• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

วิธีปรับตัวสู้วิกฤติในแบบฉบับของ "ฌอน POEM"

27 เม.ย. 2563 15:00 น.

"ความกลัวทำให้เรามองลึกลงไปกว่าที่เคย เพราะเราไม่รู้เลยว่าจะอยู่อย่างไรในโลกใบนี้หลังจากโรคโควิด-19 จบสิ้น" หนึ่งในประโยคจากบทสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ของ "ฌอน–ชวนล ไคสิริ" ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ POEM


บ่ายแก่ๆ ของวันทำงานวันหนึ่ง MIRROR มีนัดโทรสัมภาษณ์กับไทยดีไซเนอร์แนวหน้าของเมืองไทยอย่าง "ฌอน POEM" ค่ะ ซึ่งหลังจากที่สิ้นสุดการแนะนำตัว บทสนทนาของเราส่วนใหญ่ก็ล้วนเกี่ยวกับการใช้ชีวิต และการปรับตัวให้อยู่รอดในอาชีพของตน (ดีไซเนอร์) ในสถานการณ์ที่โรคโควิด-19 กำลังเป็นพิษกับมนุษย์ทั้งโลก โดยเฉพาะโลกของอุตสาหกรรมแฟชั่น


ในวันที่ประชาชนทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านเพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโคโรนาที่ห้างสรรพสินค้าถูกสั่งปิด ธุรกิจแฟชั่นในส่วนของตลาด Offline แน่นอนว่ามันถูกผลกระทบเข้าอย่างจัง ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำหรับเหล่านักออกแบบไทยขนานดี ถึงการต้องปรับตัว รวมไปถึงกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อพยุงให้แบรนด์อยู่รอดแม้ในช่วงเวลาวิกฤติ

ตารางชีวิตการทำงานที่ถูกเปลี่ยน


คุณฌอนเริ่มเล่าให้เราฟังว่าตารางการใช้ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก เพราะตอนนี้ต้องทำงานอยู่บ้านเป็นหลัก หรืออาจจะมีเข้าออฟฟิศบ้างอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อเช็กความเรียบร้อยสินค้า เนื่องจากมีงานขายทางออนไลน์ ซึ่งการเข้าไปแพ็กของก็จะให้พนักงานเข้าไปให้น้อยที่สุด เพื่อความปลอดภัย แต่หลักๆ ตอนนี้ก็คือให้ทีมทำงานที่บ้านแล้ว


ไม่เคยเบื่อการอยู่บ้าน เพราะมันคือความใฝ่ฝัน

แต่ดูเหมือนว่าตารางชีวิตการทำงานที่ถูกเปลี่ยนในครั้งนี้ จะส่งผลดีให้กับตัวดีไซเนอร์มากกว่าตารางการทำงานแบบเดิมเสียด้วยซ้ำ "ผมไม่เคยเบื่อบ้านเลยนะ เพราะการอยู่บ้านสำหรับผมเองเป็นสิ่งที่ใฝ่ฝันมาโดยตลอด อาจจะด้วยส่วนใหญ่ในช่วงเทศกาล 6-7 ปีที่ผ่านมา สงกรานต์ หรือว่าปีใหม่ เราต้องเดินทางไปต่างประเทศตลอด ไม่ค่อยได้อยู่ในประเทศไทยเลย ไม่ค่อยจะได้มีโอกาสอยู่บ้านติดๆ กันหลายวัน พอเกิดวิกฤติช่วงนี้การอยู่บ้านทำให้ผมเห็นว่า ช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ ถึงช่วงเย็น บ้านที่มีต้นไม้เยอะๆ มีแสงแดดส่องกระทบที่สวยงาม และมีกลิ่นของดอกปีบหอมๆ นั้น เป็นเหมือนความฝันที่เมื่อก่อนผมอยากทำมาตลอดแต่ไม่มีโอกาสได้ทำนั้น พอมีโอกาสอยู่บ้านมากขึ้น จึงไม่มีคำว่าเบื่อเกิดขึ้นเลย"

แต่งานยังคงเดินต่อแบบ "Super productive"

ซึ่งการทำงานแบบ Work from home ของนักออกแบบคนนี้ได้เรียกว่ามันว่า "Super productive" พร้อมเล่าถึงความรู้สึกของการทำงานที่บ้านให้ฟังว่า "สิ่งที่หนึ่งที่ผมกล้าพูดกับการ Work from home คือมันสามารถเรียกว่า Super productive ได้เลยจริงๆ เพราะมันเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากๆ ด้วยการที่เราได้นั่งทำงานอยู่กับบ้าน มันไม่โดนรบกวนเลยทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น สังเกตจากที่ผ่านมาบางครั้งเวลาทำงานที่ออฟฟิศ ลูกน้องก็จะขอปรึกษางาน หรือประชุมงานอยู่บ่อยๆ ฉะนั้นการทำงานที่บ้านเราเลยรู้สึกแฮปปี้กับมัน เพราะส่วนหนึ่งเราจะได้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยนชน์ในการเคลียร์กับตัวเอง รวมไปถึงเคลียร์กับงานเก่าๆ ที่เราไม่เคยได้ทำสักทีหนึ่ง"


"วิกฤติ" คือ "โอกาส" สำหรับแบรนด์เสมอ

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 ของแบรนด์ POEM หาก Lady MIRROR เคยติดตามข่าวสารของบ้านเมือง คุณจะเห็นว่าโพเอมก้าวผ่านทุกวิกฤติมาได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นโรงหนังสยามไฟไหม้เมื่อสิบกว่าปีก่อน เหตุการณ์ทางการเมือง น้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ หรือแม้กระทั่งเรื่องเศรษฐกิจ จนมาถึงครั้งนี้กับการเกิดโรคระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งหัวเรือใหญ่อย่าง "ฌอน POEM" ก็ใช้โอกาสนี้ตกตะกอนทางความคิดเพื่อก้าวผ่านมันไปให้ได้อีกครั้งเช่นกัน

"ช่วงนี้ผมเอาดีไซน์เก่าๆ น่าจะเกือบ 40 คอลเลกชั่นมาเรียงว่า POEM เราทำอะไรไปบ้าง และมีอะไรบ้างที่เป็นซิกเนอเจอร์ของแบรนด์ ซึ่งผม ทีมมาร์เก็ตติ้ง และทีมดีไซน์เราตกตะกอนความคิดและเรียงออกมาเป็น "Timeless Collection" ที่เล่าเรื่องราวว่า POEM มีดีไซน์ที่ไม่ว่ายุคสมัยไหนคุณก็สามารถใส่งานที่เราออกแบบได้เสมอ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเราเคยทำมันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อแบรนด์ครบรอบ 5 ปี และตอนนี้โพเอมก็เป็นปีที่ 14 แล้ว ผมว่ามันก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะลองหยิบมันกลับมาอีกครั้ง"


"ในช่วงที่เราไม่สามารถทำงานด้วยกันที่ออฟฟิศได้ เพราะติดเงื่อนไขตรงนี้ (การกักตัว) การทำงานแบบ Work from home ผมก็เลยมีไอเดียว่าให้ทุกคนเข้าไปในระบบเพื่อดูคีย์ลุคที่ผ่านมาทั้งหมด 14 ปี แล้วให้ทุกคนเอาแต่ละลุคที่ตัวเองมองเห็นในมุมมองของตัวเอง มาพูดคุยกันผ่านทางไลน์ โทรศัพท์หรือวิดีโอคอล ซึ่งการที่เราเอาคอลเลกชั่นเก่ามาทำ มันทำให้เราทำงานกันง่ายขึ้น เมื่อเทียบกับการทำคอลเลกชั่นใหม่ที่ต้องระดมความคิด และอยู่กับช่างแพทเทิร์นตลอดเวลา"


"ซึ่งวิธีนี้มันก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการทำงานที่เราพยายามปรับให้มันเข้ากับสถานการณ์ที่ค่อนข้างน่ากลัวในตอนนี้ เพราะเราต้องเจอกันให้น้อยที่สุด แต่ทำยังไงให้การทำงานออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด" คุณฌอน กล่าว

"Timeless" ของ POEM ในปี 2020 คือ "สิ่งที่สะท้อนคุณค่าในตัวคุณมากกว่าแฟชั่น"


ซึ่งอีกหนึ่งสิ่งสำคัญสำหรับการทำเสื้อผ้าของ POEM ในครั้งนี้ที่ MIRROR ได้ยินมานั้น คืออีกหนึ่งแง่มุมของการแต่งตัวที่ไม่ใช่แค่เทรนด์ หรือดีไซน์ที่หวือหวา แต่เป็นไอเดียที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง ว่าอยากให้ผู้หญิงคนหนึ่งเสียเงินซื้อชุดของโพเอมไปใส่ แล้วเค้าได้อะไรมากไปกว่า การเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวทันสมัย หรือแต่งตัวเก๋ที่สุด แต่มันเป็นคุณค่าในการลงทุนเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของผู้หญิงคนหนึ่ง (Empowered woman) แน่นอนว่าโพเอมไม่ได้เป็นแค่ดีไซเนอร์ที่ออกแบบแค่แฟชั่นเพื่อให้ความบันเทิงอีกแล้ว แต่เมนไอเดียในครั้งนี้คือการออกแบบงานตัดเย็บเสื้อผ้าที่มีคุณค่าในเชิงสังคม และวัฒนธรรมให้กับผู้หญิงทุกคน ใช่ค่ะ...มันถือเป็นการแต่งตัวเพื่อสร้างบุคลิกภาพที่ดี ต้องบอกว่าครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์อย่างคุณฌอนพูดถึงคุณค่าของมันไว้ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว

หลังพ้นวิกฤติโควิด-19 โลกของแฟชั่นอาจจะเปลี่ยนไป


"คือผมไม่รู้ว่าหลังจากจบการระบาดของโรคโควิด-19 มันจะมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปตลอดกาลหรือเปล่า เทรนด์ของแฟชั่นที่บอกกันว่าจะเปลี่ยนกันทุกซีซั่น หรือวินาที หรือชั่วโมง นั้น ต่อจากนี้มันจะยังมีอยู่ไหม เพราะว่าคนจะหลีกเลี่ยงการเจอกัน Social Distancing จะเป็นสิ่งที่คนจะพึงระลึกอยู่ในใจว่าต่อให้เจอกันก็จะมีระยะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แน่นอนว่าแฟชั่นมันก็อาจจะเปลี่ยนไปด้วย คนอาจจะไม่ได้มองแฟชั่นหลังโควิดเหมือนกับที่มองแฟชั่นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาก็ได้ คนจะไม่หวือหวา แต่คนอาจจะมองแฟชั่นว่าเป็นการลงทุนอะไรบางอย่างที่สร้างสถานภาพในสังคม หรือว่าสร้างตัวตนบางอย่างให้กับเค้า ที่ไม่ใช่เรื่องการแต่งตัวสวยหรือทันสมัยอีกต่อไป เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไป รวมไปถึงวัฒนธรรมของสังคมด้วยที่จะเปลี่ยนไป ฝรั่งที่จับมือกันเพื่อทักทายอาจจะไม่มี แต่ในขณะเดียวกันวัฒนธรรมการไหว้ของคนไทยมันอาจจะเป็นที่ยอมรับ และกลายเป็นการทักทายแบบทั่วโลก เพราะมันมี Social Distancing ก็ได้ เพราะฉะนั้นผมเลยพยายามที่จะวางแผนคอลเลกชั่นของผมให้มันตอบโจทย์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งตัวไทยดีไซเนอร์เองจะอยู่รอดได้ยังไงในยุคนั้น แน่นอนว่าเมื่อโจทย์มันเปลี่ยนไปหมด การมองที่ค่อนข้างลึกไปกว่าเดิม ด้วยการเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ในอุตสาหกรรมนี้ มันเลยไม่ใช่แค่การทำแมสก์ขายแล้ว แต่มันเป็นการมองว่าอะไรจะเกิดขึ้น และพร้อมตั้งมือรับกับมัน"


คงเป็นเพราะ "ความกลัว" เลยทำให้มองลึกลงไปกว่าที่เคยเป็น

คุณฌอนเล่าให้เราฟังว่าจริงๆ ทางแบรนด์ตั้งรับกับวิกฤตินี้ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมที่มีการเริ่มระบาดใหม่ๆ แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่ามันจะมาเร็ว และหนักมากชนิดที่ว่าเราทุกคนไม่ควรออกจากบ้าน 

"เพราะอะไร คุณฌอนถึงเตรียมการตั้งรับกับการเกิดวิกฤติ และมองลึกถึงการแก้ปัญหาในครั้งนี้ไว้ล่วงหน้าคะ" เราถามด้วยความสงสัย และกังวลกับปัญหาที่มันจะเกิดไม่แพ้กัน

"อย่างที่บอกว่าแบรนด์ POEM ผ่านวิกฤติมาเยอะมาก การมองลึกเพราะผมมีความกลัวเยอะ ซึ่งผมไม่ได้กลัวว่าจะติดโรคนะ แต่กลัวโจทย์ของโลกเราที่มันกำลังจะเปลี่ยนไปแล้วหลังจากที่โรคระบาดนี้มันเกิดขึ้น แล้วเราจะอยู่ได้อย่างไรในโลกใบนี้หลังจากโรคโควิดจบสิ้นล่ะ ในเมื่อคนเราจะเปลี่ยนไปทั้งพฤติกรรม สังคม การใช้ชีวิต และวัฒนธรรม และถึงแม้ว่าการเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นสิ่งที่ผมทำมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว แต่บริบทของการซื้อขายก็ยังมีอีกเยอะที่เราต้องเรียนรู้ เพราะในเมื่อโจทย์ในการทำงานมันกำลังจะเปลี่ยนไป และคุณจะรับมือกับมันยังไง นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องคิดต่อไป"

สุดท้ายไม่ว่าโลกใบนี้ หรือโลกของอุตสาหกรรมแฟชั่นจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหนก็ตาม "การมองเห็นคุณค่าในตัวเอง" ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงเราไม่ควรมองข้ามเสมอ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ในวันนี้ก็คือการเป็นส่วนหนึ่งของการระดมทุนช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ ต้านวิกฤติโรคติดเชื้อ โควิด-19 ได้ที่ธนาคาร: TMB ชื่อบัญชี: มูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อโครงการ SOCIALGIVER (Yuvabadhana Foundation for Socialgiver) หมายเลขบัญชี 075-2-38338-0 กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ Line: @Socialgiver ค่ะ


"เทคแคร์นะครับ" ประโยคก่อนวางสายจาก "ฌอน–ชวนล ไคสิริ" หรือที่ส่วนใหญ่ต่างคุ้นชินว่า "ฌอน POEM"

by วรรณิภา จันพุดซา (ติว)

เปลี่ยน Passion ให้เป็น Fashion ในสไตล์ที่เป็นคุณ