• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

ทำไมคนเราต้อง “ใช้ชีวิต” อย่างมี “เป้าหมาย”

30 ก.ค. 2562 19:00 น.

ปี 2019 กำลังจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลออีกที เรากำลังจะก้าวเข้าสู่ครึ่งปีหลังกันอีกครั้ง ถึงเวลาที่ Lady MIRROR จะลุกขึ้นมาทบทวนเป้าหมายในชีวิตของตัวเองว่า ปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งหรือยัง ใครยังไม่ได้ “ตั้งเป้าหมาย” ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เป้าหมายที่แท้จริงแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำแบบปีชนปี ยกเว้นว่า สิ่งที่คุณต้องการจะทำนั้น ต้องใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่งถึงจะทำสำเร็จ ในทางตรงกันข้าม เราทุกคนสามารถตั้งเป้าหมายแบบสั้นๆ หรือแม้กระทั่งเป้าหมายรายวันหรือรายสัปดาห์เพื่อทำให้ตัวเองก้าวเข้าสู่ “ความสำเร็จ” ที่วางไว้ได้เช่นกัน สิ่งที่คุณต้องทำก็คือแค่ลงมือ “วางแผน” ในทุกขั้นตอน และ “ลงมือทำ” ตามแผนนั้นอย่างเต็มที่ รับรองเลยว่า ไม่ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร สิ่งนั้นจะปรากฏขึ้นตรงหน้าคุณทันทีอย่างน่าอัศจรรย์

ทำไมต้องตั้งเป้าหมาย

นาฬิกาแห่งชีวิตของเราแต่ละคนนั้น ถูกกำหนดมาไม่เท่ากัน การตั้งเป้าหมายในชีวิต หรือแม้กระทั่งเป้าหมายสั้นๆ จะทำให้เราเห็นภาพการดำเนินชีวิตของตัวที่ชัดเจนมากขึ้น ในทุกศาสตร์แห่งการพัฒนาตัวเอง รวมถึงบุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลกล้วนให้ความสำคัญต่อการตั้งเป้าหมาย Lady MIRROR หลายคนอาจจะคิดว่า เรา “ไม่มีทางเลือก” ในการกำหนดชีวิต ความเป็นจริงแล้ว เราทุกคนสามารถ “เลือก” ที่จะมีและเป็นในแบบที่เราต้องการได้ “การตั้งเป้าหมาย” จะทำให้เราไปถึงจุดนั้นได้ง่ายขึ้น ถ้าคุณยังนึกไม่ออกว่า การตั้งเป้าหมายสำคัญอย่างไร ลองนึกเล่นๆ ว่า ถ้าวันนี้ คุณหายจากโลกใบนี้ไป มีอะไรบ้างที่คุณยังไม่ได้ทำ มีใครบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากการหายตัวไปของคุณ ลอง “ลิสต์” ออกมาเป็นหัวข้อ คุณจะพบว่าเรื่องบางเรื่องที่คุณยังไม่ได้ “ลงมือทำ” อาจจะส่งผลกระทบอย่างยิ่งใหญ่ต่อใครบางคนในโลกของคุณ ในมุมกลับกัน เรื่องบางเรื่องที่คุณได้ “ลงมือทำ” ไปแล้ว ก็จะส่งผลที่ยิ่งใหญ่ต่ออะไรบางอย่างเช่นกัน ที่สำคัญ การตั้งเป้าหมาย สามารถทำให้คุณ “ใช้ชีวิต” อย่าง “มีความสุข” ในทุกวัน และจะทำให้คุณมีพลังที่จะต่อสู้กับความท้าทายในชีวิตทุกรูปแบบอีกด้วยค่ะ

"เหตุผล" ชัด "เป้าหมาย" จะชัดตาม

ไซมอน ซีเน็ก (Simon Sinek) นักเขียนชื่อดังจากหนังสือชื่อ Know your why พูดถึงการตั้งเป้าหมายที่ “ทำได้จริง” ว่าให้เริ่มต้นจากการตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า “ทำไม” การหาเหตุผลให้ตัวเองก่อนจะช่วยให้เราสามารถหา “เป้าหมาย” และ “วางแผน” ได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าคุณกำลังอยากตั้งเป้าหมายด้านการทำงาน ลองหา “เหตุผล” ของการทำงานว่า เราเลือกทำงานนี้ เพราะอะไร หรืออะไรคือสาเหตให้คุณตื่นขึ้นมาทำงานทุกวัน ผู้หญิงหลายคนทำงานเพื่อความสำเร็จในชีวิต คำถามง่ายๆ ของซีเน็คจากหนังสือเล่มนี้คือ “ทำไม” คุณถึงอยาก “ประสบความสำเร็จ” ซีเน็คเขียนไว้ในหนังสือว่า ถ้าเหตุผลของคุณชัดเจนพอ คุณจะหาทางเดินสู่เป้าหมายนั้นอย่างมั่นคงด้วยตัวคุณเอง ที่สำคัญ คุณจะนำพาตัวเองไปพบกับคนที่มี “ความเชื่อ” เดียวกันกับคุณ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่คุณทำงานด้วย เจ้านาย หรือลูกน้อง เพื่อนร่วมงานที่เป้าหมายเดียวกัน และนั่นจะทำให้การเดินทางสู่เป้าหมายของคุณชัดเจนยิ่งขึ้น

“เขียน” ทุกอย่างที่คุณต้องการลงไปในกระดาษอย่างละเอียด

ยิ่งคุณตั้งเป้าหมายได้ละเอียดและชัดเจนมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งเข้าใกล้ความสำเร็จของคุณมากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างง่ายๆ เรื่องการ “ลดน้ำหนัก” ผู้หญิงส่วนใหญ่ “อยากผอม” แต่คำว่า “ผอม” ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีนักสำหรับการตั้งเป้าหมาย สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ลงรายละเอียดให้ชัดเจนว่า คุณต้องการ “ลดน้ำหนัก” ให้เหลือเท่าไร ภายในระยะเวลาเท่าไร ด้วยวิธีแบบไหน เขียนวันที่ลงไปในเวลาที่เราเห็นว่าจะเป็นไปได้ตามความเป็นจริง และถ้าเป็นไปได้ให้แบ่งเป็นลำดับๆ เพื่อให้ง่ายต่อการทำตามแผนมากขึ้น เช่น เริ่มจากการ “ทำอาหารเอง” หรือ “คุมแคลอรี” จากนั้นค่อยๆ เริ่มทำในขั้นตอนต่อไป เมื่อถึงเวลาที่กำหนด สิ่งสำคัญคือคุณจะต้องทำตาม “วิธีลดน้ำหนัก” ที่ตัวเองวางไว้อย่างเข้มงวดและโฟกัสอยู่ที่น้ำหนักที่ต้องการ จนกว่าจะได้ถึงเป้าหมายนั้นในระยะเวลาที่กำหนด วิธีนี้จะทำให้คุณเห็นพัฒนาการของตัวเองอย่างเป็นขั้นตอน เมื่อประกอบกับเหตุผลที่ชัดเจน เช่น ต้องการ “ลดน้ำหนัก” เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง คุณจะพบว่าการตั้งเป้าหมายในเรื่องต่างๆ นั้นง่ายขึ้น Lady MIRROR สามารถนำวิธีนี้ไปปรับใช้กับการตั้งเป้าหมายในเรื่องอื่นๆ ได้เช่นกันนะคะ

“ชัดเจน” และอย่ากลัวที่จะตั้งเป้าหมายที่สูงและยิ่งใหญ่

ลองดูตัวอย่างจากคนที่ประสบความสำเร็จหลายๆ คนในโลก พวกเขามักจะตั้งเป้าหมายในช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในชีวิต เพื่อใช้เป็น “กำลังใจ” ในการเดินต่อ โอปราห์ วินฟรีย์ (Oprah Winfrey) พิธีกรและเจ้าแม่สื่อชาวอเมริกัน เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้ในวันที่เธอยังไม่โด่งดังว่า เธอจะเป็นผู้หญิงผิวสีที่รวยที่สุดในอเมริกา และเธอจะใช้ชื่อเสียงของเธอช่วยเหลือผู้หญิงผิวสีที่ด้อยโอกาสให้มากที่สุด วินฟรีย์กล่าวว่าเป้าหมายของเธอในวันนั้น “ชัดเจน” และ “ยิ่งใหญ่” หรือนักพูดสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง โทนี่ ร็อบบิ้นส์ (Tony Robbins) เขียนเป้าหมายของเขาในวันที่เขา “เป็นหนี้” ก้อนโตไว้ว่า 6 เดือนหลังจากนี้ เขาจะมีเงินแสนเหรียญต่อเดือน ได้ทำงานที่เป็นที่ยอมรับและสามารถมีอิสระในการใช้ชีวิตตราบที่เขาต้องการ เคล็ดลับของเขาก็คือ ให้สร้างเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่ทำได้ด้วยการวางแผนที่ดีด้วยตัวเอง

แยก “เป้าหมาย” แต่ละเรื่องให้เป็นหมวดหมู่

เมื่อชีวิตมีหลายมิติ การตั้งเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้ Lady MIRROR เห็นภาพชีวิตที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องทำก็คือ ลองตั้งเป้าหมายแบบปีต่อปี ในแต่ละเรื่องของชีวิตดูนะคะ เช่น เป้าหมายทางการเงินของปีนี้ ต้องการมีเงินเก็บเท่าไร ใช้หนี้ในส่วนไหนให้หมด หรือหารายได้เพิ่มขึ้นจากทางไหนได้บ้าง การวางแผนทีละส่วน เป็นเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ของชีวิตซึ่งเมื่อประกอบรวมกันเป็นภาพใหญ่ จะทำให้คุณเห็นว่าเป้าหมายบางเรื่อง คุณอาจจะลงมือทำไปกว่าครึ่งทางแล้วเสียด้วยซ้ำ วิธีนี้จะช่วยให้คุณมีกำลังใจเดินต่อ เพื่อทำเป้าหมายอื่นๆ ให้สำเร็จทันเวลาในที่สุด

ให้รางวัลตัวเองแม้ยังเดินทางไม่ถึงเป้าหมาย

ไม่มีกำลังใจจากใครยิ่งใหญ่เท่ากับกำลังใจที่เราส่งให้ตัวเอง ทุกครั้งที่ทำแผนแต่ละขั้นตอนสำเร็จ จงให้รางวัลตัวเอง อาจจะเริ่มจากการดูแลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไปสปาดีๆ หรือท่องเที่ยวในที่ที่อยากไปมานาน หรือแม้กระทั่งซื้อของขวัญเล็กๆ ให้กับตัวเอง เพราะทุกความสำเร็จต้องการเฉลิมฉลอง แม้เป็นความสำเร็จก้าวเล็กๆ ก็ตาม เพราะนั่นจะนำมาซึ่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในที่สุดค่ะ

เมื่อคุณได้วางแผนทุกอย่างอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็ลงมือลงตามขั้นตอนเหล่านั้นเลย ที่สำคัญที่สุดคืออย่ากังวลว่าจะทำไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วทุกการพัฒนาตัวเองของคุณในแต่ละวันล้วนนำมาซึ่งความสำเร็จในทุกย่างก้าวของคุณอยู่แล้วค่ะ MIRROR ขอเป็นกำลังใจให้ผู้หญิงทุกคนนะคะ