
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 ก.พ.65 ปิดที่ 1,674.22 จุด เพิ่มขึ้น 5.17 จุดมีมูลค่าซื้อขาย 72,517.18 ล้านบาท
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่ม ENERGY & PETRO แนะนำการลงทุน “Neutral” คาดการณ์งบ 4Q64 ของกลุ่มฯ มีกำไรสุทธิ 7.5 หมื่นล้านบาท (+15% QoQ, +67% YoY) โต YoY เป็นไตรมาสที่ 5 ส่วนใหญ่โตทั้ง QoQ และ YoY โดยเฉพาะหุ้นโรงกลั่น (TOP- SPRC- BCP) พลังงานต้นน้ำ (PTTEP) และ IVL
หุ้นที่งบ 4Q64 อ่อนแอ คือ PTG-PTTGC เพราะมีปัจจัยกดดันเฉพาะตัว หาก 4Q64 เป็นไปตามคาด ประมาณการปี 64 ที่จะประกาศออกมาจะมี Upside จากกำไรสต๊อกน้ำมัน
สำหรับปี 65 ประเมินกำไรปกติจะยังโต YoY มาจากธุรกิจต้นน้ำ โรงกลั่น และการเข้าซื้อกิจการ แต่การเติบโตของกำไรจะไม่โดดเด่น เหมือนปี 64 เพราะกำไรสต๊อกน้ำมันลดลง และปิโตรเคมีอ่อนตัวลง ขณะที่เป็นช่วงปิดซ่อมบำรุงใหญ่ของ IRPC-PTTGC ช่วงที่เหลือของ 1Q65 คาดราคาน้ำมันยังอยู่ระดับสูง มีแรงหนุนจากปัญหาการผลิต, ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเงินเฟ้อสูง
จากมุมมองราคาน้ำมัน 1H65 และงบ 4Q64 ทำให้ยังลงทุนหุ้นน้ำมันได้ แนะหุ้นโรงกลั่น TOP-BCP ที่งบ 4Q64 ดี, แนวโน้มอุตสาหกรรม 1H65 ฟื้นตัว, Valuation ไม่แพง, ได้สิทธิจองซื้อหุ้น IPO (BCP)รวมทั้งหุ้น IVL ที่โมเมนตัมงบ 4Q64-1H65 โตดีจากการ M&A และปรับสัญญาราคาขาย!!
ขณะที่ บล.บัวหลวง วิเคราะห์หุ้นโรงไฟฟ้า คาดกำไรรวม 4Q21 ที่ 6.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY (จาก EGCO, GULF) แต่ลดลง 28% QoQ (ค่าแก๊สเพิ่ม, ปัจจัยฤดูกาล และ คชจ.สูงขึ้น) และ 1Q22 คาดมีกำไร 7.4 พันล้านบาท ลด 9% YoY (จากต้นทุนแก๊สเพิ่ม) แต่เพิ่มขึ้น 21% QoQ โดยรวมชอบกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP และพลังงานทางเลือกมากกว่า SPP เนื่องจากแนวโน้มค่าแก๊สที่ปรับขึ้นกดดัน margin SPP และมองว่าแผน PDP ครั้งนี้จะ unlock การเล่นหุ้นในกลุ่มอีกครั้ง
ที่สำคัญยังมองหาโอกาสลงทุนธุรกิจอื่น เช่น GPSC ไปทำธุรกิจแบตเตอรี่ หรือ GULF ลงทุนด้าน digital infrastructure ใหม่ๆ ทั้งนี้ ชอบ GULF มากที่สุดในกลุ่ม ให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 62 บาท ปรับเพิ่มจาก 48 บาท โดยรวมมูลค่าธุรกิจต่างๆที่เพิ่งประกาศเข้ามา!!
อินเด็กซ์ 51