วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คสช.ก็ต้องโปร่งใส

ระยะนี้มีข่าวไม่ค่อยดีที่ คนในกองทัพ ไปทำเรื่องเสื่อมเสียหลายเรื่อง รัฐบาล คสช. ที่เป็นรัฐบาลทหารก็ต้อง แสดงความโปร่งใสและความเป็นกลาง ในการที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูกกันอยู่ หรือว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง คสช. จะตกเป็นขี้ปากชาวบ้านไปด้วย

อย่างกรณีที่ วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่น ป.ป.ช. ให้มีการตรวจสอบกรณีที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ และ ดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มีพฤติกรรมร่วมกับเอกชนทำการทุจริตโครงการระบายข้าว ภายใต้ข้อกล่าวหาว่าไม่มีความโปรงใสและมีการฮั้วประมูล

จากข้อมูลที่ว่ามีบางบริษัทที่ได้รับการประมูล เพิ่งจะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารสัตว์หลังจากที่ได้รับการประมูล บางบริษัทมีปัญหาเรื่องของคุณสมบัติ หรือกรณีที่มี รมต.รายหนึ่งใช้ ฮ.ของกองทัพบกเดินทางจาก กทม.ไปที่ จ.กำแพงเพชร เพื่อไปที่โรงสีข้าวแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่เข้าร่วมประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลด้วย อะไรที่ไม่ชอบมาพากล รัฐบาล คสช. ก็ต้องรีบทำให้โปร่งใส ไม่ใช่อ้ำๆอึ้งๆ

หรืออย่างกรณีที่ สตง. ได้มีหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รายงานเรื่องการตรวจสอบ โครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตร

เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และการบริหารจัดการสต๊อกยาง เพื่อให้มีการป้องปรามให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เช่น การบริหารจัดการสต๊อกยาง จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2559 ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้คือไม่สามารถทำให้ราคายางในตลาดปรับตัวไปอยู่ในระดับ 120 บาทต่อกิโลกรัมได้ ตรงกันข้าม ราคายางกลับมีแนวโน้มตกต่ำลงเรื่อยๆ และยังสำรวจพบว่าไม่มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้

ขณะที่สถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ไม่มีการยกระดับในการดำเนินธุรกิจของตนเอง จากการตรวจสอบสถาบันเกษตรกร ไม่มีการพัฒนาในจำนวนนั้น ไม่มีการดำเนินธุรกิจหรือกิจกรรมใดๆ ตั้งแต่เข้าร่วมโครงการ

สตง. ยังได้ตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสและผิดปกติอีกหลายประการ โดยเฉพาะการตรวจสอบที่กระทำโดยหน่วยงานรัฐด้วยกัน จึงไม่มีข้ออ้างว่าเป็นการใส่ร้ายหรือโจมตีให้เกิดความเสียหายต่อรัฐบาล

นอกจากนี้ ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของยาง มีทหารในกองทัพ เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการไม่น้อย เป็นเพื่อนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา

เพราะฉะนั้นจึงน่าจะพูดจากันได้ง่ายขึ้น

การบริหารจัดการภาครัฐยังเป็นปัญหาใหญ่ของ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ใครจะมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์พ่วงเข้ามาด้วยหรือไม่ เป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่จะไปโทษ พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่ได้

ยกตัวอย่างการปรับปรุงการบริการรถเมล์ ขสมก.นั่นปะไร แทนที่จะปรับการเดินรถให้สอดคล้องกับผังเมืองในปัจจุบันเพื่อบริการผู้โดยสารให้ได้รับความสะดวกสบายและไม่ขาดทุน กลับไปเปลี่ยนชื่อสายรถเมล์ใหม่

หาเรื่องให้วุ่นวายซะอย่างนั้น.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th