• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

Exclusive หมู-พลพัฒน์ กับ 12 ปี ASAVA ตัวแทนของผู้หญิง สวย หรู ดูแพง ของจริง

18 ก.ย. 2563 06:30 น.

หากพูดถึงผู้ทรงอิทธิพลของวงการแฟชั่นสักคนหนึ่ง คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงของ "หมู ASAVA" หรือ "พลพัฒน์ อัศวะประภา" เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าสตรี สไตล์เรียบหรู ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งอาซาว่า กรุ๊ป (Asava Group) รวมไปถึงธุรกิจร้านอาหารอีก 2 แห่งคนนี้อย่างแน่นอน จริงมั้ยคะ

ช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ หลังจากการถ่ายรายการสไตล์โซลูชั่นของทาง MIRROR เสร็จ บทสนทนาของเราก็เกิดขึ้นจากห้องเล็กๆ ภายในอาณาจักร ASAVA GROUP สถานที่ที่เป็นทั้งออฟฟิศและช็อปใหญ่ในย่านธุรกิจ ซอยสุขุมวิท 45 แห่งนี้ค่ะ 

"พี่ขอนั่งนะ" และการพูดคุยของเราเกี่ยวกับสไตล์การทำงานของดีไซเนอร์อันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่หลากหลายคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี และอยากร่วมงานด้วยก็เริ่มต้นขึ้น

12 ปีมันไม่เคยง่าย แต่เพราะรักในสิ่งที่ทำ

หมู ASAVA เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 ซึ่ง ณ วันนี้อาณาจักร ASAVA GROUP ที่ประกอบไปด้วยแบรนด์เสื้อผ้า 5 แบรนด์ ได้แก่ ASAVA, ASV, WHITE ASAVA, Uniform by ASAVA และ MOO มีอายุครบรอบ 12 ปี และยิ่งใหญ่ขึ้นมากกว่าที่เคย แน่นอนว่ามันล้วนผ่านความยาก-ง่ายมาตลอดระยะเวลาของการทำงาน แต่สำหรับเขา เขามองว่ามันง่าย เพราะเขารักในสิ่งที่ทำ

"12 มันเริ่มมาจากบริษัทเล็กๆ ความง่ายมันมีตรงที่ "เรารักในสิ่งนี้" แต่ถ้าถามว่ามันง่ายไหม มันไม่เคยง่าย แต่เพราะความชอบมันก็ทำให้มันง่ายขึ้น ตลอดระยะเวลา 12 ปีมันก็มีอุปสรรคแตกต่างกันไป ตอนเริ่มต้นมันก็มีอุปสรรคแบบหนึ่ง เช่น เราจะทำยังไงให้แบรนด์มันขยายเติบโตขึ้น พอแบรนด์มันเติบโตขึ้น เติบโตเกินไปจนเราเอาไม่อยู่ มันก็มีอุปสรรคอีกแบบหนึ่งเช่นกัน" พี่หมู กล่าว

MIRROR : แล้วพี่ก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปได้อย่างไร

"พี่คิดว่าหนึ่งในหน้าที่ของความเป็นคน คือ มันต้องเผชิญกับปัญหา เพราะฉะนั้นการที่เราทำงาน เมื่อแบรนด์มันเติบโตขึ้น เราทำงานกับคนมากยิ่งขึ้น ทั้งคนในองค์กร คนนอกองค์กร คนที่เราต้องติดต่อด้วย เหล่านี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องบริหารจัดการให้ได้ นอกเหนือจากเป็นสิ่งที่เรารัก สำหรับพี่อีกหนึ่งสิ่งที่ค่อนข้างเป็นเรื่องยาก ก็คือจะทำยังไงให้ธุรกิจมันเติบโต แต่ Passion ของเรายังคงอยู่ ให้ความรักในสิ่งที่ทำมันยังดำเนินต่อไป และสามารถขยับขยายธุรกิจของเราให้มันเติบโตไปในทิศทางที่ตัวเราเองมองเห็นคุณค่า แต่ก็ไม่ใช่ตัวเราที่มองเห็นคุณค่าอย่างเดียวนะ คนอื่นไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือไม่เป็นลูกค้า พี่ก็อยากจะให้เขามองเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำด้วยเช่นกัน เพราะอีกในหน้าที่หนึ่งของความเป็นคน นอกจากทำมาหากิน เลี้ยงชีพตัวเองแล้ว ถ้าเราสามารถทำประโยชน์ให้กับคนอื่น หรือเป็นแบบอย่างให้กับคนอื่นได้มันก็เป็นเรื่องที่ดี และเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องสร้างสมดุลให้ได้ในชีวิต"

5 แนวคิดการทำงานในแบบ "หมู ASAVA"

MIRROR : เสื้อผ้ามีความเรียบโก้ แล้วการทำงานในแบบพี่หมูเป็นอย่างไรหรอคะ พี่หมูดุไหม หรือเนี้ยบเหมือนเสื้อผ้าในแบรนด์หรือเปล่า

1. ความเป็นธรรมชาติจะทำให้ทุกอย่างเติบโตอย่างยั่งยืน

"ดุไหม อันนี้ต้องให้คนอื่นตอบ (หัวเราะ) แต่ทุกอย่างสำหรับพี่ พี่เชื่อว่าสิ่งที่มันจะดำรงอยู่ได้และก็มีความยั่งยืน มันต้องมีความออร์แกนิก มีความเป็นธรรมชาติของตัวเอง ถามว่าพี่เป็นผู้บริหารแบบไหน พี่คงตอบไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าคนอื่นๆ มองเราอย่างไร แต่พี่เชื่อว่าทุกสิ่งที่พี่ทำ ทุกธุรกิจที่เราจับ ทุกอย่างมันล้วนเริ่มต้นมาจากความชอบและมีความเป็นธรรมชาติอยู่ในนั้น พี่ไม่เคยฝืนตัวเอง ไม่เคยบีบบังคับตัวเอง ความเป็นธรรมชาติมันเลยทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำมันเติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะว่าเราไม่ได้ไปฝืนมัน"

2. จำเป็นต้องตระหนักว่าโลกมันเปลี่ยนแปลง

ซึ่งแต่ละคอลเลกชั่นที่ทำ ผ่านกระบวนการในการทำงาน หรือมีวิธีคิดอย่างไรบ้างนั้น หัวเรือใหญ่แห่ง ASAVA GROUP ได้เล่าให้ MIRROR ฟังต่อว่า...

"แน่นอนที่สุดมันต้องเริ่มจากเอาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราสะสมไว้มาตกตะกอน จับเขย่า แต่ในที่สุดแล้ว การทำงานออกแบบมันทำงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง สิ่งหนึ่งที่นักคิดทุกคนจำเป็นต้องตระหนักได้ก็คือโลกมันเปลี่ยนแปลง มนุษย์เองก็เปลี่ยนแปลง ฉะนั้นตัวคนทำงานที่สร้างงานแล้วไม่อยากให้มันตกสมัย หรือใช้คำว่าร่วมสมัยได้ มันก็จำเป็นที่จะต้องจับความเปลี่ยนแปลงของสังคม สิ่งแวดล้อมและก็โลกใบนี้ให้ได้ อีกทั้งต้องนำสิ่งเหล่านั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบด้วย เพราะฉะนั้นการทำงานของพวกเรามันจึงเริ่มต้นจากหยิบจับสิ่งที่ชื่นชอบ มาผสมปนเปกันไปกับตัวตนของเรา DNA ของเรา และ DNA ของแบรนด์"

3. เรียนรู้จากความผิดพลาด

"ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูส่วนประกอบอื่นๆ อย่างเช่น ผู้บริโภคของเรา ดูการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งมันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่สุดท้ายแล้วกระบวนการสังเคราะห์งานต่างๆ อย่างที่บอกว่าพอมันมีความเป็นธรรมชาติ เราจะรู้เองว่าเมื่อไหร่ เราต้องอะไรที่ไหน ถูกบ้างผิดบ้างมันไม่ได้ถูกเสมอไปทุกครั้ง วิธีคิดของเราบางครั้งก็พลาดบ้าง แต่พอพลาดมันก็เป็นบทเรียน ซึ่งมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่ใช่ทำอะไรทุกอย่างแล้วมันจะประสบความสำเร็จ หรือว่าถูกต้องในครั้งแรกที่เราลองทำเสมอไป แต่ก็ต้องบอกว่าจากประสบการณ์ การผิดพลาดหรือการเรียนรู้ มันก็ทำให้การทำงานของเรามีโอกาสที่จะตรงกับเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่เราตั้งมากขึ้นในทุกๆ ครั้ง"

4. รู้จักเปลี่ยนแปลงตัวเอง และไม่ยึดติด

"ซึ่งหน้าหนึ่งของนักคิดสร้างสรรค์ก็คือการต้องรู้จักเสี่ยง" ใช่ค่ะ...พี่หมูพูดแบบนั้นจริงๆ ก่อนที่จะขออธิบายต่อหลังจากเห็นหน้าฉงนของเรา  

"นอกจากการต้องรู้จักเสี่ยง เรายังต้องรู้จักเปลี่ยนแปลงตัวเอง และต้องไม่ยึดติดร่วมด้วย เพราะฉะนั้นการที่เราเสี่ยงหรือเปลี่ยนแปลงตัวเอง มันก็มีโอกาสก้าวพลาดอีกเสมอ เราทำงานอยู่กับความไม่แน่นอน เราจึงต้องพยายามหาตรรกะในการทำงาน ซึ่งตรรกะเหล่านี้จะสามารถขมวดเป็นการทำงานที่เราอยากให้มันเป็นได้มากที่สุด สุดท้ายมันก็คือการคาดคะเน มันไม่ได้ถูกเสมอไป ไม่ได้ถูกมองเป็นสิ่งที่สวยที่สุดตลอดกาลเสมอ คนบางคนอาจจะไม่ชอบงานของเรา หรืออาจจะเกลียดงานของเราด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเราคิดได้ว่า "ชีวิตของเรามันก็แค่นี้" งานออกแบบหรืองานอะไรก็แล้วแต่ หากเรารับฟังเสียงสะท้อนของคนที่อยู่ร่วมสมัยกับเรา และเอาเสียงสะท้อนเหล่านั้น กลับมาพัฒนางานของตัวเอง พัฒนาตัวเองและจิตวิญญาณได้ สุดท้ายจิตวิญญาณเหล่านั้นมันก็จะถูกพัฒนามาเป็นงานออกแบบของเรา"

5. เก่งขึ้นทุกวัน เพราะไม่เคยหวงวิชา

"สำหรับพี่ พี่พูดตลอดระยะเวลาการทำงานของตัวเองว่า พี่ไม่ได้เป็นคนหวงวิชา เราบอกทุกคนเสมอว่าการที่ตัวเองจะพัฒนาได้ก็คือการไม่หวงวิชา การที่เรารู้สึกว่าคนอื่น เขารู้เท่าเรา เราก็จะขวนขวายหาวิชา หาความรู้ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง เพราะฉะนั้นหากมันเป็นเรื่องที่ร่วมด้วยช่วยกันพาพี่ๆ น้องๆ ในวงการไปในทิศทางที่ดีได้ เราก็ยินดีเสมอ"

เติมความสุนทรีย์ลงในคอลเลกชั่นใหม่

พี่หมูพูดไว้ฟังตั้งแต่ต้นแล้วว่าเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นใหม่ของ ASAVA นั่นมันเป็นความบังเอิญมากๆ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ขยายความเพิ่มเติมให้ฟังมากนัก เราจึงเก็บความสงสัยและมาถามเจ้าตัวอีกครั้งก่อนจบบทสนทนาในครั้งนี้ค่ะ

MIRROR : พูดถึงสไตล์การทำงานกันไปแล้ว เดือนกันยายนที่เปรียบเสมือนฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ หลังจากสถานการณ์โควิด - 19 คลี่คลาย เสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

"คอลเลกชั่นนี้มันถูกออกแบบไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยที่ยังไม่มีโควิด-19 เรามองเศรษฐกิจของโลกโดยที่ยังไม่เจอกับเหตุการณ์นี้ และรู้สึกว่าปี 2020 เป็นปีที่ไม่ได้สดใสนัก สำหรับภาพรวมของสังคม เริ่มเห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่มันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ หรือฝุ่น pm 2.5 ต่างๆ เลยเริ่มคาดคะเนดู แล้วรู้สึกว่าโลกมันกำลังเดินไปในทิศทางที่ไม่ค่อยรื่นรมย์นัก คอลเลกชั่นนี้ที่เกิดขึ้นมาเลยเติมสีสันค่อนข้างเยอะ (จริงๆ ก็เยอะที่สุดตั้งแต่ที่เคยทำมา) เพราะมีรู้สึกว่าส่วนหนึ่งในหน้าที่ของแฟชั่น คือการเติมความสุข และสุนทรียภาพให้กับคนสวมใส่หรือคนที่พบเห็น เพราะฉะนั้นในฐานะของคนคิดงานก็อยากจะปาดสี ปาดความสุข ปาดความสนุกลงไปในงานให้ได้มากที่สุด เพราะพี่เชื่อว่าสุดท้ายแล้ว เมื่อคนมองหดหู่ เขาก็จะมองหาความสนุก และความสนุกมันก็จะเป็นตัวที่ช่วยให้แบรนด์มันดูน่าสัมผัส"

แฟชั่นและความเป็นจริง

อีกทั้งพี่หมูยังได้เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของ "แฟชั่น" ให้ฟังในฉบับย่อๆ ว่า...

"หลายปีที่ผ่านมาพี่มีความรู้สึกว่า ความเป็นแฟนตาซีของแฟชั่นมันลดน้อยลง เมื่อก่อนทุกคนไม่ได้มีช่องทางในการหาความสนุกให้กับชีวิตเยอะแยะ ผิดกับปัจจุบันที่คนสามารถหาแฟนตาซีให้กับตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ทีวี หรืออื่นๆ ทุกคนเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร เต็มไปด้วยเรื่องราวในหัว ฉะนั้นหน้าที่ของแฟชั่นมันเลยเปลี่ยนแปลงไป เมื่อ 2 ปีที่แล้ว หน้าที่ของแฟชั่น คือ การเติมความฝันให้คน หรือเติมความแฟนตาซีให้คน แต่ ณ วันนี้ คนมีความฝันมีความสนุกเต็มหัวไปหมด หน้าที่ของแฟชั่นมันจึงเป็นการหาความจริงให้กับคนมากกว่า พี่จึงพยายามทำให้แฟชั่นมันจับต้องได้มากขึ้น มีความจริงอยู่ในแฟชั่นมากยิ่งขึ้น เพราะส่วนตัวมีความรู้สึกว่าทุกวันนี้ คนใส่เสื้อผ้าไม่ได้มองหาความฝัน แต่ว่าเขาเอาเสื้อผ้าไปเติมความฝันที่เค้ามี สำหรับนักสร้างสรรค์ นักออกแบบเสื้อไม่ใช่เป็นคนที่สร้างความฝันให้กับผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไปแล้ว เขามีความฝันของเขา เราต่างหากที่เป็นคนทำเสื้อผ้ามาเพื่อเติมเต็มความฝันของเขาให้ได้"

ก่อนสิ้นสุดการพูดคุย พี่หมูเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมาโดยที่เรายังไม่ได้ตั้งคำถามว่า "คนส่วนใหญ่ที่มาสัมภาษณ์มักจะงงกับคำตอบจากพี่เสมอ เพราะคนเหล่านั้นไม่เคยรู้เลยว่าการออกแบบเสื้อผ้ามันมีวิธีคิดที่ลึกลับซับซ้อน หรือมันมีปรัชญาแฝงอยู่ในการคิดมากมายขนาดนี้ แต่พี่เชื่อว่าพี่ไม่ได้เป็นคนขายเสื้อ พี่เป็นคนขายมุมมองทางความคิด การใส่เสื้อผ้าของพี่สักตัวหนึ่ง มันคือการถ่ายทอดกระบวนการคิด หรือการแสดงตัวตนของคนคนหนึ่งที่เป็น ผ่านวิธีการแต่งตัว" 

ซึ่งเราฟังแล้วก็ไม่แปลกใจเลยค่ะ เพราะการพูดคุยเรื่องแฟชั่นกับพี่หมูในวันนี้ ถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่เราเองก็กลับได้ข้อคิด และมุมมองดีๆ จากวงการนี้กลับมาอย่างมากมายเหมือนกัน 

"เราไม่ได้มองเสื้อผ้าเป็นสิ่งที่ฉาบฉวย พี่ถึงบอกว่าการซื้อเสื้อผ้าสักตัวหนึ่ง ถ้าเราไม่ได้ถูกกลไกลทางการตลาดหลอกล่อเรามากจริงๆ มันคือการหยิบจับตัวตนของเราบนราวแขวนเสื้อมาอยู่ในบ้านเรา เพราะฉะนั้นการที่เราหยิบขยะเยอะๆ เลือกแต่ของที่มันไม่ได้ดี ไม่มีคุณภาพ เราใส่มันแค่ครั้งถึงสองครั้ง สุดท้ายแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือการสะสมขยะอยู่ในบ้าน กลายเป็นมีขยะอยู่ในชีวิต แต่โลกนี้ไม่ได้ต้องการขยะนะ โลกนี้ต้องการความสวยงาม โลกนี้ต้องการสุนทรียภาพ เราจำเป็นที่จะต้องมีเสื้อผ้ามากมายขนาดนั้นเลยหรอ นักออกแบบต้องออกแบบเสื้อผ้าปีละหมื่น แสน หรือล้าน หรือกี่สิบล้านตัวขนาดนั้นเลยหรอ เรากำลังเดินทางไปที่จุดไหน เพราะฉะนั้นเวลาที่พี่อธิบายเรื่องเสื้อผ้า พี่ก็จะพยายามส่งข้อความนี้ ไปถึงคนใส่เสื้อผ้าของพี่ทุกคน รวมไปถึงคนที่กำลังหลงใหลแฟชั่น"

จากการที่เราขอสัมภาษณ์พี่หมูแค่ 5 นาที แต่ก็เหนือความคาดหมายมาก เพราะการพูดคุยของเรามันถูกกลายเป็นการคุยสัมภาษณ์ที่ยาวเกือบ 20 นาทีเลยทีเดียว และทั้งหมดนี้คือวิธีคิด การทำงานและคอลเลกชั่นใหม่ตามสไตล์ในแบบฉบับของ "หมู ASAVA" ดีไซเนอร์อันดับต้นๆ ของเมืองไทยค่ะ โดยเราเองก็แอบก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์และเป็นแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับทุกคนได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณ Lady MIRROR ทุกคนที่อ่านบทความนี้ของเราจนจบ ฝากติดตามรายการสไตล์โซลูชั่น x หมู ASAVA ทางโซเชียลมีเดียของ MIRROR ด้วย รับรองว่าสนุกและสาระอัดแน่นไม่ต่างกันแน่นอน

ช่างภาพ : ENGSFOTo

by วรรณิภา จันพุดซา (ติว)

เปลี่ยน Passion ให้เป็น Fashion ในสไตล์ที่เป็นคุณ

MIRROR Picks

Hydrating Duo & Lip Sass (Glaze)830 ฿

SHOP NOW

Hydrating Duo & Lip Sass (Regina George)830 ฿

SHOP NOW

Hydrating Jelly มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้าเนื้อเจลลี่590 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Ten Chillies390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Peanut Butter390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Caramel390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Fig Jam390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Rose Macaron390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Fruit Punch390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Raspberry Sorbet390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Hot Salsa390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Masala390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Grape Jelly390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Peach Tea390 ฿

SHOP NOW

Everpink Comfy Matte - Blood Orange390 ฿

SHOP NOW

Everpink Blush My Feelings - In love350 ฿

SHOP NOW

Everpink Blush My Feelings - Curious350 ฿

SHOP NOW

Everpink Blush My Feelings - Naughty350 ฿

SHOP NOW

Everpink Blush My Feelings - Amused350 ฿

SHOP NOW

Everpink Blush My Feelings - Trippy350 ฿

SHOP NOW

Everpink Lip Sass - Regina George240 ฿

SHOP NOW

Everpink Lip Sass - Glaze240 ฿

SHOP NOW

Everpink Browfriend - The Smart One220 ฿

SHOP NOW

Everpink Browfriend - The Pretty One220 ฿

SHOP NOW

Everpink Browfriend - The Sexy One220 ฿

SHOP NOW

Everpink Browfriend - The Funny One220 ฿

SHOP NOW

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ขออนุญาตพักสักนิด! เปิดใจ ’หมู อาซาว่า’ หลังกระแสชุด 'มารีญา' ดราม่าหนัก