เอสเอ็มอีจ่อปิดกิจการเพียบ ต้นทุนพุ่ง-ยอดขายหด-กำไรลด-เงินขาดมือ

ข่าว

    เอสเอ็มอีจ่อปิดกิจการเพียบ ต้นทุนพุ่ง-ยอดขายหด-กำไรลด-เงินขาดมือ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    27 พ.ย. 2564 06:01 น.

    เอสเอ็มอีไทยโคม่า ซมพิษโควิดหนักกว่า 40% จ่อปิดกิจการ หลังขาด สภาพคล่องอย่างหนัก เข้าไม่ถึงเงินทุนและมาตรการรัฐ หนำซ้ำสารพัดปัญหารุมเร้า ทั้งต้นทุนวัตถุดิบ-และต้นทุนควบคุมโควิดพุ่ง แต่กำไร-ยอดขายคำสั่งซื้อลดฮวบ ร้องรัฐช่วยเหลือสภาพคล่องด่วน หากชักช้าปล่อยให้ปิดตัวลงเพียง 5% ทำเงินหายไปจากระบบ 3 แสนล้านบาท ตกงาน 1-2 ล้านคน

    นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจสถานภาพธุรกิจ ขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ของไทย จัดทำโดยสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่สำรวจเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 625 ราย ในภาคอุตสาหกรรมการค้าและบริการ วันที่ 12-17 พ.ย.64 ว่า ธุรกิจเอสเอ็มอี ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หรือประมาณ 50-70% ของผู้ตอบแบบสอบถาม อยู่ในภาคการค้า (ค้าส่งค้าปลีก) และบริการ (ภัตตาคาร ร้านอาหาร ท่องเที่ยว ขนส่ง) ส่วนภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบน้อยกว่า

    โดยจากผลสำรวจพบว่าเอสเอ็มอีที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ หรือ 40.1% มีโอกาสปิดกิจการในเร็วๆนี้ เพราะยอดขายลดลงเฉลี่ย 18.6% ต้นทุนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14.9% กำไรลดลงเฉลี่ย 20.6% ยอดคำสั่งซื้อลดลง 15.3% สภาพคล่องลดลง การจ้างงานลดลงเฉลี่ย 9.8% ส่วนมาตรการผ่อนคลาย และการเปิดประเทศ แม้ทำให้การทำธุรกิจเริ่มกลับมา แต่เอสเอ็มอีจำนวนมาก กลับไม่มีความพร้อมด้านการเงิน เข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้ และไม่สามารถกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องได้ แม้รัฐมีมาตรการช่วยเหลือเงินกู้ซอฟต์โลนอยู่แล้ว

    ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาอื่นๆเข้ามาซ้ำอีก ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ราคาสินค้าที่ขายยังอยู่ในระดับต่ำ และยังไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ คู่แข่งในปัจจุบันมีจำนวนมาก อีกทั้งยังมีต้นทุนการเปิดกิจการตามมาตรการควบคุมโควิดที่เพิ่มขึ้นอีก สำหรับสิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือ คือ สินเชื่อโดยไม่เน้นการค้ำประกัน การลดหย่อนภาษีนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าทุนเพื่อลดต้นทุน การกระตุ้นการท่องเที่ยว การฉีดวัคซีนและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

    “เรื่องสภาพคล่องเป็นปัญหาใหญ่และรุนแรง สถานการณ์ยังมีความเปราะบางมาก หากมีการระบาดระลอกใหม่จนจำเป็นต้องล็อกดาวน์อีก จะทำให้มีความเสี่ยงที่จะปิดกิจการมากขึ้น โดยเอสเอ็มอีมากกว่าครึ่ง ต้องการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องอย่างมาก หรือวงเงินสินเชื่อที่ต้องการเฉลี่ยอยู่ที่ 654,924 บาท และคาดว่าธุรกิจจะกลับมาเป็นปกติภายในไตรมาสที่ 4/65”

    นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้รัฐบาลผ่อน คลายให้ธุรกิจกลางคืนสามารถเปิดกิจการได้ เนื่องจากธุรกิจนี้มีสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ถึง 20% คิดเป็นเม็ดเงิน 2-3 ล้านล้านบาทต่อปี แต่ยังคงต้องเปิดภายใต้มาตรการทางด้านสาธารณสุขที่ให้ทุกคนปฏิบัติร่วมกัน เพื่อสามารถอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้

    ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาครัฐควรดูแลปัญหาสภาพคล่องของเอสเอ็มอีอย่างเร่งด่วน คาดว่าจะใช้เม็ดเงินราว 200,000-300,000 ล้านบาท แม้รัฐบาลจัดเตรียมงบประมาณในส่วนนี้ไว้แล้ว แต่เอสเอ็มอีเข้ายังไม่ถึง หากเกิดการระบาดอย่างมากอีก จนเอสเอ็มอีต้องปิดกิจการราว 5% จะทำให้รายได้ของประเทศหายไปประมาณ 300,000 ล้านบาท และมีคนตกงานเพิ่มอีก 1-2 ล้านคน

    สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ เชื่อว่า ภาครัฐจะสามารถควบคุมได้ แต่เสนอแนะ ให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงข้อมูลบางอย่างให้ประชาชนรู้ เพื่อสร้างความมั่นใจ เช่น ผู้ติดเชื้อในขณะนี้มีอาการรุนแรงหรือไม่ มีมาตรการป้องกันสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่กำลังระบาดอยู่ในต่างประเทศหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากมีการผ่อนคลายมาตรการ และเปิดประเทศ มากขึ้น จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับมาตรการป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดที่มีประสิทธิภาพด้วย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      แม่ค้าครวญ หัวหมูไหว้เจ้า แพงสุดรอบ 50 ปี หลังตรุษจีนอาจเลิกขาย
      02:57

      แม่ค้าครวญ หัวหมูไหว้เจ้า แพงสุดรอบ 50 ปี หลังตรุษจีนอาจเลิกขาย

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เอสเอ็มอีสภาพคล่องเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ธุรกิจขาดทุนขาดทุนเศรษฐกิจ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอังคารที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 16:16 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์