ส่งออก มิ.ย.นิวไฮรอบ 11 ปี ห่วงปิดโรงงานทำยอดร่วงจี้เร่งฉีดวัคซีนคนงาน

ข่าว

    ส่งออก มิ.ย.นิวไฮรอบ 11 ปี ห่วงปิดโรงงานทำยอดร่วงจี้เร่งฉีดวัคซีนคนงาน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    24 ก.ค. 2564 05:45 น.

    พาณิชย์ เผยส่งออก มิ.ย.64 ทำ “นิวไฮใหม่” ในรอบ 11 ปี 1 เดือน มูลค่าทะลุ 2.3 หมื่นล้านเหรียญฯ เพิ่ม 43.82% ส่วนยอดรวม 6 เดือน กว่า 1.32 แสนล้านเหรียญฯ เพิ่ม 15.53% เร่งอัดกิจกรรมส่งเสริมส่งออกกว่า 130 กิจกรรม ปั๊มตัวเลข 6 เดือนหลัง แต่หวั่นยอดส่งออกเดือน ก.ค.–ส.ค. หด หลังหลายจังหวัดสั่งปิดโรงงาน เหตุพนักงานติดโควิด อ้อน ครม.สัปดาห์หน้า ผ่อนคลายปิดโรงงาน

    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า เดือน มิ.ย.64 การส่งออกมีมูลค่า 23,699.43 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 43.82% เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.63 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี 1 เดือน คิดเป็นเงินบาท 738,135.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.48% ส่วนการนำเข้ามูลค่า 22,754.4 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 53.75% คิดเป็นเงินบาท 718,651.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.33% ดุลการค้าเกินดุล 945.1 ล้านเหรียญฯ หรือ 19,484 ล้านบาท ขณะที่ช่วง 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) ปีนี้ การส่งออกมีมูลค่า 132,334.6 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 15.53% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 63 คิดเป็นเงินบาท 4.02 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.59% การนำเข้า 129,895.5 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 26.15% คิดเป็นเงินบาท 3.99 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.69% ดุลการค้าเกินดุล 2,439.2 ล้านเหรียญฯ หรือ 18,883.9 ล้านบาท

    สำหรับสาเหตุที่มูลค่าส่งออกขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี มาจากการดำเนินงานตามแผนส่งเสริมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ ภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะสหรัฐฯ ยุโรป และเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ภายหลังจากหลายประเทศฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทำให้ชีวิตกลับมาเป็นปกติ และกิจกรรมต่างๆ ทางเศรษฐกิจกลับมาเหมือนเดิม รวมถึงหลายประเทศมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น อีกทั้งค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าไทยมีการแข่งขันที่ดีขึ้น รวมถึงตัวเลขการนำเข้าของไทยยังขยายตัวสูงมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าทุน และวัตถุดิบ แสดงให้เห็นว่า มีการนำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้การส่งออกขยายตัวได้มากขึ้นได้

    นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า มูลค่าส่งออกเดือน มิ.ย.64 ที่ขยายตัวสูงถึง 43.82% เป็นการขยายตัวของสินค้าเกษตร 59.8% สูงสุดในรอบ 10 ปี และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 สร้างรายได้เข้าประเทศถึง 71,473.5 ล้านบาท, สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ 44.7% โดยสินค้าสำคัญที่มีอัตราการขยายตัวสูงอันดับ 1 คือ ผลไม้ขยายตัว 185.10% จากการสูงขึ้นของทุเรียนสดและมังคุด เป็นสำคัญ รองลงมาคือ อัญมณีและเครื่องประดับ เพิ่ม 90.48%, รถยนต์และอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์ 78.5%, เครื่องจักรกล 73.13%, เคมีภัณฑ์ 59.82% เป็นต้น

    ขณะที่ตลาดสำคัญ ทั้งตลาดหลักตลาดรองมีอัตราการขยายตัวทุกตลาด โดยตลาดหลักขยายตัวถึง 41.2% ประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป อาเซียน เป็นต้น ตลาดรอง ขยายตัวถึง 49.5% ทั้งเอเชียใต้ อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ ตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกา ละติน ออสเตรเลีย เป็นต้น

    “แผนงานในครึ่งปีหลัง จะเดินหน้าสร้างรายได้เข้าประเทศให้ได้มากที่สุด จากเป้าหมายมูลค่าส่งออกปีนี้ขยายตัวที่ 4% โดยจะร่วมมือกับภาคเอกชน แก้ปัญหาอุปสรรคด้านการส่งออก ใช้ทั้งทีมเซลส์แมนจังหวัด และทีมเซลส์แมนประเทศ เป็นแม่ทัพร่วมกับภาคเอกชนเดินหน้าการส่งออกต่อไป โดยได้เตรียมกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการส่งออกมากกว่า 130 กิจกรรม ซึ่งขณะนี้ทำยอดขายล่วงหน้าแล้วไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงเร่งเปิดตลาดใหม่ ที่เป็นรูปธรรม เช่น ซาอุดีอาระเบีย ที่ไทยมีโอกาสส่งออกไก่สดไปได้ และละตินอเมริกา”

    อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นห่วงว่า มูลค่าส่งออกในเดือน ก.ค. และเดือน ส.ค.นี้ อาจได้รับผลกระทบกรณีที่บางจังหวัดสั่งปิดโรงงานผลิตสินค้าเพื่อส่งออกหลายแห่งแบบเหมารวม จากการที่พนักงานติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งตนจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า พิจารณาผ่อนคลายการปิดโรงงาน โดยให้ปิดเฉพาะจุดที่มีการติดเชื้อ หรือจุดใดที่พบพนักงานติด และแก้ปัญหาตามมาตรการด้านสาธารณสุขแล้ว ก็ให้เปิดได้ ไม่ใช่ให้ปิดทั้งโรงงาน เพื่อไม่ให้ภาคการผลิตหยุดชะงัก และกระทบการส่งออก เครื่องยนต์เพียงตัวเดียวที่ยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อยู่

    พร้อมกันนั้น จะเร่งแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว และเร่งฉีดวัคซีนให้กับแรงงานในโรงงานที่ผลิตเพื่อส่งออก ซึ่งได้แจ้งที่ประชุม ครม.สัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุด กระทรวงแรงงานได้เร่งรัดการขึ้นทะเบียนแรงงานหมดอายุ ซึ่งตนได้เสนอให้กระทรวงแรงงานจัดทำศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (วัน สต็อป เซอร์วิส) เพื่อรับขึ้นทะเบียนแรงงานหมดอายุในจุดต่างๆ เพื่อความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งจะนำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมต่อไป ส่วนนายกรัฐมนตรีได้ตอบรับและสั่งการให้พิจารณาฉีดวัคซีนให้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว เพื่อไม่ให้กระทบภาคการผลิต.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ส่งออกวัคซีนโควิดแรงงานจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ปิดโรงงานข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 28 กันยายน 2564 เวลา 04:56 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์