น้ำมันแพง ข้าวของทยอยขึ้นราคา มีโอกาสได้เห็นเบนซินลิตรละ 50 บาท

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

น้ำมันแพง ข้าวของทยอยขึ้นราคา มีโอกาสได้เห็นเบนซินลิตรละ 50 บาท

Date Time: 7 มี.ค. 2565 13:42 น.

Video

 จ่ายแพง เรียนหนัก แต่ทักษะไม่ตรงตลาด ถกการศึกษาไทยในยุค AI ? | Digital Frontiers EP.54 Special Talk

Summary

วิกฤติรัสเซีย-ยูเครนทำน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูง ส่วนไทยได้รับผลกระทบด้วย ข้าวของทยอยขึ้นราคา เฉพาะเดือนก.พ. 65 ที่ผ่านมามีสินค้าขึ้นราคาไปแล้ว 260 รายการ มีโอกาสได้เห็นเบนซินลิตรละ 50 บาท

Latest


วิกฤติรัสเซีย-ยูเครนทำน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูง ส่วนไทยได้รับผลกระทบด้วย ข้าวของทยอยขึ้นราคา เฉพาะเดือนก.พ. 65 ที่ผ่านมามีสินค้าขึ้นราคาไปแล้ว 260 รายการ มีโอกาสได้เห็นเบนซินลิตรละ 50 บาท

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิกฤติรัสเซีย-ยูเครน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้น และทำจุดสูงสุดที่ 139.13 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 13 ปี 8 เดือน นับตั้งแต่ 16 ก.ค. 2551 ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. อยู่ที่ 125.87 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

โดย สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่า ในระยะสั้นนี้หากราคาน้ำมันดิบทะลุ 120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ก็จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศไทย เฉลี่ยประมาณ 5.0-7.5 บาทต่อลิตร เมื่อเทียบกับปลายเดือน ก.พ. 65 ที่ผ่านมา ซึ่งผลกระทบทางอ้อมนี้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคแน่นอน ทำให้ไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย เพราะสินค้ามีราคาแพง

"มีโอกาสที่เราจะได้เห็นราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 50 บาทแน่นอน ส่วนน้ำมันดีเซลรัฐบาลตรึงราคาไว้ที่ลิตรละ 30 บาท ก็ยังไม่รู้จะตรึงได้อีกนานแค่ไหน เวลานี้ กองทุนน้ำมันติดลบไปเกือบ 22,000 ล้านบาทแล้ว กำลังจะกู้อีก 20,000 ล้านบาท มาโปะ แต่คิดว่าไม่น่าจะพอ"

อย่างไรก็ตามหากดู ราคาน้ำมันเบนซินในประเทศวันนี้ (7 มี.ค. 65) พบว่า 

กลุ่มน้ำมันเบนซิน 95 ราคานี้ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ 

OR เบนซิน คลีนเอ็กซ์ ราคาลิตรละ 45.16 บาท

คาลเท็กซ์ เบนซิน 95 ราคาลิตรละ 46.61 บาท  

OR แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 37.75 บาท 

บางจาก แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 37.75 บาท

เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 46.94 บาท 

เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 39.45 บาท 

เอสโซ่ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 38.35 บาท

คาลเท็กซ์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 38.75 บาท

พีที แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาลิตรละ 38.25 บาท

กลุ่มเบนซิน 91 ราคานี้ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ 

OR แก๊สโซฮอล์ 91 ราคาลิตรละ 37.48 บาท

บางจาก แก๊สโซฮอล์ 91 ราคาลิตรละ 37.48 บาท

เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคาลิตรละ 39.18 บาท

เอสโซ่ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคาลิตรละ 38.08 บาท

คาลเท็กซ์ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคาลิตรละ 38.48 บาท

พีที แก๊สโซฮอล์ 91 ราคาลิตรละ 37.98 บาท

วิกฤติรัสเซีย-ยูเครนยังกระทบอีกหลายภาคส่วน

นอกจากราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบในระยะสั้นนี้แล้ว ภาคเอกชนยังประเมินอีกว่า ผู้ประกอบการไทยที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติรัสเซีย-ยูเครน ได้แก่

- กลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์

- อุตสาหกรรมเหล็ก

- อุตสาหกรรมยางรถยนต์

- อุตสาหกรรมอาหารและแปรรูป

- กลุ่ม SME โดยเฉพาะเครื่องสำอาง และอัญมณี ที่รัสเซียเป็นลูกค้ารายใหญ่และตลาดกำลังเติบโต

- กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการ ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากรัสเซียเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 คาดว่าในปี 65 นี้ นักท่องเที่ยวจากรัสเซียอาจจะหายไปประมาณ 2.5 แสนคน เนื่องจากมีข้อจำกัดของการเดินทาง ลดลงจากเดิมที่เคยประเมินว่าปีนี้จะมีเข้ามา 5 แสนคน แต่ไทยก็ยังคาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียเข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนรายได้ในส่วนนี้

สำหรับผลกระทบด้านอื่นที่จะเกิดขึ้น คือเรื่องต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งโลก ได้แก่ ข้าวสาลี และข้าวโพดจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะทางยูเครนเป็นประเทศที่ส่งออกทั้งข้าวสาลีและข้าวโพดรายใหญ่ของโลก ซึ่งมันสำปะหลังก็เป็นสินค้าทดแทน จึงแนะนำให้ภาครัฐควบคุมราคาวัตถุดิบภายในประเทศ ขณะเดียวกันก็อาจจะเป็นโอกาสของธุรกิจมันสำปะหลังของไทย ที่จะเข้ามาทดแทนส่วนนี้ในอนาคต

ส่วนของการค้าระหว่างประเทศที่จะกระทบ global supply chain ที่ยังต้องจับตามองผลกระทบจากค่าระวางเรือที่จะเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากสายเรืองดรับ booking ในเส้นทางรัสเซีย-ยูเครน และบริษัทประกันภัยไม่รับประกันการขนส่งสินค้าในเส้นทางดังกล่าว ทำให้ต้องพิจารณาใช้เส้นทางทางบกหรือระบบราง และต้องขนส่งผ่านประเทศอื่นๆ เพื่อเข้าไปยังรัสเซียและยูเครน ขณะนี้เริ่มมีประกาศจากสายเรือที่พร้อมให้บริการบ้างแล้วว่า สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น อาหาร ยา และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ยังสามารถส่งเข้ารัสเซียได้

ราคาสินค้าเกษตรเดือนมี.ค. ปรับขึ้นหลายตัว

สมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนมี.ค. 65 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่

1. ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ ราคา 11,503 - 11,850 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.50 - 3.54% เนื่องจากภาครัฐดำเนินโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2564/65 เพื่อชะลอการขายข้าวที่ออกสู่ตลาดในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาข้าวหอมมะลิปรับตัวเพิ่มขึ้น

2. น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคา 18.65 - 18.80 เซนต์ต่อปอนด์ หรือ 13.32-13.45 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.65 - 1.45% เนื่องจากสถานการณ์ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน กระทบต่ออุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงของโลก

ขณะเดียวกันความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นหลังจากกิจกรรมการผลิตทั่วโลกฟื้นตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นผลให้ความต้องการใช้เอทานอลเพื่อเป็นพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลมีการเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าอ้อยไปผลิตเอทานอล ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายปรับสูงขึ้น

3. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคา 8.99 - 9.02 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.11 - 0.45% เนื่องจากวิกฤติรัสเซีย-ยูเครน กระทบต่อการส่งออกข้าวสาลี เพราะยูเครนเป็นแหล่งผลิตข้าวสาลีส่งออกที่มีศักยภาพสูงของโลก ส่งผลให้ราคาข้าวสาลีนำเข้าสูงกว่าราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น เพื่อใช้เป็นปัจจัยในการผลิตอาหารสัตว์ทดแทนข้าวสาลี

4. มันสำปะหลัง ราคา 2.33 - 2.37 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.88 - 2.63% เนื่องจากความต้องการใช้มันสำปะหลังของประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะจีนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากนโยบายด้านพลังงานที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด ส่งผลให้มีความต้องการใช้มันสำปะหลังในอุตสาหกรรมเอทานอลเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะเป็นช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก

5. ปาล์มน้ำมัน ราคา 8.58 - 9.02 บาทต่อกิโลกรัมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3.12 - 8.41% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจในต่างประเทศที่เริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ความต้องการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงสูงเกินกว่ากำลังการผลิต ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย - ยูเครน ส่งผลต่ออุปทานน้ำมันของโลก ทำให้หันมาใช้พืชพลังงานอย่างปาล์มน้ำมันทดแทน จึงทำให้ราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

6. ยางพาราแผ่นดิบชั้น 3 ราคา 56.27-57.45 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.18-2.28% เนื่องจากผลผลิตยางพาราในตลาดลดลงจากการเข้าสู่ฤดูกาลปิดกรีดยางพาราในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ประกอบกับประเทศผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลก ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ประสบปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่

7. สุกร ราคา 95.91 - 96.89 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.13 - 1.15% เนื่องจากราคาต้นทุนการผลิตสุกรเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน 14% จากราคาอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่กลางปีที่แล้ว และต้นทุนด้านการรักษาและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF ที่สูง ส่งผลทำให้ราคาเนื้อสุกรปรับตัวเพิ่มขึ้น

เดือนก.พ. 65 มีสินค้าขึ้นราคาไปแล้ว 260 รายการ

รณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กล่าวว่า ในเดือน ก.พ. 2565 มีสินค้าที่ราคาสูงขึ้น 260 รายการ เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง เนื้อสุกร ข้าวราดแกง กับข้าวสำเร็จรูป น้ำมันพืช น้ำประปา ไข่ไก่ กระดูกซี่โครงหมู

สินค้าไม่เปลี่ยนแปลง 65 รายการ เช่น ค่าบริการใช้โทรศัพท์มือถือ ค่าบริการอินเทอร์เน็ต ค่าเดินทางไปเยี่ยมญาติและทำบุญ ค่าเบี้ยประกันภัยรถ ค่าเบี้ยประกันคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) ค่าภาษีรถยนต์ประจำปี

ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง 105 รายการ เช่น ข้าวสารเหนียว ข้าวสารเจ้า ส้มเขียวหวาน ขิง พริกสด ค่าธรรมเนียมการศึกษา กล้วยน้ำว้า ค่าเช่าบ้าน และค่าส่งพัสดุไปรษณีย์

ส่วแนวโน้มเงินเฟ้อในเดือน มี.ค. 65 คาดว่า จะยังคงอยู่ในระดับสูงตามราคาพลังงานที่ยังสูง ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับสูงขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งสินค้าในกลุ่มอาหารสำเร็จรูป และเครื่องประกอบอาหารเริ่มปรับตัวสูงขึ้น และฐานราคาในช่วงต้นปี 2564 ค่อนข้างต่ำ ซึ่งจะส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นได้ แต่ยังประเมินชัดเจนไม่ได้เพราะทิศทางในอนาคตยังมีความผันผวน ทั้งราคาน้ำมัน การสู้รบในยูเครน อัตราการเพิ่มขึ้นน่าจะอยู่ที่ระดับ 4-5% ถ้าใช้เหตุผลน้ำมัน แต่ต้องดูตัวอื่นๆ ประกอบด้วย

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดว่าเงินเฟ้อในปี 2565 ยังคงมีความเสี่ยง และเคลื่อนไหวในช่วงกว้าง โดยจะมีการประเมินสถานการณ์และปรับตัวเลขคาดการณ์ให้มีความเหมาะสมอีกครั้งหลังได้ตัวเลขในเดือน มี.ค. 2565 โดยเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 0.7-2.4%


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ