• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

5 วิธีปลุกพลังในตัวเองเมื่อ "ถูกให้ออก"

14 พ.ค. 2563 14:00 น.

Highlight :

- "ถูกให้ออก" ไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง แต่ทุกคนมีปัญหาที่ต้องแก้และบริษัทที่คุณทำงานให้นั้นก็คงเป็นเช่นเดียวกัน เมื่อมองอย่างเข้าใจ จะทำให้คุณเห็นปัญหาได้ชัดเจนขึ้นและมองหาทางออกของปัญหาด้วยใจที่มั่นคงขึ้นด้วยเช่นกัน

- ดูแลกายเท่ากับดูแลใจ ทั้งสองอย่างนี้เกี่ยวข้องกันอย่างแยกกันไม่ขาด เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าใจแป้ว ท้อแท้ ห่อเหี่ยว ให้ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย ไม่ต้องหักโหม อาจจะเป็นการเดินเล่น เพื่อให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อน จิตใจจะผ่อนคลาย และปัญหาที่ดูใหญ่ก็จะเล็กลง

- มองให้เป็นข้อดีว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้จัดระบบการเงินเสียใหม่ แม้จะยังไม่มีรายได้เข้ามา แต่เราก็ยังมีทรัพย์สิน แม้ยังไม่มีทรัพย์สิน เราก็มีตัวเอง หัวใจ สองไม้สองมือ ที่จะสร้างเงินขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นการวางแผนให้ดีในวันที่ยังไม่มีเงิน จะช่วยให้คุณมีอนาคตทางการเงินที่มั่นคงและสดใสกว่าเดิม อย่าลืมหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น ธนาคาร หรืออ่านหนังสือเพื่อให้ความรู้ตัวเองในเรื่องนี้ด้วยนะคะ

การ "ถูกให้ออก" นั้นเจ็บปวด แต่จะเจ็บปวดกว่า ถ้าเรามัวแต่จมดิ่งอยู่กับปัญหาและปล่อยให้แต่ละวันผ่านไปอย่างไร้ความหมาย MIRROR ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้หญิงที่ "ถูกให้ออก" หลายๆ คน และพวกเธอก็มีกำลังใจที่จะเดินต่อกันอย่างเต็มที่ เราสัมภาษณ์พวกเธอเพื่อแชร์ให้กับ Lady MIRROR ที่มีประสบการณ์ร่วมกันเพื่อบอกให้รู้ไว้ว่า คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก

1. พบปะพูดคุยกับคนที่เรารักและไว้ใจ

นก ผู้จัดการร้านอาหาร "ถูกให้ออก" เพราะเงินเดือนเธอคือเงินก้อนใหญ่ที่หล่อเลี้ยงบริษัท สิ่งแรกที่เธอทำหลังจากถูกเรียกคุยคือโทรหาเพื่อนสนิทเพื่อระบายความในใจ "เขาทำได้ยังไง กับคนที่ทุ่มเททำงานให้กับบริษัทมากมายขนาดนี้" นกบอกกับเพื่อนสนิท เพื่อนของเธอรับฟังและปลอบประโลมอย่างเข้าใจ "มันทำให้ฉันก้าวผ่านความรู้สึกถูกปฏิเสธไปได้ อย่างน้อยก็ช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่าเมื่อบริษัทไม่เลือกเรา" นกบอกกับ MIRROR ว่า การได้คุยกับคนที่รักและเห็นคุณค่าเรา เป็นการเตือนตัวเองในวันที่แย่ที่สุดว่า เราเป็นที่รักเสมอและเราไม่ได้เดินในโลกอย่างโดดเดี่ยว

MIRROR recommends : ถ้าเราไม่มีคนที่ไว้ใจหรือเพื่อนสนิทที่สามารถโทรคุยได้ ให้ลองพูดคุยกับตัวเอง หรือเขียนบันทึก ลิสต์จุดเด่นจุดด้อยต่างๆ ที่เราเห็นในตัวเองอย่างจริงใจเพื่อพัฒนาและปรับปรุง เราจะเดินต่อไปด้วยความมั่นคงมากขึ้นค่ะ

2. กลับมาดูแลร่างกายของตัวเองให้ดี

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ตอนทำงาน ได้ทุ่มเทสุดตัวจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง นี่คือโอกาสที่ดีที่เราจะได้กลับมามีเวลาบาลานซ์ชีวิตอีกครั้ง  ฟ้า เป็นฝ่ายประสานงานบริษัทเวดดิ้ง ออแกไนเซอร์ เธอ "ถูกให้ออก" เพราะบริษัทไม่สามารถจ่ายเงินเดือนได้อีกต่อไป "ช่วงที่ยังไม่รู้จะทำอะไรต่อ เราอยู่ว่างๆ ที่บ้าน ก็เปิดคลิปสอนออกกำลังกายที่เคยได้แต่ดูแต่ไม่มีเวลาทำ ปรากฏว่าเพียงแค่ 30 นาทีที่เราทำตามคลิป เรารู้สึกสนุกมาก พอได้ออกกำลังกาย เราก็จะเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น เริ่มทำตามคลิปที่สอนเรื่องการเลือกรับประทานอาหาร พอถึงเวลาค่ำ ก็นอนหลับได้ง่ายขึ้น จากที่นอนไม่ค่อยหลับเพราะความกังวล ทำแบบนี้ได้ประมาณอาทิตย์หนึ่งแล้วก็รู้สึกว่า อยากทำต่อ รู้สึกว่าเฟิร์มขึ้น เหมือนได้จัดระเบียบชีวิตใหม่ ที่แปลกใจคือเรามีพลังในการหางานใหม่มากขึ้นด้วย"

MIRROR recommends : สำหรับสาวๆ ที่กำลังเริ่มออกกำลังกายลองติดตาม Instagram ของผู้หญิงสองคนนี้ ทำตามได้ง่ายและเห็นผลได้จริง

Emiwong สาวจีนในอเมริกากับท่าออกกำลังกายง่ายๆ ภายในเวลาสั้นๆ ทำตามทุกวัน เฟิร์มแน่ 

Loukkade วีเจลูกเกด จิรดา โยฮะรา สอนออกกำลังกายง่ายๆ ที่ไม่ทุกข์ทรมาน 

3. "ถูกให้ออก" ไม่ได้แปลว่าไร้ความสามารถ

เมื่อ "ถูกให้ออก" เราสามารถจมอยู่กับความผิดหวังได้ แต่ต้องให้โอกาสตัวเองได้ปล่อยความทุกข์นั้นเพื่อเดินต่อไป มีน กราฟฟิกสาวประจำเอเจนซี่โฆษณาชื่อดัง ผู้มีลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ "ถูกให้ออก" เนื่องจากบริษัทต้องการเก็บคนที่มีประสบการณ์มากกว่าไว้ ระหว่างที่เคว้งคว้าง นั่งเซ็งอยู่หน้าคอม เธอเห็นงานที่เธอทำไว้ มีน บอก MIRROR ว่าความคิดบางอย่างก็เกิดขึ้น "ถึงจะถูกให้ออกแต่ไม่ได้หมายความว่าเราหมดความสามารถนี่ เรายังมีทุกอย่างในตัวเองเหมือนเดิม การถูกปฏิเสธจากที่หนึ่ง ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนไร้สมรรถภาพเสียหน่อย" มีน จึงลุกขึ้นมาเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วประกาศในกรุ๊ปหางานของมหาวิทยาลัยที่เธอเป็นสมาชิกอยู่ "เราโพสต์รูปงานของตัวเองลงไป เพื่อหางานจากที่อื่น จังหวะนั้นเราแค่อยากรู้สึกว่า เรามีผลงานและอยากให้คนที่เข้าใจในผลงานของเราได้เห็น" มีน ยังไม่ได้งานประจำ แต่การโพสต์ในกรุ๊ปนั้นทำให้เธอได้งานฟรีแลนซ์เล็กๆ น้อยๆ ซึ่งถึงแม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับงานเก่าที่เคยทำ แต่ก็ทำให้มีนเห็นว่าตัวเองมีศักยภาพมากกว่าที่เคยเป็นมา 

MIRROR recommends : อย่าอายที่จะขายตัวเอง ลองมองว่าคุณมีผลงานใดที่น่าภูมิใจบ้าง อาจจะเป็นงานอดิเรกเล็กๆ ที่เคยทำตอนเรียน หรือความสามารถที่เคยนำไปใช้กับที่ทำงานเดิม ถ้ายังคิดไม่ออก ให้ลิสต์ความสามารถของตัวเองออกมาก่อน เช่น ประสานงานเก่ง จัดการได้ดี วาดรูปได้ เป็นต้น จากนั้นให้เขียนโอกาสหรือตำแหน่งงานที่เป็นไปได้ แล้วลงมือประกาศหาเองในกลุ่มเพื่อน หรือ Social Media ที่คุณมีได้เลย อาจจะนานหน่อยที่คนจะเจอคุณ แต่เชื่อเถิดค่ะว่าถ้าทำไปเรื่อยๆ วันหนึ่ง คุณจะเจองานใหม่ที่รอคอยอย่างแน่นอนค่ะ

4. มองหาโอกาสจากวิกฤติที่เกิดขึ้น

โรซ นักบินสาวจากสายการบินใหญ่แห่งหนึ่งถูกจ้างออก เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนัก ด้วยตำแหน่งเดิมที่เคยอยู่ในระดับที่สูงและเฉพาะทาง ทำให้เธองงกับชีวิตอยู่พักหนึ่ง "เราไม่เคยมีความคิดที่จะทำอาชีพอื่น เพราะอาชีพเดิมดูมั่นคงมาก เราเลยเป๋ไปพักใหญ่ ทางบ้านเห็นว่างๆ เลยชวนทำอาหารขาย เพราะคุณแม่มีสูตรคุกกี้ที่อร่อยมากที่เราทานมาตั้งแต่เด็ก เราก็เอามาปรับสูตร เลือกวัตถุดิบที่ดีขึ้น เลยทำให้คุกกี้สูตรคุณแม่กลายเป็นคุกกี้พรีเมียมคุณภาพระดับขึ้นห้าง" เธอเริ่มขายจากเพื่อนๆ ในโซเชียลมีเดียส่วนตัวก่อน เมื่อปากต่อปาก ออเดอร์ก็เยอะขึ้น "เราขายแพงนะ ถ้าเทียบกับตลาด แต่เราเลือกของดี และลูกค้าก็รับรู้ได้ ตอนนี้ก็คิดว่าจะมาเอาดีกับการสร้างแบรนด์แล้ว คงไม่กลับไปเป็นนักบินแล้ว อยากทำแบรนด์ดีๆ เข้าไปในห้างสรรพสินค้า ว่าแบรนด์ไทยไม่แพ้ใครเหมือนกัน"

MIRROR Recommends : ถ้ายังไม่มีเวลาไปเรียนหรือไม่มีสูตรเป็นของตัวเอง ลองเปิดหาสูตรจากหนังสือ หรือเว็บไซต์ต่างๆ (อ่าน คอร์สเรียนฟรีช่วงโควิด-19) ใช้เวลาว่างพัฒนาสูตรไปเรื่อยๆ ดูเทรนด์ของธุรกิจที่คุณจะทำว่าไปในทิศทางไหน แล้วลองปรับให้ตรงตามเทรนด์บ้างเพื่อให้ขายได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็ว

5. ศึกษาเรื่องการจัดการเงินและวางแผนการเงินใหม่

หนึ่งในปัญหาของคน "ถูกให้ออก" คือ มีเงินเก็บไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในแต่ละเดือน โดยเฉพาะถ้ายิ่ง ถ้ามีภาระต่างๆ ที่ต้องรับผิดชอบ จึงเกิดความเครียดที่หนักหน่วงยิ่งกว่าการตกงาน อร เป็นเลขาฯ ผู้บริหาร บอกกับ MIRROR ว่า "สิ่งแรกที่กังวลเลยคือ เดือนหน้าจะอยู่ยังไง เรามีภาระต้องผ่อนต้องดูแลมากมาย กลุ้มใจอยู่สักพัก ก็หาวิธีที่จะไปต่อ เราอ่านหนังสือเกี่ยวกับการจัดการการเงิน ฟังกูรูต่างๆ แล้วก็รู้ตัวว่าที่ผ่านมาเราไม่มีการจัดการเรื่องนี้เลย เราเป็นพนักงานออฟฟิศที่ใช้เงินเดือนแบบเดือนชนเดือน มีผ่อนรถ ผ่อนคอนโดฯ เราวางแผนไว้ว่าจะทำงานจนหมดภาระ เพราะบริษัทค่อนข้างมั่นคง" อร เริ่มหาช่องทางการบริหารจัดการเงินของตัวเอง เช่น ขอผ่อนผันหนี้สินกับธนาคารในส่วนที่ต้องผ่อน ลดรายจ่ายของตัวเองที่ไม่จำเป็น จดทรัพย์สินที่ตัวเองมีทั้งหมด ดูว่าอะไรพอที่จะขายระบายออกเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงตัวเองก่อนได้บ้าง "พอเริ่มศึกษา เราก็เริ่มเห็นลู่ทาง เราเป็นคนบ้าช็อปปิ้ง บางครั้งซื้อมาก็ไม่ได้ใส่ ก็เริ่มเอาเสื้อผ้าที่ยังสวยๆ อยู่มาขาย ขายถูกๆ ในโซเชียลนี่แหละ ด้วยความที่เป็นคนชอบพูดคุย เราก็พูดไปด้วย แต่งให้ดูไปด้วย ปรากฏว่าก็ขายได้ประมาณหนึ่ง ก็เลยเอาเงินส่วนหนึ่งไปต่อยอด ที่บ้านมีจักรเย็บผ้าเล็กๆ เราก็เปิดคลิปสอนเย็บมาสก์ ลองเย็บมาสก์แล้วไลฟ์ขาย เลือกผ้าน่ารักๆ ที่เราชอบ ปรากฏว่าขายดีค่ะ พอเริ่มมีเงินเข้า ก็เริ่มจัดการเงินใหม่ แบ่งสัดส่วนมากขึ้น มันยังไม่พอกับรายจ่ายที่เราต้องจ่ายหรอก แต่พอรู้ว่ามีเงินส่วนหนึ่งเก็บไว้ แม้จะยังไม่เยอะ แต่เราก็อุ่นใจ"

MIRROR recommends: หาข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารเงินส่วนบุคคลเบื้องต้นเพื่อนำมาวางแผนการเงินด้วยตัวเอง อาจจะลงคอร์สเรียนหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น

ใครที่ "ถูกให้ออก" ลองทำตามขั้นตอนทั้ง 5 นี้ดูนะคะ MIRROR เชื่อว่าเราทุกคนลุกขึ้นมายืนใหม่ได้เสมอ เราจึงอยากชวนทุกคนมาปรับกายปรับใจ เพื่อตั้งรับกับความเปลี่ยนแปลงและสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกันดีกว่า รับรองว่าผลลัพธ์ดีๆ รอคุณอยู่อย่างแน่นอนค่ะ