• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

ใส่ "ผ้าไทย" ให้เก๋กับ "นัทธนุช วงศ์พัวพันธ์" เจ้าของแบรนด์ Tutti

5 ส.ค. 2563 12:13 น.

ชื่อของ "ตู๋ตี๋ นัทธนุช วงศ์พัวพันธ์" เป็นที่รู้จักกันดีในวงการแฟชั่นไทยกับฐานะเจ้าของแบรนด์ "Tutti" กับสไตล์ของแบรนด์ที่ใช้ลูกไม้มาเป็นนางเอก ช่วงหลังๆ มานี้เราเห็นคุณตู๋ตี๋หันมาทำ "ผ้าไทย" ในสไตล์ที่แปลกตา ทำให้การใส่ผ้าไทยดูเป็นเรื่องจับต้องได้และใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น รวมถึงเทรนด์การใส่ "ผ้าไทย" ที่กำลังมาแรงในหมู่สาวๆ MIRROR จึงเชิญคุณตู๋ตี๋มาให้ทิปส์ในการใส่ผ้าไทยให้เก๋มาฝาก Lady MIRROR ที่กำลังอยากเริ่มต้นใส่ "ผ้าไทย" กันในโพสต์นี้

จากชุดสไตล์ลูกไม้สู่ Tutti ทรูลี่ไทย

คุณตู๋ตี๋ นันธนุช วงศ์พัวพันธ์ เจ้าของแบรนด์ TUTTI
คุณตู๋ตี๋ นันธนุช วงศ์พัวพันธ์ เจ้าของแบรนด์ TUTTI

"เราได้มีโอกาสได้ไปโครงการ Vogue who’s on next แล้วก็ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับชาวบ้านที่ทำผลิตภัณฑ์ให้ดอยคำ ก็เริ่มสนใจการทำงานฝีมือของชาวบ้านรวมถึงผ้าไทย พอหมดโครงการก็เลยเอาเรื่องนี้มาทำต่อ ลองเสิร์ชหาว่าที่ไหนมีคนทอผ้าบ้าง ก็ไปเจอที่ปักธงชัย เป็นผ้าไหมทอมือ ก็เริ่มซื้อผ้าไหมมาเก็บไว้ อยู่ว่างๆ เราก็เอามาขึ้นหุ่น จับเดรปดู รู้สึกว่าสวยก็เลยลองทำขึ้นมา" จากที่คิดว่าจะทำไว้ใส่เอง กลายเป็นการทำขายเป็นเรื่องเป็นราวเนื่องจากเพื่อนสนิทของคุณตู๋ตี๋เห็นเธอใส่และแนะนำให้โพสต์ขาย "ตอนนั้นลองเอาผ้าไทยพิมพ์ลายมาทำเป็นชุดเสื้อกางเกงเข้าชุด แล้วใส่เอง เพื่อนเห็นก็บอกว่าสวย ให้โพสต์ ปรากฏโพสต์ปุ๊บ ออเดอร์ก็เข้ามาเยอะมาก เราก็เลยเริ่มจากตรงนั้นแล้วก็ค่อยๆ สร้างคอลเลกชั่นขึ้นมา"

ข้อจำกัดของการทำ "ผ้าไทย"

การทำผ้าไทยไม่ใช่ว่าอยากใส่เมื่อไรก็ได้ คุณตู๋ตี๋เล่าให้ MIRROR ฟังว่าเราต้องวางแผนอย่างดีเพราะกลุ่มแม่บ้านที่ทอผ้าไทยนั้นสามารถผลิตได้ในจำนวนที่จำกัด "เราไม่สามารถสั่งได้เท่าที่เราต้องการ พอเราเริ่มอินกับผ้าไทย เราก็จะเดินทางไปในที่ต่างๆ จนรู้ว่าผ้าแต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ผ้าฝ้ายทอมือก็จะราคาถูกกว่าผ้าไหม สามารถทำลายใกล้เคียงกันได้ แต่กลุ่มแม่บ้านเขามีงานอย่างอื่นต้องทำในแต่ละช่วงเวลา เช่น บางฤดูก็จะต้องเก็บลำไย ไม่สามารถทอให้เราได้ หรือลายบางลายที่ทอมา ต่อให้เรามีออเดอร์เยอะแค่ไหน ถ้าผ้าหมด ก็คือต้องรอ" นอกจากเรื่องของการผลิตแล้ว ราคาก็ยังเป็นหนึ่งในข้อจำกัดเช่นกัน เพราะผ้าไหมไทยทอมือราคาจะแพงกว่าผ้าไหมทอเครื่องหรือผ้าฝ้าย แต่ได้ลายและสีที่สวยกว่า

ที่มาของแฮชแท็ก #ผ้าไทยใส่ได้ทุกวัน #รักเมืองไทยใส่ผ้าไทย

"เราคิดว่าเราเป็นคนไทย ปกติเราต้องไปซื้อผ้าของต่างประเทศเพื่อมาทำคอลเลกชั่น เราก็กลับมาคิดว่าทำไมเราไม่ใช้ผ้าไทย ผ้าไทยมีเสน่ห์และก็สวยมาก ก็เลยอยากอุดหนุนคนไทยด้วยกัน เราเลยทำผ้าไทยร่วมสมัยขึ้นมาแล้วก็ใส่แฮชแท็กเพื่อเชิญชวนให้คนไทยหันมาใส่ผ้าไทยกันค่ะ"

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นใส่ผ้าไทย 

"แนะนำว่าอยากให้มิกซ์แอนด์แมตช์ผ้าไทยกับอย่างอื่น เพราะบางทีผ้าไทยที่เราเห็นทั่วไปอาจจะดูเชยแต่ถ้าเราแมตช์ในสไตล์ที่แตกต่างออกไป เช่น เปลี่ยนทรงกระโปรงผ้าไทยจากทรงผ้าซิ่นเป็นทรงบานหรือทรงผูกเอว หรือเป็นกางเกงผ้าไทยไปเลยก็เก๋ดี แล้วเอาไปแมตช์กับเสื้อกล้าม เสื้อยืด เสื้อเชิ้ตหรือรองเท้าผ้าใบ แมตช์ง่ายๆ กับเสื้อผ้าในตู้ของเรานี่แหละค่ะ จะทำให้การใส่ผ้าไทยดูทันสมัยมากขึ้น ลองพยายามฉีกกฎภาพผ้าไทยที่อยู่ในหัวเราแล้วทำให้ใส่ได้ทุกวันมากขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้ดูเด็กลงคือการใส่สีตัดกัน เช่น ใส่กับเสื้อยืดสีตัดกับสีผ้ากระโปรง หรือสไตลิ่งด้วยการใส่กับเบลเซอร์สำหรับสาวทำงานก็จะทำให้การใส่ผ้าไทยดูเท่ขึ้นได้"

MIRROR recommends : ให้เริ่มจากใส่ท่อนล่างก่อนเพราะส่วนใหญ่เสื้อที่เป็นผ้าไทยจะยิ่งทำให้ดูเชย แต่ถ้าใส่ผ้าไทยเป็นท่อนล่างแล้วใส่ข้างบนให้ดูเท่ หรือสนุกขึ้น ก็จะทำให้การใส่ผ้าไทยดูน่าสนใจขึ้นเช่นกัน

อ่านมาถึงตรงนี้ Lady MIRROR หลายๆ คนคงมีไอเดียและแรงบันดาลใจในการใส่ "ผ้าไทย" มากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ ไปส่องไอจีของแบรนด์ Tutti ได้ที่ Tuttiandme หรือ คลิกไปอ่านเรื่อง 5 แบรนด์ผ้าไทยที่ผู้หญิงไทยต้องลอง ได้เลยค่ะ ใส่แล้วอย่าลืมแท็กมาอวด MIRROR กันบ้างนะคะ เราขอเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้ผู้หญิงไทยลุกขึ้นมาใส่ผ้าไทย มาช่วยทำให้ผ้าไทยดังให้ไกลไปทั่วโลกกันค่ะ

ขอบคุณภาพจาก IG : Tuttiandme

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

5 แบรนด์ "ผ้าไทย" ที่ผู้หญิงไทยต้องลอง