ลุ้น 6 แผนปั้นภาคเหนือตอนบน ก้าวสู่ “แลนด์มาร์กอาราบิกา” พลิกฟื้นเศรษฐกิจ

ข่าว

    ลุ้น 6 แผนปั้นภาคเหนือตอนบน ก้าวสู่ “แลนด์มาร์กอาราบิกา” พลิกฟื้นเศรษฐกิจ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    2 ธ.ค. 2564 06:40 น.

    ดีพร้อม” เกาะกระแสเปิดประเทศ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ดันเต็มสูบธุรกิจกาแฟให้เติบโต ปักหมุดให้ภาคเหนือตอนบน กลายเป็น “แลนด์มาร์กอาราบิกา” ผ่าน 6 แผนงานเร่งด่วน ปลุกกระแสบริโภค 1 กลิ่น 1 แก้วต่อคนต่อวัน เผยปีที่ผ่านมาธุรกิจกาแฟไทยมีมูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าปีนี้พุ่งสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท

    นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เปิดเผยว่า ดีพร้อมได้นำโครงการที่ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ มาปรับ ให้เข้ากับนโยบายการเปิดประเทศ ด้วยการเร่งฟื้นฟูเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน (โอทอป) ล่าสุดได้จัดทำแผนยกระดับกาแฟอาราบิกา ภายใต้อัตลักษณ์กาแฟภาคเหนือ พัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพ เพื่อทำให้ภาคเหนือตอนบน (เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง) เป็นแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟที่มีชื่อเสียง โดยจากการศึกษาภาพรวมตลาดกาแฟ ได้พบปัจจัยที่เป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการต้องปรับรูปแบบการทำธุรกิจ ทั้งการเติบโตของธุรกิจร้านเครื่องดื่ม (คาเฟ่) การลดบริโภคเครื่องดื่มนอกบ้าน และเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มกาแฟสด การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากช่องทางออนไลน์และดีลิเวอรีเพิ่มมากขึ้น

    ก้าวสู่ “แลนด์มาร์กอาราบิกา”

    ทั้งนี้ ได้เริ่มพัฒนาโครงการมาตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบันได้ช่วยพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการกาแฟในภาคการผลิตและภาคบริการ ให้ก้าวสู่ทิศทางที่ดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มูลค่าของตลาดกาแฟของภาคเหนือตอนบนเติบโตมากขึ้นถึงปีละ 5,000 ล้านบาท พร้อมทั้งเป็นแรงผลักดันให้การเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศ ปีละ 10-15% เพราะตลาดกาแฟในประเทศไทยเมื่อปี 2562 มีมูลค่าอยู่ที่ 38,000 ล้านบาท ปีที่ผ่านมามีมูลค่า 42,537 ล้านบาทและปีนี้คาดว่าจะสูงถึง 50,000 ล้านบาท

    ทั้งนี้ ยังพบว่ามีหลายๆปัจจัยที่เป็นตัวเร่งให้ผู้ประกอบการต้องปรับรูปแบบในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้เกิดการเติบโตของธุรกิจร้านเครื่องดื่ม (คาเฟ่) ที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ทั้งการลดบริโภคเครื่องดื่มนอกบ้านจาก มาตรการล็อกดาวน์, การเปลี่ยนพฤติกรรมมาสู่ยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal), การดื่มกาแฟสด-เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากช่องทางออนไลน์และดีลิเวอรีเพิ่มมากขึ้น ดีพร้อมจึงมีแนวทางเพิ่มโอกาสการเติบโตของผู้ผลิตกาแฟในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ผ่านโครงการ ยกระดับศูนย์กลางการพัฒนาอัตลักษณ์กาแฟอาราบิกาภาคเหนือ (แลนด์มาร์กอาราบิกา)

    เปิดลายแทง 6 แผนสู่ความสำเร็จ

    ประกอบด้วย 1.การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานเมล็ดกาแฟอาราบิกา ที่มีการเพาะปลูกในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ที่ขณะนี้ 70,000 ไร่ให้มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นในด้านกลิ่น รสชาติ และลักษณะปรากฏเฉพาะของกาแฟด้วยการนำวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมประยุกต์ใช้ในการปลูก ตลอดจนยกระดับให้เป็นกาแฟคุณภาพพิเศษ หรือ Specialty Coffee ซึ่งเป็นกาแฟที่มีกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพและได้คะแนนจากนักทดสอบ (Q Grader) 80 คะแนนขึ้นไป รวมถึงนำผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยแบ่งปันเทคนิคการดูแลต้นกาแฟ การเก็บเกี่ยว การเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยวให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น

    2.ส่งเสริมกระบวนการคั่ว โดยพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีโรงคั่วอยู่ 70 แห่ง ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการเติบโตอุตสาหกรรมกาแฟในพื้นที่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มุ่งลดปัญหาสำคัญๆ ทั้งการบริหารจัดการของเสียจากการแปรรูปกาแฟ อาทิ กลิ่น-ควันจากกระบวนการเผาไหม้ การกำหนดให้แต่ละโรงคั่วมีมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่มโรงคั่วขนาดเล็ก รวมถึงเข้าไปสนับสนุนเกษตรกรที่ต้องการลงทุนทำกาแฟคั่วบดด้วยการเรียนรู้จากผู้ประกอบการในคลัสเตอร์กาแฟที่ประสบความสำเร็จ

    3.ยกระดับธุรกิจผ่านแนวทางการเกษตรสร้างสรรค์ด้วยการผลักดันกาแฟในแต่ละดอย อาทิ กาแฟอมก๋อย กาแฟดอยวาวี กาแฟดอยอินทนนท์ กาแฟดอยผาหมี มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวของตัวเอง รวมถึงรูปแบบของผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เช่น การทำกาแฟแบบแคปซูล กาแฟที่มีกลิ่นเฉพาะ กาแฟดริป รวมถึงช่วยยกระดับบรรจุภัณฑ์ ให้เหมาะสมกับการขนส่ง มีความดึงดูดผู้บริโภคในช่องทางค้าขายออนไลน์ และยกระดับพื้นที่ในการเพาะปลูกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย

    ปลุกกระแสดื่ม 1 กลิ่น 1 แก้วต่อวันต่อคน

    4.การส่งเสริมธุรกิจกาแฟของภาคเหนือตอนบน ผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความพร้อมด้านบุคลากรที่เชี่ยวชาญ มีโปรแกรมอบรมวิชาชีพ สำหรับผู้ที่สนใจจัดตั้งหรือพัฒนา ธุรกิจกาแฟ 5.เพิ่มโอกาสในการขยายตลาดด้วยการผลักดันให้กาแฟแต่ละแบรนด์ แต่ละแหล่งเพาะปลูก เข้าถึงช่องทางการค้าออนไลน์ ห้างสรรพสินค้า หรือเครือข่ายร้านกาแฟที่มีชื่อเสียง พร้อมทั้งส่งเสริมการออกแบบสินค้าการจดสิทธิบัตร-ขึ้นทะเบียนสินค้าเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) รวมถึงการบ่มเพาะวิธีการสร้างเรื่องราว (Story Telling) หรือการสร้าง คอนเทนต์ โดยอาศัยความพิเศษของวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ เพื่อปลุกกระแสให้เกิดเทรนด์

    การดื่มกาแฟ 1 กลิ่น 1 แก้ว 1 วันให้เข้าถึงกลุ่มร้านค้าและผู้บริโภค

    6.การรวมกลุ่มของอุตสาหกรรมกาแฟผ่านคลัสเตอร์ โดยกลุ่มต้นทางได้สนับสนุนให้ความรู้ด้านการคัดเลือกสายพันธุ์ การดูแลพื้นที่ปลูกการตัดแต่งกิ่ง การเก็บเกี่ยว การแปรรูปเมล็ดกาแฟ การเก็บรักษาเมล็ดกาแฟให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ กลุ่มกลางทางสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมคุณภาพการผลิตให้ได้มาตรฐาน กลุ่มปลายทางได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟมีความรู้และทักษะเรื่องเทคนิคการคัดคุณภาพ สารกาแฟ เทคนิคการคั่ว การผสมสูตรที่มีลักษณะเฉพาะ การชงกาแฟ และการบริหารจัดการหน้าร้าน ให้เกิดความอยู่รอดและยั่งยืน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      แม่ค้าครวญ หัวหมูไหว้เจ้า แพงสุดรอบ 50 ปี หลังตรุษจีนอาจเลิกขาย
      02:57

      แม่ค้าครวญ หัวหมูไหว้เจ้า แพงสุดรอบ 50 ปี หลังตรุษจีนอาจเลิกขาย

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ดีพร้อมณัฐพล รังสิตพลฟื้นเศรษฐกิจแลนด์มาร์กอาราบิกาความสำเร็จเมล็ดกาแฟอาราบิกาข่าววันนี้

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอังคารที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 16:54 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์