
นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่น ของผู้ประกอบการค้าปลีกประจำเดือน เม.ย.65 ของสมาคมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภาพรวมพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ค้าปลีก Retail Sentiment Index (RSI) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 56.4 ปรับเพิ่มขึ้น 9.9 จุด เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องสองช่วง รวมถึงการส่งเสริมการขายของร้านค้าต่างๆ และประกอบกับข่าวการเปิดประเทศรับการท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน ได้ประเมินแผนการปรับราคาสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากปมรัสเซีย-ยูเครน พบว่า 70% มีผลต่อต้นทุนสูงขึ้น 17% มีผลต่อการวางแผนธุรกิจยากขึ้น และ 12% ยังไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนการปรับขึ้นราคาสินค้า 52% ระบุว่าปรับขึ้นไม่เกิน 10% ส่วน 44% ปรับเพิ่มขึ้น 11-20% และ 4% ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ส่วนผลกระทบต่อราคาสต๊อกสินค้าและสภาพคล่อง 87% จะปรับราคาตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า 57% มีสต๊อกเพียงพอแค่ 3 เดือน และ 47% มีสภาพคล่องเพียงพอมากกว่า 12 เดือน นอกจากนั้นทางสมาคมมี 3 ข้อเสนอต่อภาครัฐ คือ 1.คงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐไว้อย่างต่อเนื่อง 2. เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยภาครัฐ และ 3.พยุงราคาพลังงานให้คงที่และได้นานที่สุด
“ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของภาครัฐในการใส่เกียร์เดินหน้าเต็มกำลังที่จะผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น การฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยการกระตุ้นการบริโภคผ่านนโยบายของภาครัฐถือเป็นหัวใจสำคัญในการเดินหน้าประเทศไทย ซึ่งภาครัฐได้ดำเนินการมาในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว.