวิจัยพบว่า การดื่มน้ำทับทิมเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

เมื่อทับทิมมีสรรพคุณ และมีประโยชน์หลายด้าน เราจึงเห็นรถเข็นขายน้ำทับทิมใส่ขวดพลาสติกตามริมบาทวิถีแทบทุกย่านการค้าในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่านที่มีนักท่องเที่ยว หากคั้นเอาเฉพาะน้ำทับทิมจากผลสดจริงๆ ทับทิม 1 ผล จะให้น้ำในปริมาณน้อยและสีจะไม่แดงน่าทาน

หากต้องคั้นให้ได้น้ำปริมาณมากๆ ต้องใช้ทับทิมจำนวนมาก ต้นทุนก็จะสูงขึ้นด้วย จึงเป็นช่องทางให้กับคนฉวยโอกาสผสมน้ำและสีลงในน้ำทับทิมที่คั้นสดๆ วิธีการของคนฉวยโอกาสตามข่าวที่เราเห็นคือ นำน้ำหวานผสมกับสีผสมอาหาร และผสมลงในน้ำทับทิมคั้นสด ที่มีปริมาณเพียงเล็กน้อยให้เป็นน้ำทับทิมบรรจุขวดขายแทน

คนขายอาจไม่ทราบถึงอันตรายของสีผสมอาหารว่าเป็นสีสังเคราะห์ที่แม้กฎหมายจะอนุญาตให้ใช้ในอาหารได้ แต่ให้ใช้ได้ในอาหารบางชนิดและใช้ในปริมาณที่กำหนดเท่านั้น

เพราะหากร่างกายได้รับสีผสมอาหารในปริมาณมาก หรือบ่อยครั้ง จะก่อให้เกิดอันตราย เช่น สีจะไปเคลือบเยื่อบุกระเพาะอาหาร และลำไส้ ทำให้น้ำย่อยออกมาไม่สะดวก อาหารย่อยยาก เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ และขัดขวางการดูดซึมอาหาร ทำให้ท้องเดิน น้ำหนักลด อ่อนเพลีย อาจมีอาการตับและไตอักเสบ

สถาบันอาหารได้เก็บตัวอย่างน้ำทับทิมบรรจุขวด 4 ตัวอย่าง จากรถเข็นในพื้นที่ 4 ย่านการค้าในกรุงเทพฯ เพื่อตรวจสีผสมอาหาร 5 สี ได้แก่ เอโซรูบีน, อีริโทรซิน, ปองโซ 4 อาร์, ซันเซตเยลโลว์เอฟซีเอฟ, ตาร์ตราซีน

ผลวิเคราะห์ปรากฏว่า พบสีผสมอาหาร 2 สี คือ เอโซรูบีนที่ให้สีแดงเลือดนก และสีปองโซ 4 อาร์ ที่ให้สีแดง

ปกติน้ำผลไม้คั้นสดที่ขายในลักษณะนี้ ไม่ควรเติมสีผสมอาหารลงไป และตามมาตรฐานน้ำทับทิม (มผช. 531/2557) กำหนดห้ามใช้สีสังเคราะห์ทุกชนิดในน้ำทับทิม หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง.