• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

คุณ "เสพติดดราม่า" อยู่หรือเปล่า

7 ก.พ. 2563 08:45 น.

ในโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังโซเชียล ทำให้ใครหลายคนกลายร่างเป็นผู้เสพติดดราม่าโดยไม่ได้ตั้งใจ และความ "ดราม่า" นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแค่ชีวิตของเราเองแต่อาจจะมีส่วนทำให้ทุกอย่างรอบตัวที่เคย "ปัง" แปรเปลี่ยนเป็นความ "พัง" ได้ เพราะฉะนั้นนั้นจึงจะต้องระวังไว้ให้ดีนะคะ ก่อนจะมาหาวิธีแก้ไข เรามาเช็กกันเสียหน่อยดีกว่าว่าตัว Lady MIRROR ที่อ่านอยู่ กำลังมีพฤติกรรมแบบนี้หรือเปล่า

1. มีความแปรปรวนในอารมณ์

ใครพูดอะไรไม่เข้านิดเดียว แต่ความโกรธของคุณพุ่งกระจาย คุณสามารถวี้ดบึมจนคนใกล้ๆ ต่างปลีกตัวออกห่าง ปิดท้ายด้วยการร้องไห้คร่ำครวญว่าใครๆ ก็ไม่เข้าใจฉัน (แม้แต่ตัวฉันเอง)

MIRROR recommends : ทุกครั้งที่รู้ตัวว่ากำลังโกรธหรือดื่มด่ำไปกับความเศร้าให้เปลี่ยนท่าทางโดยทันที โดยปกติแล้ว มนุษย์จะสามารถรู้สึกได้หนึ่งความรู้สึกต่อหนึ่งครั้งเท่านั้น ทุกครั้งที่คุณรู้ตัวว่ากำลังจะโกรธหรือเศร้า ให้ลุกขึ้นไปทำสิ่งอื่นทันที อาจจะเริ่มจากกระโดดโลดเต้น หรือเปลี่ยนท่าทาง รวมถึงเดินหนีออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ การเปลี่ยนท่าทีหรือท่าทางโดยทันทีจะทำให้อารมณ์ขุ่นมัวจางหายไป ทำแบบนี้บ่อยๆ คุณก็จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ง่ายขึ้นค่ะ

2. ชอบนั่งเม้าท์เรื่องคนอื่น

ดาราคนนั้นเลิกกับคนนี้ เพื่อนคนนั้นทำแบบนั้นแบบนี้ นั่งอ่านข่าวในไอจีแล้วอยากจะเข้าไปกระหน่ำคอมเมนต์เหลือเกิน ถึงแม้คุณจะไม่รู้จักเขาก็ตาม เมื่อไหร่ที่คุณสังเกตว่าตัวเองกำลังทำพฤติกรรมแบบนี้อยู่ต้องระวังตัวเป็นการด่วนเพราะมงกุฎราชินีแห่งความดราม่ากำลังจะมาเป็นของคุณในไม่ช้าค่ะ

MIRROR recommends : เมื่อเรากำลังมึนเมากับการเม้าท์ให้เรานึกว่า ถ้าเรื่องที่กำลังถูกพูดถึงเป็นเรื่องของเราบ้าง หรือเรื่องของคนที่เรารักบ้าง เราจะยังรู้สึกอยากเม้าท์อยู่หรือไม่ การเอาใจเขามาใส่ใจเราจะช่วยให้คุณมีจิตใจที่อ่อนโยนขึ้น มงกุฏของราชินีแห่งความดรามาก็จะถูกเหวี่ยงออกไปทันทีค่ะ

3. พูดโพล่งออกมาโดยไม่ไตร่ตรอง 

คนบางคนสามารถใช้คำพูดทำร้ายผู้อื่นได้โดยมีข้ออ้างว่าเราเป็นคนตรงๆ พฤติกรรมนี้เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่สร้างบุคลิกภาพที่ทำให้เราดูเป็นผู้หญิงที่จมกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง และเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะฉะนั้นพฤติกรรมเหล่านี้ก็จะนำพาคุณไปสู่ความขัดแย้งจนเกิดปมดราม่าในที่สุดค่ะ

MIRROR recommends : ให้คิดก่อนพูด อย่าพูดเพียงแค่บอกตัวเองว่าฉันเป็นคนตรงๆ การเป็นคนตรงๆกับการเป็นคนไม่มีมารยาทในการพูดนั้นใกล้กันแค่นิดเดียว ถามตัวเองว่าถ้าคำพูดนี้ถูกพูดกับตัวเรา เราจะรู้สึกอย่างไรบ้าง หรือ แม้ว่าเราจะไม่รู้สึก แต่เราก็จะไม่ใช้ความรู้สึกของตัวเองตัดสินความรู้สึกของผู้อื่นเช่นกัน อย่างนี้เรียกว่าการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และนั่นจะทำให้คุณมีเสน่ห์กว่าการเป็นคนที่พูดโพล่งๆ ตรงๆ มากขึ้นเป็นกองเลยค่ะ

4. รู้สึกว่า "ใครๆ ก็ไม่รัก" 

และพยายามทำพฤติกรรมต่างๆ เช่น เศร้าโศก โกรธเคือง พร่ำบ่น พฤติกรรมเหล่านี้คือการทำตัวให้เป็น "เหยื่อ" เพื่อให้ตัวเองได้ดื่มด่ำในอารมณ์ทุกข์ ซึ่งในเชิงจิตวิทยา นี่คือการโฟกัสหรือให้ความสำคัญแค่ตัวเองและทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ไปด้วยกัน

MIRROR recommends: ลองยกมือขึ้นกอดตัวเองดูค่ะ มีการศึกษาพบว่าการกอดตัวเองทุกวัน พูดกับตัวเองดีๆทุกวัน จะช่วยเยียวยาหัวใจที่แตกร้าวให้แข็งแรงขึ้นได้ ให้เวลาตัวเองอยู่กับตัวเอง แล้วใช้ความรักทั้งหมดที่เรามีมอบให้ตัวเองแบบเต็มๆดูสักครั้ง เมื่อใดที่คุณสัมผัสถึงความรักของตัวเอง เมื่อนั้นคุณจะสัมผัสถึงความรักของคนอื่นที่มีต่อคุณเช่นกัน

5. ชีวิตคิดแต่เรื่องลบๆ 

เคยเจอไหมคะ เพื่อนที่สามารถเล่าเรื่องดราม่าในชีวิตให้เราฟังได้ทุกวัน ราวกับว่าชีวิตของเขานั้นปราศจากเรื่องดีๆ ทั้งปวง เช่น เลิกกับแฟน นายบ่น รถชน สัตว์เลี้ยงไม่สบาย ความดราม่าเหล่านี้เป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถควบคุมได้และแทนที่ที่จะหาทางแก้ปัญหา คนเหล่านี้กับพร่ำบ่นราวกับว่าถ้าบ่นมากๆ เรื่องราวมันจะดีขึ้นเอง 

MIRROR recommends : เอาตัวเองให้อยู่ห่างจากคนที่เสพแต่ดราม่าและชีวิตมีแต่เรื่องคิดลบ เพราะอะไรทราบไหมคะ เพราะว่าเมื่อเราอยู่ใกล้กับคนประเภทไหน เราก็จะซึมซับตัวตนของเขาเข้ามาในตัวเราเช่นกัน ลองจินตนาการว่าคุณอยู่กับคนที่พูดถึงชีวิตตัวเองในแง่ลบทุกวัน หรือแม้กระทั่งวันไหนที่เราได้ยินแต่คำพร่ำบ่น สังเกตไหมคะว่าจิตใจของเราก็จะหมองลงๆ ท่านั่งที่เคยผ่าเผยก็จะเหี่ยวลงๆ แต่ถ้าเราอยู่ใกล้กับคนที่คิดดีมีพลังบวก เราก็จะรู้สึกสดชื่น สดใส มีพลังไปกับเขาเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ถ้าวันนี้ลองเช็คตัวเองดูแล้วพบว่า ในหนึ่งวันคุณพูดเรื่องลบๆมากกว่าเรื่องบวก นั่นแปลว่าเสน่ห์ของคุณกำลังจะหายไป แต่อย่าตกใจไปค่ะ เราสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองได้ในพริบตา นั่นคือทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องแย่ๆ ของตัวเอง ให้นึกถึงด้านที่ดีคู่กันไปด้วย ทำแบบนี้บ่อยๆ คุณจะมองเห็นเรื่องดีๆของตัวเองมากขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่พอที่จะทำลายเรื่องลบๆ ให้จากหายไปเช่นกันค่ะ

6. เสพติดโซเชียลมีเดีย

ติดไม่ใช่แค่ไว้อ่านข่าว แต่ตามดูชีวิตดีๆ ของคนอื่นแล้วกลับมาพร่ำบ่นกับตัวเองว่าทำไมชีวิตของเรานั้นช่างแย่เหลือเกิน ความรู้สึกเปรียบเทียบนี้จะนำความ "ดราม่า" มาสู่ชีวิตคุณโดยไม่รู้ตัวและมากไปกว่านั้นคือจะทำให้เรามัวแต่โฟกัสที่ชีวิตของคนอื่นจนลืมชีวิตตัวเอง

MIRROR recommends : ทำ Social Detox บ้าง หลายๆคนตื่นเช้ามา สิ่งแรกที่ทำคือหยิบโทรศัพท์ เช็คโซเชียล และทำแบบนั้นทั้งวันโดยไม่ปล่อยให้สมองได้พักผ่อน MIRROR ไม่ได้บอกให้คุณหยุดเล่นโซเชียลนะคะ เพียงแต่เราลองจัดเวลาให้ตัวเองได้ทำสิ่งอื่นๆก่อน เช่น อ่านหนังสือ หรือแม้แต่อาบน้ำให้นานขึ้น ออกจากบ้านให้เช้าขึ้น หรือนอนให้เร็วขึ้น เอาเวลาที่เราเคยใช้เล่นโซเชียลมาปรนเปรอตัวเองบ้าง เช่น ขัดตัว มาส์กหน้า ทำกับอาหาร วิธีเหล่านี้จะทำให้คุณได้กลับมาโฟกัสที่ชีวิตตัวเองโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับชีวิตของใคร และทำให้ได้เห็นว่าที่จริงแล้ว ชีวิตเรามีเรื่องที่ดีอยู่แล้ว มาทำชีวิตดีๆของเราให้ดีที่สุดกันต่อไปเถิด น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ Lady MIRROR ทุกคนค่ะ

สุดท้าย MIRROR อยากบอกว่าชีวิตเป็นทางเลือกของเรา ถ้าเราเลือกที่จะเสพติดดราม่า ชีวิตเราก็จะมีแต่เรื่องดราม่า และความสุขที่คุณตามหาก็จะวิ่งไกลออกไปทุกที แต่ถ้าเราฝึกตัวเองให้เห็นความดราม่าที่เกิดขึ้นแล้วฝืนใจลุกขึ้นมาต่อต้านความดราม่าของตัวเอง แรกๆอาจจะไม่ชินแต่ถ้าทำบ่อยๆ คุณจะรับมือได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญคุณจะมองเห็นความสุขที่คุณตามหามานาน ว่ามันไม่เคยจากไปไหน อยู่ที่ตัวและหัวใจของ Lady MIRROR ทุกคนนั่นเอง ที่สำคัญเมื่อคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเองแล้ว ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีเช่นกัน แค่นี้ Lady MIRROR ทุกคนที่อ่านอยู่ก็จะสามารถมีความสุขกับตัวเองมากขึ้นทุกวันแล้วค่ะ