เปิดเบื้องลึกหักเก้าอี้เลขา ก.ล.ต.

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เปิดเบื้องลึกหักเก้าอี้เลขา ก.ล.ต.

Date Time: 31 ม.ค. 2566 05:10 น.

Summary

ทันทีที่มีการเปิดเผย มติคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไม่ต่ออายุการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.ล.ต.ของ น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวง ตลาดทุนทันที

Latest

IPO ต่างประเทศดีกว่าไทย? MINT เปิดแผนปี 69 เร่งศึกษาแผนส่ง Minor Food บุก IPO ตลาดหุ้นฮ่องกงปี 69


ทันทีที่มีการเปิดเผย มติคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไม่ต่ออายุการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.ล.ต.ของ น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงตลาดทุนทันที!!

โดยมติดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 1 ธ.ค.65 มีการเรียกประชุมลับเพื่อพิจารณาวาระพิเศษว่าจะต่อหรือไม่ต่อวาระอัตโนมัติให้เลขาธิการ ก.ล.ต. ที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งวันที่ 30 เม.ย.66

ซึ่งมีการถกเถียงกันอย่างยาวนาน เพราะบอร์ดเสียงแตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก่อนที่จะมีการลงมติไม่ต่อวาระ ด้วยเสียงที่ไม่เป็นเอกฉันท์ 5 ต่อ 4 เสียง ทำให้นายพิชิต อัตราทิตย์ ในฐานะประธานบอร์ด ก.ล.ต.ต้องกระโดดเข้าร่วมโหวตด้วย เพื่อให้มติเป็นเสียงข้างมากเด็ดขาด ออกมาเป็น 6 ต่อ 4 เสียง ไม่ต่อวาระให้ น.ส.รื่นวดี นั่งเป็นเลขาธิการ ก.ล.ต.!! (บอร์ด ก.ล.ต.มี 11 คน รวม น.ส.รื่นวดี ในฐานะกรรมการและเลขาธิการ ก.ล.ต.ไม่ได้ร่วมประชุมด้วย)

จากนั้นวันที่ 29 ธ.ค.65 บอร์ด ก.ล.ต.ได้แจ้งมติให้สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อแจ้งต่อ น.ส.รื่นวดี และให้สำนักงาน ก.ล.ต.ออกประกาศเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการ ก.ล.ต.คนใหม่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าว

และวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการหยิบยกประเด็นนี้มาหารือและถกกันในบอร์ดอีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ จนนำไปสู่การนัดหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปอีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา คือประเด็นข้อกฎหมายที่ว่ากรรมการ ก.ล.ต.ที่ร่วมโหวตลงมติ 10 เสียงนั้น มี 2 เสียง (โดย 1 ในนั้นคือ ประธานบอร์ด ก.ล.ต.) ที่อาจเข้าข่าย conflict of interrest หรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือไม่ หากเห็นว่ามีความขัดแย้ง มติบอร์ดที่เกิดขึ้นวันที่ 1 ธ.ค. 65 นั้น จะถือว่าเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกประชุมเพื่อลงมติการต่อหรือไม่ต่อวาระให้ น.ส.รื่นวดีอีกครั้ง

หากพิจารณาการทำงานของ น.ส.รื่นวดีในตำแหน่งเลขาธิการ ก.ล.ต.ตลอดเกือบ 4 ที่ผ่านมานั้น ถือว่าไม่มีข้อครหาในเรื่องความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต มีความแข็งขันและทุ่มเทในการทำงาน ในห้วงเวลาที่องค์กร ก.ล.ต.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนกำลังเผชิญกับความท้าทายของโลกในยุคดิจิทัลที่ระบบนิเวศในตลาดทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งในด้านกฎหมายและเทคโนโลยี และ ก.ล.ต.ยังต้องเพิ่มบทบาทหน้าที่ในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับโจร หรือเหลือบที่เข้ามาหาช่องว่างเพื่อหาผลประโยชน์ฉ้อฉลกลโกงในตลาดทุนจากกฎหมายกฎระเบียบที่อาจยังตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมโจร

ดังนั้น จึงทำให้การทำงานของหน่วยกำกับอย่าง ก.ล.ต.ในยุคนี้ จึงต้องทำงานอย่างหนัก ทั้งการทำหน้าที่ในฐานะหน่วยงานกำกับและหน้าที่ในการพัฒนาตลาดทุนไทย จึงทำให้ต้องมีการขยับเขย่าองค์กรให้ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องมีความรอบคอบ โปร่งใสและเป็นธรรม ยึดหลักการความถูกต้องและข้อกฎหมาย

ก.ล.ต.ยุคใหม่ นอกจากต้องขับเคลื่อนเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องปรับองค์กรให้มีอำนาจในการสอบสวนคดีเช่นเดียวกับอัยการ เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญโดยตรงที่เท่าทันเล่ห์กลโกงในยุคดิจิทัลที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ซึ่งจะเห็นว่า ยุคที่ “รื่นวดี” นั่งกุมบังเหียน ก.ล.ต.ต้องเผชิญกับปัญหาและความท้าทายในการทำหน้าที่มากมาย ทั้งกรณีการเข้าดำเนินการกับกลุ่ม “บิทคับ” ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่สุดของไทยที่เกิดมาก่อนที่ ก.ล.ต.จะเข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล และ ต้องออกกฎระเบียบล้อมคอกเพื่อปกป้องนักลงทุน จนนำไปสู่การสั่งปรับบิทคับหลายกรณี ซึ่งอาจไปขัดใจหรือขัดผลประโยชน์ผู้คน ไม่น้อย

นอกจากนี้ยังมีกรณีปัญหา “ซิปเม็กซ์” ที่ประกาศระงับธุรกรรมการถอนคริปโตเคอร์เรนซี และเงินบาท จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาทเศษ และปัจจุบันยังจ่ายเงินคืนได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

และกรณีล่าสุด คือ ปฏิบัติการปล้นโบรกเกอร์กลางแดด จากคำสั่งซื้อขายหุ้น MORE ที่เข้าข่ายคดีฉ้อโกง จนนำไปสู่การใช้อำนาจ ปปง.อายัดค่าซื้อขายหุ้นมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท เป็นเวลา 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนด 18 ก.พ.นี้ และ ก.ล.ต.เตรียมรับช่วงต่อในคดีปั่นหุ้น ซึ่งเป็นความหวังที่จะใช้เป็นเหตุขยายเวลาอายัดเงินต่อไปได้

และผลพวงจากคดีหุ้น MORE นี้ บานปลายนำไปสู่การเสนอ รมว.คลัง ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ บล.เอเชีย เวลท์ จากจุดเริ่มต้นที่พบว่าเอเชียเวลท์นำเงินบัญชีลูกค้าไปจ่ายค่าซื้อหุ้น MORE และนำไปสู่การไม่สามารถดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้ตามกำหนด และเมื่อมีการตรวจสอบลึกเข้าไปถึงเส้นทางการเงินในอดีตพบการโอนเงินในกลุ่มครอบครัวของผู้บริหาร และครอบครัวของผู้ถือหุ้น ซึ่ง ก.ล.ต.ได้แจ้งความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ และนำไปสู่การเสนอให้ รมว.คลัง พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตของ บล.เอเชีย เวลท์ ซึ่งประเด็น บล.เอเชีย เวลท์นี้ ถูกโยงเข้าไปพัวพันกับนายพิชิต ซึ่งเป็นอดีตประธานบอร์ด บล.เอเชียเวลท์ และมีบุคคลใกล้ชิดถือหุ้นใน บล.เอเชียเวลท์ด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่าย

จะเห็นว่า การลงดาบลงโทษ ของ ก.ล.ต.ในแต่ละเรื่องนั้น ล้วนมีผู้เสียผลประโยชน์มหาศาล และย่อมสร้างศัตรูต่อคนทำงานอย่าง “รื่นวดี” แม้หลายกรณีเป็นการใช้อำนาจของคณะทำงาน ไม่สามารถใช้อำนาจของเลขาธิการ ก.ล.ต.เพียงคนเดียวได้ แต่ “รื่นวดี” มักตกเป็นเป้าโจมตี จากผู้ที่เสียผลประโยชน์มาตลอด จึงไม่แปลกใจที่จะมีความพยายามจากหลายฝ่ายขัดขวางไม่ให้อยู่ในตำแหน่งนี้ต่อ!!

ซึ่งการรักษาตัวยืนหยัดทำงานอยู่ในตำแหน่งนี้มาได้จนเกือบครบ 4 ปี เพราะเธอยึดหลักการความถูกต้อง และความซื่อสัตย์สุจริตเป็นเกราะป้องกันตัวนั่นเอง!!

อินเด็กซ์ 51


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ