• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

รีวิว "Work from home" ในช่วงวิกฤติ "โควิด - 19" โดยทีม MIRROR

3 เม.ย. 2563 17:00 น.

เข้าสัปดาห์ที่สามของการ "Work from home" ของทีม MIRROR เพราะสถานการณ์ "โควิด - 19" ทำให้หลายคนในทีมเกิดไอเดียและกิจกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา ที่เป็นประโยชน์ของตัวเอง เราอยากส่งต่อความสุข และไอเดีย แง่คิดต่างๆ ในการใช้ชีวิตช่วงนี้เพื่อ Lady MIRROR จะสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันค่ะ

ฐาดิณี รัชชระเสวี ตำแหน่ง Editor

ตาราง "Work from home" ของตัวเอง 

ปกติจะเป็นคนที่มีตารางเวลาการทำงานของตัวเองที่ชัดเจน แต่การ "Work from home" ทำให้ต้องปรับตารางใหม่หมด ซึ่งช่วงแรกรวนมากๆ เพราะใช้เวลาทั้งหมดกับการทำงานทั้งวัน พอพักจากงานก็ต้องมาดูแลลูก การทำทุกอย่างแบบไม่มีเวลาหยุดพัก ทำให้หงุดหงิดกับคนรอบตัว พอเข้าสัปดาห์ที่สอง เลยมาจัดตารางอย่างละเอียดในแต่ละวันว่า เวลาไหน จะทำอะไรบ้าง และใช้เวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ นั้นกี่ชั่วโมง เวลาไหนต้องพัก เวลาไหนทำงาน เวลาไหนดูแลลูก และมีเวลาเลิกงานที่ชัดเจน จัดเวลาให้หลังเลิกงานเป็นเวลาส่วนตัวของตัวเอง วิธีนี้ทำให้ "Work from home" ได้อย่างมีความสุขมากขึ้น ทำงานได้หลายชิ้นในหนึ่งวันและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

การดูแลตัวเองช่วง "กักตัว" อยู่บ้าน

ช่วงแรกจะสนุกกับการสั่งอาหารมาทานมาก รวมถึงการคิดเมนูอาหาร แต่หลังๆ ก็เริ่มเลือกอาหารมากขึ้น ทานผักมากขึ้น ดื่มน้ำเยอะขึ้น การไม่ต้องรีบออกจากบ้าน ทำให้เรามีเวลากับลูกหรือครอบครัวมากขึ้น มีเวลานั่งสมาธิในตอนเช้ายาวขึ้น ทำให้คลายเครียดจากเหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงการได้อ่านหนังสือที่ซื้อเก็บไว้แล้วไม่มีเวลาได้อ่าน ก็ได้ทยอยอ่าน ให้อาหารสมอง ทำให้มีเรื่องมาเขียนหรือแชร์ให้กับผู้อ่าน MIRROR

ข้อดีที่ได้จากการ "กักตัว" อยู่บ้าน

คือการได้มีโอกาสอยู่กับความเปลี่ยนแปลง ทั้งของโลกที่เปลี่ยนไปในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่การทำงาน การกิน การนอน การมีปฏิสัมพันธ์กับคน ทำให้เราได้ถามตัวเองว่า ที่ผ่านมา อะไรบ้างที่ไม่จำเป็นในชีวิต ไม่มีก็ได้ ไม่เดือดร้อน อะไรบ้างที่จำเป็นและต้องรักษาไว้ การ "กักตัว" อยู่บ้านเหมือนเป็นการบังคับให้เราเลือกที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เราออกแบบเอง ซึ่งถ้าเราออกแบบดีๆ น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่เราแต่ละคนจะเติบโตในทุกๆ ด้านของชีวิตหลังจากนี้

Tips ส่วนตัวที่อยากแชร์

อยากให้ใช้โอกาสนี้ถามตัวเองว่า ชีวิตเราต้องการอะไรจริงๆ เป็นเวลาที่เราจะได้ฝึกตัวเองในหลายๆ เรื่อง เช่น ความอดทน ความใจเย็น ฝึกทำอาหาร หรือแม้กระทั่งจัดตู้เสื้อผ้า เลือกสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป ทำให้เราได้มีโอกาสกลับมาดูตัวเองใหม่ จัดระเบียบชีวิต จัดระบบ หาข้อดีในตัวเอง โฟกัสในสิ่งที่ทำได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราไม่ได้อยู่คนเดียว หรืออยู่กับตัวเองเยอะๆ เราจะไม่ค่อยได้มีโอกาสทบทวนสักเท่าไร ก็อยากให้ใช้โอกาสนี้ ฝึกฝนและโฟกัสในจุดที่ดีในตัวเองเยอะๆ เพราะเปิดมาเราจะได้มีวิทยายุทธ์ไว้สู้กับสิ่งที่ยากๆ ต่อไปค่ะ

มัทนียา โสวณะปรีชา ตำแหน่ง Senior Content Creator

ตาราง "Work from home" ของตัวเอง

ทำตารางเวลาชัดเจน ตั้งแต่เวลาเช็กอิน เช็กเอาต์ทำงาน เช้าตื่นมาต้องวางแพลนงาน เตรียมข้อมูลประชุม ปั่นงาน และสรุปการทำงานในช่วงเวลาเย็น ก็ถือเป็นวิธีการทำงานที่แปลกใหม่ สนุกสนานลงตัวไปอีกแบบ จากที่เคยเลิกงานไม่เป็นเวลา ทำไปเรื่อยๆ ดึกก็ยังอยู่ที่ทำงาน แต่การทำงาน "Work From Home" ทำให้ได้แบ่งเวลาการทำงานชัดเจนขึ้น ได้เนื้องานที่เป็นเรื่องเป็นราว อาจเป็นเพราะเราเปลี่ยนสถานที่ทำงาน บรรยากาศที่จำเจก็อาจเปลี่ยนไป แถมอยู่ต่างจังหวัด อาจได้เห็นมุมมองทางความคิดที่แตกต่างไปจากเดิมด้วย

การดูแลตัวเองช่วง "กักตัว" อยู่บ้าน

ชีวิตในต่างจังหวัด แตกต่างกับการอยู่กรุงเทพฯ มาก แต่อีกมุมหนึ่งก็ถือว่ามีชีวิตที่ดี โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ได้กลับมาใช้วัตถุดิบที่บ้าน นอกเหนือจากในตู้เย็น ก็มีตามสวนหลังบ้าน ตำลึงริมรั้ว รวมถึงผัก ผลไม้จากคนข้างบ้าน ทำให้ได้วัตถุดิบที่สดใหม่ นอกจากนี้เรายังได้ออกกำลังกายหลังเลิกงาน เริ่มด้วยการไปปั่นจักรยานขึ้นเนินขึ้นเขา แล้วกลับมา Work Out แบบแดนซ์กระจาย ไม่ว่าจะยูทูบ ตามเซเลบ ช่องครูสอนเต้น สอนโยคะ ก็ทำตามวนไปค่ะ

ข้อดีที่ได้จากการ "กักตัว" อยู่บ้าน

จากชีวิตคนเมือง เมื่อ "Work from home" ยาวๆ เราได้กลับมาทำงานอยู่บ้าน ทุกอย่างก็อาจจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากชีวิตที่เร่งรีบ กลายเป็นชีวิตที่ผ่อนคลาย จากวิถีนอนดึกตื่นสาย เปลี่ยนเป็นนอนเร็วตื่นเช้า อาหารการกินของพนักงานเงินเดือนก็ปรับเปลี่ยนด้วยนะ อาศัยอยู่ในเมืองหลวง อาหารอาจจะหลากหลายก็จริง แต่ที่เรากินก็อาจจะไม่ได้มีตัวเลือกมากนัก แต่ละวันมีอะไรก็หนีไม่พ้นตามสั่ง แต่พออยู่บ้าน ได้กินอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น แถมสะอาดสะอ้านมากขึ้นเพราะเราปรุงเอง นอนเร็วขึ้น ซึ่งจริงๆ ก็เป็นชีวิตที่ดีปกติ ที่เราหาคืนได้ยาก ถ้าไม่ได้ "Work from Home"

Tips ส่วนตัวที่อยากแชร์

หนึ่งในเรื่องราวที่อยากบอกเล่า หลังจากที่ "Work From Home" คือการได้ทำบุญตักบาตรในตอนเช้า ถ้าอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็ตื่นนอนแล้วไปทำงานเลย แถมส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยได้ทานอาหารเช้าด้วย ข้ามไปทานข้าวเที่ยงกันเลย การตื่นแต่เช้าคือกำไรชีวิต ใส่บาตร สวดมนต์  นั่งสมาธิบ้าง เกิดความรู้สึกนิ่งในจุดที่ไม่เร่งรีบ ชีวิตมันก็ Relax ขึ้น

วัชรพงษ์ กาญจนกฤต ตำแหน่ง Senior Content Creator

ตาราง "Work from home" ของตัวเอง

โดยส่วนตัวเคยทำงานเป็น Freelance มาก่อน จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับการทำงานที่บ้านและการจัดการกับตารางการทำงานได้อยู่แล้ว ในแต่ละวันจะมี Time frame ของตัวเองว่าจะต้องทำอะไรให้เสร็จในวันนั้นๆ บ้าง หลังจากตื่นนอนก็จะรีบจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับประชุมงานช่วงเช้า พอประชุมเสร็จก็จะเริ่มทำงานตามที่แพลนไว้ในแต่ละวัน เมื่อหมดวันก็จะมาสรุปงานของตัวเองและวางแผนงานในวันถัดไป ทีนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องผ่อนคลายกันบ้าง ส่วนตัวชอบดูหนัง ช่วงนี้ก็จะเลือกดูหนังที่เบาสมองหน่อย

การดูแลตัวเองช่วง "กักตัว" อยู่บ้าน

บางคนอาจจะคิดว่าไม่ต้องดูแลตัวเองมากเหมือนเดิมก็ได้ในเมื่อไม่ได้ออกไปไหน แต่ความจริงแล้ว ร่างกายและจิตใจของเรายังต้องการการดูแลเอาใจใส่เหมือนเดิม โดยส่วนตัวเป็นคนที่ดูแลตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะต้องออกจากบ้านรึเปล่า ถึงไม่ได้ออกไปไหนก็ยังทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทาครีมกันแดดเพราะรังสี UVA สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาได้ มาสก์หน้าก่อนนอนสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้ผิวพรรณและระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ อีกอย่างคือเป็นคนที่อยู่บ้านคนเดียว การดูแลทางด้านจิตใจสำคัญมาก เพราะเราขาดการติดต่อกับคนอื่นแบบเห็นหน้าไปเกือบ 100% เพราะฉะนั้น เมื่อเสร็จจากงานก็จะ Video Call กับเพื่อนๆ เพื่อผ่อนคลายและได้ติดต่อกับคนอื่นบ้าง

ข้อดีที่ได้จากการ "กักตัว" อยู่บ้าน

การไม่ต้องเดินทางฝ่ารถติดเพื่อไปทำงานที่ออฟฟิศ ทำให้เรามีเวลาในการทำงานมากขึ้น สองสัปดาห์ที่ผ่านมารู้สึกได้เลยว่าสามารถทำงานได้เสร็จเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของการใช้ชีวิตด้านอื่นๆ การได้อยู่บ้านทำให้ได้ทำอาหารทานเองมากขึ้น ซึ่งเราสามารถเลือกใช้วัตถุดิบหรือเมนูที่ดีต่อสุขภาพได้ บอกลาอาหารมันๆ ทอดๆ ไปได้เลย ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะ ชอบ! แต่มันทำยาก ครั้นจะสั่งมาทาน กว่าคนส่งจะมาส่ง มันก็ไม่กรอบแล้ว เลยกลายเป็นตัดอาหารพวก Junk Food ไปได้โดยอัตโนมัติ

Tips ส่วนตัวที่อยากแชร์

จัดตารางชีวิตตัวเองในช่วงนี้ให้ใกล้เคียงกับตารางการทำงานเดิม อย่าทำงานเพลินจนไปกินเวลาที่ควรจะพักผ่อน การทำงานที่บ้านทำให้เรานั่งติดอยู่กับที่มากกว่าเดิม ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพ ควรหาเวลาลุกจากเก้าอี้ไปทำโน่นทำนี่บ้าง และเมื่อเสร็จงาน ไหนๆ เราก็มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้นแล้ว ลองหากิจกรรมหรืองานอดิเรกใหม่ๆ ทำดู เพื่อฆ่าเวลาและสร้างทักษะใหม่ๆ ให้กับตัวเอง ใครจะรู้คุณอาจจะค้นพบความสามารถใหม่ๆ ในตัวเองที่คุณนึกไม่ถึงมาก่อนก็ได้

ถวิกา ไพบูลย์ ตำแหน่ง Graphic Designer

ตาราง "Work from home" ของตัวเอง

ตื่นนอนตอนเช้า เช็กอินวางแผนการทำงานของแต่ละวัน เรียงลำดับความสำคัญก่อน-หลังของงานให้ดีจะได้ไม่หนักเราทีหลัง ทำให้เรามีเวลาทำงานอย่างอื่นให้เสร็จก่อนเวลา ตอนเย็นหลังจากเช็กเอาต์เสร็จผ่อนคลายด้วยการออกไปรดน้ำต้นไม้และดูแลสวน

การดูแลตัวเองช่วง "กักตัว" อยู่บ้าน

ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ และตลอดเวลาที่นั่งทำงาน ยิ่งช่วงนี้อากาศร้อนร่างกายจะต้องการน้ำทดแทนมากขึ้น ควรเดิมน้ำอุณหภูมิห้องปกติ แถมยังดีต่อสุขภาพ จริงๆ เป็นคนนอนดึกปกติ ยิ่ง "Work from home" ยิ่งนอนดึกแต่ก็จะดูแลตัวเองด้วยการบำรุงผิวด้วยครีมที่เราใช้เป็นประจำ เป็นคนไม่ชอบออกกำลังกาย ช่วงนี้เลยมีเวลาทำอาหารกินเองที่บ้าน เพราะปกติจะซื้อกินจากข้างนอก

ข้อดีที่ได้จากการ "กักตัว" อยู่บ้าน

ลดเวลาการเดินทาง ทำให้ได้ชิ้นงานมากขึ้น และมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น เพราะไม่ต้องตื่นเช้า และกลับถึงบ้านดึกมากขึ้น ทำอาหารถูกสุขอนามัย เพราะทำเองและสะอาดแถมได้สุขภาพ ซึ่งข้อดีสำหรับเราก็คือ 
- ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่น น้ำมันรถ
- มีเวลาดูแลบ้านมากและสวนมากขึ้น
- ผ่อนคลายตัวเองเยอะขึ้น เช่น การดูหนังและซีรีส์หรือทำงานอดิเรก

Tips ส่วนตัวที่อยากแชร์

ในสถานการณ์แบบนี้ ก็ทำให้เราได้ทำอะไรแบบที่อาจจะไม่ค่อยได้ทำ เช่น การดูแลทำความสะอาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ หรือแม้แต่ซื้อของมาไว้ทำอาหารกินเอง มีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้ดูซีรีส์ที่ใครๆ บอกว่าสนุก

ดวงพร เจียรสุธรรมพร ตำแหน่ง Content Creator

ตาราง "Work from home" ของตัวเอง

เนื่องจากตัวเองเป็นคนที่ตื่นเช้า และนอนไว การทำงานที่บ้าน จึงเริ่มจากการตื่นนอนก่อนเวลาทำงาน เพื่อมาจัดตารางตัวเองว่าวันนี้จะทำอะไร ก่อนการเริ่มประชุม และพอหลังจากประชุม ก็จะทานข้าว และมาทำงานที่ต้องทำให้เสร็จ จะได้มีเวลาออกกำลังกาย และอ่านหนังสือ เพื่อหาไอเดียในการทำงานในวันรุ่งขึ้น

การดูแลตัวเองช่วง "กักตัว" อยู่บ้าน

สำหรับช่วงนี้ การอยู่บ้านทำให้สามารถจัดการตัวเองได้มากขึ้น ทำให้เริ่มหันมาออกกำลังกายได้ง่ายขึ้น เพราะปกติเป็นคนไม่ชอบออกกำลังกาย แต่พอเรามีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น เลยทำให้เราเริ่มหันมาใส่ใจตัวเอง และสามารถเลือกกินของที่มีประโยชน์ได้ เพราะเราอยู่บ้านและทำอาหารกินเอง ทำให้สุขภาพช่วงนี้จะดีขึ้นกว่าเดิม

ข้อดีที่ได้จากการ "กักตัว" อยู่บ้าน

เริ่มจากการลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในเรื่องของการเดินทาง แถมยังไม่ต้องเสียเวลารถติดในตอนเช้าและตอนกลับบ้าน ทำให้เรามีเวลาเพิ่มขึ้น และนำเวลาตรงนั้น มาทำอะไรเพื่อตัวเอง อย่างการออกกำลังกาย ทำอาหาร และมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น

Tips ส่วนตัวที่อยากแชร์

จริงๆ แล้ว การอยู่บ้านมันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออะไร เราสามารถหากิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม ทำเพื่อฆ่าเวลาได้ บางครั้งเราอาจได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือค้นพบศักยภาพตัวเอง จากการมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้นก็ได้ แต่ถ้าใครเบื่อหรือเหงา ลองทำกิจกรรมอื่นๆ แบบที่ไม่เคยลองทำดู จะได้รู้ว่าความจริงแล้ว มันมีอะไรอีกเยอะที่รอเราไปค้นพบ

วรรณิภา จันพุดซา ตำแหน่ง Content Creator

ตาราง "Work from home" ของตัวเอง

ช่วงนี้ต้องออกตัวก่อนว่าตัวเองนอนดึกกว่าปกติเยอะมาก ฉะนั้น ก่อนนอนเราเลยพยายามแพลนตารางชีวิตของวันพรุ่งนี้ไว้ให้จบว่าในหนึ่งวันเราต้องทำอะไรบ้าง เช่น ประชุมตอน 10.00 น. กับ 17.00 น. นะ หลังประชุมต้องออกกำลังกาย ห้ามกินข้าวเช้าเกิน 11.00 น. เป็นต้น ซึ่งเหตุผลที่เราต้องกำหนดเวลาอย่างชัดเจน เพราะเราอยากจัดเรียงลำดับความสำคัญของงาน หรือสิ่งที่เรากำลังจะทำ เราจะได้เอาเวลาที่นอกเหนือจากที่เรากำหนดไว้ไปทำอย่างอื่นๆ ไม่ว่าเป็น การคิดงาน อ่านหนังสือ หรือหาแรงบันดาลใจ

การดูแลตัวเองช่วง "กักตัว" อยู่บ้าน

เราว่าช่วงเวลานี้มันเหมาะมากๆ เลยนะ ที่เราจะได้หันกลับมาสนใจดูแลร่างกายของตัวเอง เพราะแค่คาร์ดิโอ หรือเวทเทรนนิ่งบ้างประมาณ 30-45 นาทีบ้างทุกวัน ก็ช่วยให้ร่างกายของเราเฟิร์มขึ้นแล้ว ซึ่งสำหรับใครที่ไม่ชอบออกกำลัง ลองสร้างชาเลนจ์ใหม่ๆ ให้ตัวเองดู คิดว่ามันเป็นเกมที่เราต้องผ่านด่านมันไปให้ได้ มันก็จะสนุกขึ้น และไม่ทำให้ใจของเราห่อเหี่ยวเมื่อรู้ว่าถึงเวลาของการฟิตแอนด์เฟิร์ม

ข้อดีที่ได้จากการ "กักตัว" อยู่บ้าน

ต้องบอกว่าทุกอย่างมีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าจะให้บอกถึงข้อดีที่ตัวเองมองเห็นในตอนนี้เลยส่วนตัวมองว่ามันลดปัญหาเรื่องของการเดินทางไปได้มาก อาจจะมีเหงาบ้างนิดหน่อย เพราะไม่ได้เจอเพื่อนร่วมงาน แต่ก็ทำให้เรามีสมาธิกับการทำงานได้มากขึ้น มีช่วงเวลาผ่อนคลาย หากิจกรรมอื่นๆ ทำเมื่อคิดงานไม่ออก แบบไม่ต้องเกร็งมากกว่าที่เคย หรือบางวันอยากจะตื่นขึ้นมานั่งทำงานแบบยังไม่ได้อาบน้ำ หัวยุ่ง ผมชี้ฟูเราก็สามารถทำได้เลย

Tips ส่วนตัวที่อยากแชร์

ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบอยู่บ้าน ชอบอยู่คนเดียว แต่ด้วยเหตุการณ์ช่วงนี้ การอยู่คนเดียวมันเลยรู้สึกไม่สบายใจเหมือนเคย ตอนนี้เรารื้อตู้เสื้อผ้าออกมาจัดใหม่หมดเลย ตัวไหนที่ใส่บ่อยก็เอามาแขวน รีดให้เรียบร้อย ส่วนตัวไหนที่คิดว่าจะไม่ใส่อีกแล้ว ก็จับพับใส่กระเป๋าเดินทาง เพื่อรอเวลาส่งต่อ ซึ่งการรื้อตู้เสื้อผ้า จัดระเบียบใหม่ ทำให้เราเจอไอเทมที่หลงลืมและเอามันกลับมาสร้างสีสันให้กับชีวิตในช่วงนี้ได้ดีเลย ยกตัวอย่างเช่น เสื้อปาดไหล่สีขาวที่ซื้อไว้เกือบ 2 ปี ที่เมื่อวันก่อนขุดมาใส่ แล้วตั้งกล้องถ่ายรูปเล่น ก็พาให้พอลดความเบื่อไปได้ชั่วขณะได้เหมือนกัน หรือการนั่งสมาธิ มีสติกับลมหายใจ ทบทวนเหตุการณ์ของวันนั้นๆ ทุกวันก่อนนอน ก็ช่วยให้เรามีสติมากขึ้นเมื่อต้องตื่นนอนมาทำงานในเช้าวันถัดไปได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งนาน แต่นั่งแค่ให้เรารู้สึกสงบ และผ่อนคลายก็พอ

ได้ไอเดียกันไปแล้ว MIRROR อยากฟังจากคุณบ้าง ส่งอีเมลแชร์มาได้ทาง mirror@trendvg3.com หรือตามไปคอมเมนต์ใน Facebook page : Ladymirror.co กันด้วยนะคะ 

by ดวงพร เจียรสุธรรมพร (บี)

ให้คุณใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็น

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

How to ปราบ "สิวเสี้ยน" เพื่อผิวเนียนสวย