• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

"Pearypie" ในวันที่ไม่ได้มีคำว่า Blogger ต่อท้าย

10 มี.ค. 2563 15:45 น.

ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่เราได้รู้จักผู้หญิงคนนี้ "แพรี่พาย-อมตา จิตตะเสนีย์" ไม่ว่าจะเป็นในบทบาท Make-up Artist โด่งดังระดับเอเชีย ผู้หญิงที่สวมใส่ชุดผ้าไทยดีไซน์ทันสมัย หรือบทบาทใหม่ในฐานะผู้หญิงที่หลงรักธรรมชาติ และพยายามเป็นกระบอกเสียง รวมถึงลุกขึ้นมาทำประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อม คุณคิดว่าบทบาทไหนจะเป็น "The best of you" สำหรับเธอ ต้องบอกก่อนว่า MIRROR เฝ้ามอง และติดตามทุกๆ ผลงานของผู้หญิงคนนี้มาตลอด ซึ่งในทุกบทบาทสิ่งที่เรามองเห็นคือความตั้งใจจริง และสิ่งนี้แหละคือที่มาของการชวนเธอมาเป็น Lady MIRROR ประจำเดือนมีนาคม

"The best of pearypie"

The best of you คือคอนเซปต์สำหรับเดือนมีนาคมที่เหล่าทีมงาน MIRROR ได้วางเอาไว้ ด้วยความเข้าใจง่ายๆ คือการอยากให้คุณได้มองเห็นสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเอง และเมื่อ Lady MIRROR ของเราคือแพรี่พาย "The best of pearypie" ที่ถูกถ่ายทอดจากเธอจึงเป็นแบบนี้ "แพรคิดว่ามันคือ การที่เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น การที่เรามีสติกับตัวเองมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต สติแพรว่าสำคัญนะ ถ้าเรามีสติเราจะรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เรากำลังกิน หรือกำลังคิดถึงอะไร มันทำให้เราค่อยๆ สามารถเรียงลำดับเหตุการณ์ว่าอะไรสำคัญมากกว่า อะไรสำคัญน้อยกว่า อะไรที่จะทำก่อนหรือควรทำหลัง"

รู้สึกมีความสุขในทุกๆ บทบาท

หากย้อนเวลากลับไปชื่อเสียงของผู้หญิงคนนี้หลายๆ คนคงรู้จักเธอในบทบาทแรกอย่างการเป็น Make-up Artist แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ วันที่เธอกลายมาเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ สวมใส่ชุดผ้าไทยแล้วลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงทำเพื่อสิ่งแวดล้อม แพรี่พายเล่าถึงความต่างให้ทีมงานฟังด้วยรอยยิ้มว่า "ถ้าถามจริงๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนเดิม ก็ยังมีความแบบบ๊อง ความเพี้ยน และเป็นตัวของตัวเองเหมือนเดิม แต่ว่าสิ่งที่แตกต่างก็คือ เราเข้าใจกับตัวเองมากขึ้น เข้าใจกับสิ่งที่มันอยู่รอบตัวเองมากขึ้น เมื่อก่อนตอนที่เราได้ลองแต่งหน้า มันก็เหมือนเป็นการที่เราได้ Explore ความสามารถตัวเอง ลองดูว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง ถ้าเราใช้ Make-up มาเป็นเครื่องมือสร้างซิกเนเจอร์ของตัวเอง แต่พอมา ณ ปัจจุบัน เรารู้สึกว่าเราไม่ได้สำคัญคนเดียว พอเราได้ไปมีโอกาสเชื่อมโยงกับป่า ชุมชน วัฒนธรรม และเชื่อมโยงกับอาหารการกิน ได้ไปใช้วิถีชีวิตแบบบ้านๆ ลงดอยไปเด็ดผัก เรากลับก็รู้สึกมีความสุข รู้สึกว่ามันสดชื่น สุดท้ายชีวิตมันไม่ได้มีอะไรเยอะเนอะ มันง่าย และเบสิกมากๆ"

จุดเริ่มต้น "แพรี่พาย" New version

"มีคนถามคำถามนี้กับแพรเยอะมากเลยนะ" เธอบอกกับ MIRROR หลังจากสิ้นสุดประโยคคำถามที่เราอยากรู้ถึงจุดเริ่มต้นของการลุกขึ้นมาทำเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเจ้าตัวให้คำตอบเราต่อจากนั้นว่า "ทำไมอยู่ดีๆ เปลี่ยนมาทำเพื่อสิ่งแวดล้อม คือมันไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ เราหักดิบเลย หรือเปลี่ยนจากดำมากลายเป็นขาวนะ แต่มันมีช่วงเวลาที่รู้สึกว่าเราตื่นมาใช้ชีวิตแบบเดิมแล้วมันไม่มีความสุข เหมือนเรากำลังถือบอลลูนเยอะไปหมด แล้วลอยไปไหนก็ไม่รู้ ซึ่งมันมีแต่ความสะดวก สบาย มีเทรนด์หลายอย่างที่เกินความจำเป็นเยอะไปหมด ตอนนั้นเลยถามตัวเองว่า เรากล้าที่จะปล่อยบอลลูนนั้นไหม เป้าหมายในชีวิตที่แท้จริงของเราคืออะไร มันเป็นช่วงที่สับสน และอึดอัดจนถือโทษเกลียดเครื่องสำอางเลยนะ จนสุดท้ายธรรมชาติก็ทำให้เรารู้สึกโอเคขึ้น มีความสุขมากขึ้น เอาความรู้สึกที่เกลียดเครื่องสำอางออกไปหมดเลย เพราะเราได้เห็นถึงรอยยิ้ม และความสุขของชาวบ้านที่เราได้มีโอกาสไปเรียนรู้วิถีชีวิตจากพวกเขา เราเลยตัดสินใจวางแปรงแต่งหน้าเพื่อขอพัก แต่ระหว่างพักแพรก็ยังเดินทางไปสอนแต่งหน้าให้กับน้องๆ ในมหาวิทยาลัยอยู่นะ จนแพรได้เดินทางไปยังขอนแก่น ซึ่งที่นั้นขึ้นชื่อว่ามีผ้าไทยสวยมาก หลังจากสอนเสร็จเรามีเวลาเหลือเลยลองขับรถไปยังอำเภอหนึ่งในขอนแก่นเพื่อหาผ้า ระหว่างที่ขับไปเรื่อยๆ ก็ไปสะดุดตากับอะไรไม่รู้สีเหลืองๆ คล้ายโรตีสายไหมกำลังโดนดึงอยู่ แพรบอกให้คนจอดรถแล้วลงไปบุกบ้านเขาเลย แม่ๆ ที่นั่นน่ารักมาก พาแพรไปเยี่ยมชมหลายๆ บ้าน ไปเรียนรู้การทำผ้า 1 ผืน แพรได้รู้ถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ได้เห็นถึงความจริงใจ จากที่แพรเคยต่อราคาผ้าไทยในราคา 30,000 บาท ก่อนกลับแพรตัดสินใจซื้อได้อย่างเต็มใจเลย ซึ่งมันคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้แพรหันมาสนใจสิ่งแวดล้อม เพราะแพรอยากรู้เรียนรู้กับสีสันของผ้าในแต่ละผืนที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน"

เข้าใจ - ชนะใจตัวเองได้ก็เปลี่ยนได้

แต่ถ้าถามว่าสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งเราควรเริ่มต้นอย่างไร MIRROR ขอแยกย่อยให้ทุกคนเข้าใจง่ายๆ แบบนี้ก็แล้วกันค่ะ

1. ความยากมันอยู่ตรงที่เราต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ เราต้องตัดความสะดวก สบายของชีวิตในกรุงเทพฯ ทิ้งไปเยอะมาก อยู่ง่าย กินง่าย ใช้ชีวิตให้ง่ายกว่าเดิม

2. "ยากตรงที่เราไม่เคยเข้าใจตัวเองเหมือนที่เราคิดว่าเราเข้าใจ" การเรียนรู้ของแพรมันทำให้รู้ว่าทุกกระบวนการมันต้องใช้เวลา ทรัพยากร คน ความอดทน และสติ ซึ่งเราต้องรอให้ได้ไม่ว่าจะทำอะไร ถ้าเราอยากให้มันออกมาดี และเมื่อเราเข้าใจความยาก-ง่ายปุ๊บ มันก็ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น

3. ถ้าเรารู้จักการเข้าใจตัวเอง และเรามีสติจริงๆ กับสิ่งที่เราทำอยู่ เรารู้จักการมองตัวเองว่าวันนี้ฉันทำอะไร สิ่งที่ฉันหยิบขึ้นมาใส่ปากอยู่ หรือแม้กระทั่งสิ่งที่ฉันกำลังใส่ สร้างความตระหนักให้กับตัวเอง ให้เราได้จัดลำดับความสำคัญ อันดับไหนก่อน อันดับไหนหลัง มันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมาก มันจะทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตเรามันมีการ Balance ที่ดี มันจะพาเราไปในทิศทางที่ดี

4. แต่ทั้งหมดมันก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของบุคคลนั้นด้วย หมายถึงพร้อมที่จะเปลี่ยนนะ แพรรู้สึกว่าถ้าเราได้ทบทวนตัวเองอยู่เรื่อยๆ ได้ Delete ตัวเองออกจากสังคมเมืองที่มีเรื่องเครียด มันก็จะทำให้เราเรียงลำดับเรื่องราว หรือลำดับเหตุการณ์ของตัวเองได้ และก็จะรู้ว่าตัวเองควรทำอะไร โดยที่แพรไม่ต้องบอก

ธรรมชาติให้ชีวิตที่ดีขึ้น

"ธรรมชาติให้ชีวิตที่ดีขึ้น ที่จริง การที่คนหนึ่งคนเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ แล้วคุณมีหน้าที่อะไร พวกเราแต่ละคนที่เกิดมาเป็นหนึ่งจิตวิญญาณทุกๆ คนจะมีคาแรกเตอร์ มีบทบาทหน้าที่ที่อยู่ร่วมกันยังไงให้มันไปในทางที่ยั่งยืนให้มันไปด้วยกัน ให้มันเต็มที่และดีที่สุด และธรรมชาติก็สอนให้แพรรู้สึกว่าสุดท้ายชีวิตมันก็ไม่มีอะไรเยอะ กลับมา Back to basic นี่แหละง่ายที่สุด และดีที่สุด และเราก็อยากจะให้ทุกคนได้ลองไปสัมผัส มิติตรงนี้ดู"

ส่งต่อด้วยบทเรียนออนไลน์

"แพรว่าที่มาผ่านมาเรายุ่งจนปล่อยให้ตัวเองลืมเรื่องเบสิกไปเยอะเหมือนกัน ซึ่งเหล่านี้มันไม่ใช่แค่เรื่องความสวย ความงามบนใบหน้าแล้ว แต่มันเป็นการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ดีต่อกัน แลกเปลี่ยนรอยยิ้มที่ดี ก็เลยคิดกับตัวเองว่ามันก็คงถึงเวลาแล้วเนอะ ที่จะส่งต่อพลังงานตรงนี้ เอาสิ่งที่เราไปสัมผัสมาแชร์เป็นเรื่องราวบนสื่อที่เรามี อย่างเมื่อก่อนเราจะใช้สื่อเพื่อสอนแต่งหน้า เราก็เปลี่ยนสื่อตรงนั้นให้มันมีประโยชน์มากขึ้น แชร์วิถีชีวิต แชร์วัฒนธรรมไทยที่ไปสัมผัส เหมือนเป็นบทเรียนออนไลน์ที่ใครก็สามารถมาเปิดดูได้เพียงแค่เข้า Instagram ของแพร"

ธรรมชาติผ่านพลังเสียง

"ขอเน้นไปในเรื่องของสุขภาพ เพราะการที่เรามีสุขภาพดี มันจะดีหมดเลย จิตแจ่มใส มีความครีเอทีฟ มีความรู้สึกอยากทำ อยากส่งพลังงานที่ดีให้กับทุกคน การที่เราเกิดมามันเป็นพลังงานและเรารู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนทุกอย่างมันเป็นพลังงาน อยากที่จะให้ทุกคนได้มีโอกาสแลกพลังงานที่ดีกัน แล้วเมื่อตื่นขึ้นมารู้สึกว่าวันนี้ฉันมีความสุข อารมณ์ดี อยากจะยิ้ม สุดท้ายทุกคนก็อยากที่จะมีความสุข"

แพรี่พายจะกลับมาแต่งหน้าแล้วนะ

"ปีนี้แพรตั้งใจมากจริงๆ ในเรื่องของผ้าไทย สิ่งแวดล้อมและการเกษตรอินทรีย์ รวมไปถึงการอยากทำ "Smily Camp" ที่เหมือนแบบพาทุกคนไปเรียนรู้เพราะนอกจากที่แพรจะไปสัมผัส คือเราก็อยากให้ทุกคนที่สนใจได้ไปด้วย อีกอย่างตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองพร้อมที่จะกลับมาทำงานอาร์ตอีกครั้งหนึ่ง ก็น่าจะมีพวกผลงานทางศิลปะที่มันสะท้อนเรื่องสิ่งแวดล้อมออกมาค่อนข้างเยอะ นอกจากนั้นก็คิดว่าตัวเองพร้อมที่จะกลับมาแต่งหน้าในระดับหนึ่งด้วยค่ะ ใครที่ชอบแพรแต่งหน้าเมื่อก่อนก็ขอโทษที่ทำให้งงๆ กับชีวิตที่แบบผ่านมา ซึ่งตอนนี้ก็คิดว่าจะจับแปรงที่ตั้งไว้มาปัดฝุ่นเอาใยแมงมุมออกนิดหน่อย ล้างแปรงและกลับมาแต่งหน้าแล้ว แต่ว่าไปในทางที่สวยยิ่งกว่าเดิม"

สุดท้ายสำหรับใครที่ชื่นชอบในผลงานของผู้หญิงคนนี้ การเสิร์ชว่า "Pearypie" ในทุกๆ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเจ้าตัวการันตีว่าก็ยังมีให้ได้เห็นกันเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือปลายปีนี้พวกเราอาจจะได้เข้าไปเป็นหนึ่งในลูกทัวร์ทำกิจกรรมลุยๆ เพื่อสิ่งแวดล้อมใน "Smily Camp" ที่เธอจัดขึ้นค่ะ

และทั้งหมดนี้คือ "The best of you" ในเวอร์ชั่นของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ชื่อว่า "แพรี่พาย-อมตา จิตตะเสนีย์" ว่าแต่...อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทุกคนนึกออกหรือยังคะ ว่า "The best of you" ในเวอร์ชั่นของคุณเป็นแบบไหน

Credits :

Lady MIRROR : แพรี่พาย-อมตา จิตตะเสนีย์

Make-Up and Hair : แพรี่พาย-อมตา จิตตะเสนีย์

Style & Editor : ฐาดิณี รัชชระเสวี

ช่างภาพ : วัชรพงษ์ กาญจนกฤต

Graphic Designer : ถวิกา ไพบูลย์

instagram : pearypie

by วรรณิภา จันพุดซา (ติว)

เปลี่ยน Passion ให้เป็น Fashion ในสไตล์ที่เป็นคุณ