ไลฟ์สไตล์
100 year

เพิ่มรายได้-ลดดอกเบี้ย “ประยุทธ์” ทิ้งไพ่ตายแก้ปมหนี้ประชาชน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
15 มิ.ย. 2564 07:52 น.
SHARE

“ประยุทธ์” ตั้งวงหารือวิธีแก้หนี้ประชาชน กยศ., ครู, ข้าราชการ, หนี้เช่าซื้อรถยนต์, มอเตอร์ไซค์, บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล, หนี้ครัวเรือน มอบ “สุพัฒนพงษ์” ตั้งคณะทำงานภายใต้ ศบศ. ออกมาตรการระยะสั้นและระยะยาวให้คนมีเงินเหลือจ่าย ลดการสร้างหนี้ เพิ่มโอกาสทางสังคม โดยใช้งบรัฐให้น้อยที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวร์ รองนายกรัฐมนตรี, กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนรายย่อยให้กับประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้แก่ หนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รวม 3.6 ล้านคน, ผู้ค้ำประกัน 2.8 ล้านคน หนี้ครู ข้าราชการ 2.8 ล้านบัญชี หนี้เช่าซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ 6.5 ล้านบัญชี หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 49.9 ล้านบัญชี ปัญหาหนี้สินอื่นๆของประชาชน 51.2 ล้านบัญชี และที่ประชุมเห็นว่า การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนให้เบ็ดเสร็จ ต้องทำ 3 เรื่องควบคู่กัน คือการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน, การกำกับดูแลเจ้าหนี้ให้สินเชื่ออย่างเป็นธรรม, การปรับโครงสร้างหนี้และการไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สิน

ข่าวแนะนำ

ประกอบด้วย มาตรการระยะสั้นและระยะยาวที่กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษา โดยสั่งการให้มีคณะทำงานในเรื่องนี้ ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) โดยให้นายสุพัฒนพงษ์ รับผิดชอบ และมาตรการระยะสั้น เช่น ไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินเพื่อลดการดำเนินคดีกับประชาชน เช่น หนี้กยศ., หนี้สถาบันการเงินเฉพาะกิจ, หนี้สหกรณ์, การลดภาระดอกเบี้ยของประชาชน ทั้งในส่วนสินเชื่อรายย่อย, สินเชื่อพิโก ไฟแนนซ์, นาโน ไฟแนนซ์ สำหรับประชาชนปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ของครูและข้าราชการรวมถึงสหกรณ์ ปรับรูปแบบการชำระหนี้, ปรับลดค่าธรรมเนียมต่างๆที่ไม่จำเป็น

ขณะเดียวกัน ต้องยกระดับการกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) คุ้มครองความเป็นธรรมให้ประชาชนที่เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และให้ ธปท. ทบทวนเพดานอัตราดอกเบี้ยและการกำกับดูแลบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อจำนำทะเบียน รวมทั้งการกำกับดูแลไม่ให้การบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อของสถาบันการเงิน/สหกรณ์ สร้างภาระแก่ผู้กู้จนเกินสมควร และเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ เอสเอ็มอี เช่น จัดให้มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟท์โลน สำหรับเอสเอ็มอีที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้, การเพิ่มจำนวนโรงรับจำนำและโรงรับจำนอง

มาตรการระยะยาว ต้องทำให้เกิดสภาพแวดล้อมของการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและมีการคุมยอดวงเงินกู้ที่เหมาะสม เช่น รัฐต้องเร่งส่งเสริมการแข่งขัน ให้ดอกเบี้ยถูกลง, เพิ่มระบบให้ผู้ฝากเงินมาเป็นผู้ให้สินเชื่อโดยรับความเสี่ยงมากขึ้นผ่านระบบดิจิทัล, การจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ เพื่อกำกับดูแลสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และสินเชื่อรายย่อยเป็นการเฉพาะ, การจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจและการเงิน เพื่อชะลอการฟ้อง, อำนวยความสะดวกให้การฟื้นฟูหนี้รายบุคคลที่มีเจ้าหนี้หลายราย

“ที่ประชุมยังมีการหารือเรื่องการให้ความช่วยเหลือ เด็กรุ่นใหม่/คนเกษียณที่มีภาระหนี้สิน โดยจะออกมาตรการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย เรื่องที่อยู่อาศัยและค่าเดินทางระบบขนส่งมวลชนในราคาถูก”

ดังนั้น สิ่งที่คนไทยจะได้รับจากมาตรการดังกล่าวคือ 1.มีเงินเหลือใช้จ่ายมากขึ้น จากภาระหนี้ที่ดอกเบี้ยลดลงได้ 2-3% ต่อปี 2.ลดปัญหาการสร้างหนี้เกินตัวลง ได้ทันที 3.เพิ่มโอกาสทางสังคมและลดความเหลื่อมล้ำ อย่างเป็นรูปธรรม 4.ใช้การจัดการเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐ มาแก้ไขปัญหารากแก้ว โดยใช้งบประมาณรัฐน้อยที่สุด.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แก้หนี้ประชาชนแก้หนี้แก้หนี้ข้าราชการเพิ่มรายได้ลดดอกเบี้ยข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2564 เวลา 17:00 น.