
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 พ.ค.65 ปิดที่ 1,638.75 จุด เพิ่มขึ้น 5.02 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 66,000.12 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,107.81 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด PTTEP ปิด 165.50 บาท บวก 5.50 บาท, AOT ปิด 69 บาท ลบ 0.75 บาท, KBANK ปิด 146.50 บาท บวก 2 บาท, ADVANC ปิด 218.00 บาท ลบ 4 บาท, BDMS ปิด 25.50 บาท ลบ 0.50 บาท
หุ้นไทยขึ้นตามตลาดต่างประเทศ ได้แรงหนุนจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่บ่งชี้ความ Hawkish น้อยลง รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง และ Bond Yield ที่อ่อนตัวลง เป็นปัจจัยหนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าหุ้นไทย ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิหุ้นไทย
บล.ทิสโก้ “ชี้ช่องหุ้นเก็งกำไร 3 กลุ่ม” หลัง 10Y US Bond Yield ปรับลงมาต่ำกว่า 2.8% จากพีกที่ 3.1% โดยรายงานการประชุม FED ครั้งก่อนที่บ่งชี้ความ Hawkish ในการขึ้นดอกเบี้ยน้อยลง กดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯให้อ่อนตัวลงต่อเนื่อง ล่าสุดดัชนีชี้วัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (US Dollar Index) แตะระดับ 101.67 จุดต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่ 10Y US Bond Yield ปรับลงมาต่ำกว่า 2.8%
ทิสโก้ประเมินว่า คาดว่าจะเห็นการโยกเงินเข้าเก็งกำไรในหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก Bond Yield ที่ปรับตัวลงมองหุ้นที่ราคาถูกกดดันจาก Bond Yield ปรับตัวขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ น่าจะมีแรงซื้อเก็งกำไรในระยะสั้นในหุ้น 3 กลุ่มหลัก ที่แนะนำเชิงกลยุทธ์ ดังนี้ กลุ่มการเงิน หุ้น AMANAH, MTC, SAWAD, TIDLOR กลุ่ม Utility หุ้น EGCO, GULF กลุ่ม IF&REIT แนะสะสมกองทุน BTSGIF, TFFIF
ทั้งนี้ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ชอบความหวือหวาของราคา แต่ชอบผลตอบแทนจากเงินปันผลสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ยังแนะนำหุ้นเด่นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว PYLON มองแนวโน้มกำไร Q2-Q3 จะฟื้นตัวแข็งแกร่ง จากการรับรู้รายได้งานในมือที่ปัจจุบันอยู่ที่ 1.38 พันล้านบาท และคาดจะปรับเพิ่มขึ้นจากศักยภาพในการได้รับงานใหม่ๆ โดยยังคงประมาณการกำไรปีนี้ กลับมาเติบโตก้าวกระโดด +3 เท่า อยู่ที่ 171 ล้านบาท แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.5 บาท
อีกตัว BDMS หลังประกาศโครงการ BDMS Silver Wellness & Residence มีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของโครงการในระยะยาว รับเทรนด์การรักสุขภาพในอนาคต แนะ “ซื้อ” มีมูลค่าที่เหมาะสม 30 บาท!!
อินเด็กซ์ 51