• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

รีวิว 7 "สกินแคร์" ตัวเด็ดที่บรรณาธิการ MIRROR ใช้แล้วอยากบอกต่อ

12 มิ.ย. 2563 19:08 น.

Lady MIRROR ทุกคนเป็นกันไหมคะ อยากผิวสวย แต่เดินไปในห้าง ไม่รู้จะซื้อตัวไหนดีเพราะมีมากมายไปหมด ตั้งแต่ถูกจนแพง พี่เกด ฐาดิณี รัชชระเสวี บรรณาธิการ MIRROR เลยขอรวบตึง 7 "สกินแคร์" ที่ใช้เอง ลองเอง และได้ผลจริงมาบอกต่อเพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจของสาวๆ อ่านแล้วรู้สึกอยากลองตัวไหน พุ่งไปที่เคาน์เตอร์เลย ประหยัดเวลาไปได้เยอะค่ะ

1. Jungsaemmool Essential Mool cleansing : เลือกมาสองตัวคือ Cleansing Oil กับ Cleansing Foam เพราะว่าต้องใช้คู่กัน

เนื้อสัมผัส : Jungsaemmool cleansing oil : เป็นคลีนซิ่งเนื้อออยล์ที่สัมผัสบางเบากว่าตัวอื่นๆ ที่เคยใช้มา เพราะส่วนใหญ่ คลีนซิ่งที่เป็นออยล์เนื้อจะหนักติดหน้า แต่ตัวนี้คือเบาใกล้เคียงกับน้ำหรือครีมเลยค่ะ นวดๆ ที่หน้าจะรู้สึกสบายเพราะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ล้างได้ดี มาสคาร่ากันน้ำนี่คือออกมาดำรอบตาเลย พอนวดเสร็จเอาน้ำล้างออก ออยล์จะเปลี่ยนเป็นน้ำนม คราบต่างๆ ก็หลุดตาม ส่วนตัวจะใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดคราบอีกที เพราะเคยเจอปัญหาใช้ออยล์ล้างหน้าแล้วสิวอุดตัน พอเช็ดเสร็จจะรู้สึกว่าหน้าเบาโหวงเลย

เหมาะกับ : คนที่แต่งหน้าทั้งเบาและหนัก โดยเฉพาะเวลาที่ใช้รองพื้น อายแชโดว์ ล้างทีเดียวหลุดเลย แต่ถ้าเป็นมาสคาร่าประเภทติดทน อาจจะต้องใช้เวลาในการนวดออก แล้วเช็ดด้วยสำลีอีกรอบเพื่อไม่ให้เป็นคราบรอบดวงตา ถ้าผิวแพ้ง่ายหรือสิวขึ้นง่าย แนะนำให้ลองถามที่เคาน์เตอร์ก่อนเพราะว่ามีส่วนผสมของออยล์ อาจจะทำให้เกิดสิวอุดตันได้

ให้คะแนน : 9/10 หักหนึ่งคะแนนเพราะว่าส่วนตัวเป็นคนชอบทำอะไรในขั้นตอนเดียว แต่ด้วยความกังวลเรื่องสิวอุดตัน เลยคิดว่าต้องล้างต่อด้วยโฟม เป็นการเพิ่มขั้นตอนไปอีกนิดนึง

ราคา 200 ml. 1,400 บาท

2. Jungsaemmool Essential Foam : โฟมตัวนี้เห็นข้างนอกก็เฉยๆ คิดว่าจะเหมือนโฟมล้างหน้าทั่วไป เพราะทางแบรนด์บอกว่าเป็นฟองนุ่มๆ เลยคิดไปก่อนว่าล้างหน้าเสร็จอาจจะทำให้หน้าแห้งได้ แต่ปรากฏว่าเซอร์ไพรส์มากๆ เพราะล้างหน้าเสร็จ นอกจากหน้าจะไม่แห้งแล้ว ยังรู้สึกว่าผิวเบาสบาย หน้ากระจ่าง (จริงๆ ไม่ได้โม้ค่ะ) คือผิวดูสว่างขึ้น ตามคอนเซปต์ Glass Skin ของแบรนด์รึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ใช้ดีมากๆ แอบไปอ่านส่วนผสมเห็นว่ามี Hyaluronic Acids ด้วย ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมใช้แล้วผิวดูสุขภาพดีตั้งแต่ครั้งแรกเลย 

เหมาะกับ : คนที่ไม่ค่อยแต่งหน้า หรือแต่งหน้าอ่อนๆ ส่วนตัวเป็นคนผิวขาดน้ำไม่ถึงกับแห้ง แต่มีความมันช่วงทีโซน รู้สึกว่าใช้แล้วหน้าไม่แห้งเลย ต่อให้ไม่ได้ทาครีมต่อก็ไม่แห้งตึง ส่วนคนผิวมันมากไม่แน่ใจว่าเอาอยู่รึเปล่า โดยรวมแล้วถ้าไม่ได้ล้างเครื่องสำอางหนักๆ ตัวนี้แนะนำเลยค่ะ ถ้าแต่งหน้าหนักก็ใช้ออยล์ก่อนแล้วตามด้วยตัวนี้ จบข่าว หน้าสะอาดสดชื่นสุดๆ

ให้คะแนน : 10/10 ให้สิบเลยเพราะรู้สึกว่าเป็นโฟมล้างหน้าที่ดีที่สุดตั้งแต่ใช้โฟมมา แนะนำและอยากบอกต่อเลยค่ะ

ราคา 150 ml. 950 บาท

3. Banila Co. Clean it Zero Cleansing Nourishing Balm : ปกติไม่ได้เป็นคนอินกับแบรนด์เกาหลีเท่าไร ด้วยอายุผิวและเฉดสีผิว แต่ตัวนี้เป็นบาล์มที่ใช้แล้วเลิฟเหมือนกัน เพราะสามารถล้างไพรเมอร์และคุชชั่นหนาๆ ได้สะอาดหมดจด (ไม่เชื่อ แนะนำให้ไปลองที่เคาน์เตอร์แบรนด์ได้เลย) กลิ่นไม่แรงมาก มีเคยไปลองบาล์มหลายชิ้นที่กลิ่นหนักๆ เหมือนน้ำมัน แต่ตัวนี้เบามาก พอนวดไปกับผิว เหมือนตัวบาล์มจะค่อยๆ ดึงเอาเครื่องสำอางออกมา พอใช้น้ำคลึงเพิ่มก็ล้างออกสะอาดมาก ตัวนี้ดีตรงที่ไม่ต้องใช้โฟมตาม พอล้างออกรู้สึกหน้าสะอาด ไม่แห้งตึง

เหมาะกับ : สีเหลืองเหมาะสำหรับคนผิวแห้งหรือผิวบอบบาง แนะนำให้ลองใช้ตามสภาพผิวของตัวเองเพราะบาล์มแต่ละตัวจะถูกแบ่งตามสภาพผิวของคนใช้อยู่แล้ว  

ให้คะแนน : 8/10 หักเรื่องราคาเพราะถ้าเทียบกับขนาดแล้วรู้สึกว่าแพงไปนิดเพราะไม่ได้ใช้ได้ทุกโอกาส จะใช้เมื่อแต่งหน้าหนักหน่อยเท่านั้น

ราคา 100 ml. 1,090 บาท

4. Sunday Riley Juno Antioxidant + Superfood Face Oil : เป็นการเปิดตัวที่ดีสำหรับคนที่อยากใช้ Face Oil แต่ยังไม่กล้า ตัวนี้ได้มาแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะได้ยินชื่อเสียงของ Sunday Riley อีกตัวที่เป็น Night Oil ปรากฏว่าดี ใช้ครั้งแรกก็ยังไม่เห็นผลมาก แต่พอใช้ไปประมาณ 1 สัปดาห์ สัมผัสได้เลยว่าผิวแน่นขึ้น รู้สึกว่าผิวกระจ่างขึ้น อาจจะเป็นเพราะมีวิตามินหลายตัว โดยเฉพาะวิตามินซี ในรีวิวบอกว่าใช้แล้วรูขุมขนลดลง ส่วนตัวไม่รู้สึกตรงนั้นแต่เห็นชัดได้ถึงความผิวสุขภาพดีที่สามารถเปลือยหน้าได้ ไม่ต้องอายใคร

เหมาะกับ : คนที่อยากทดลองใช้ face oil คนที่หน้าแห้งหรือผิวไม่มันมาก แนะนำให้ใช้ขวดแรกแล้วสลับไปใช้ตัวอื่นเพื่อให้ผิวไม่ชินกับตัวใดตัวหนึ่ง โดยเฉพาะวิตามินซีที่อาจจะทำให้ผิวบอบบางลงได้หากใช้บ่อยๆ

ให้คะแนน : 8/10 กลิ่นไม่ได้หอมหวนชวนผ่อนคลายเท่าไรนัก และราคาค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับปริมาณ ถึงจะใช้ทีละหยดสองหยดก็เถอะ ขอหักหน่อยนะคะ

ราคา 15 ml. 1,370 บาท

5. Jyunka Blanc : แบรนด์สกินแคร์ที่ไม่ใช่เคาน์เตอร์แบรนด์ แต่เป็นที่นิยมในหมู่เซเลบสาวๆ มีทรีตเมนต์พิเศษๆ สำหรับผู้หญิงที่อยากดูแลตัวเอง ออกมาหน้าใสกิ๊งเหมือนได้ผิวมาใหม่ ตอนไปทำทรีตเมนต์ทางแบรนด์บอกว่าตัวนี้ดีมาก เลยใจง่าย สอยมาด้วย ทั้งๆ ที่ปกติไม่ได้ให้ความสำคัญกับความผิวขาวหรือใดๆ แต่ทางผู้เชี่ยวชาญแบรนด์บอกว่าตัวนี้ไม่ได้เน้นหน้าขาว แต่เน้นการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เพราะโดยปกติแล้วใบหน้าของเราจะโดนแสงไม่ทั่วทำให้เกิดอาการสีผิวไม่เท่ากัน จุดด่างดำก็จะเกิดขึ้นด้วย ตัวนี้จะช่วยปรับสภาพผิวให้ผิวดูสว่าง ใช้ครั้งแรกยังไม่เห็นผลนะคะ แต่ชอบความเนื้อบางเบาและกลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนกับอยู่ในสปา แต่พอใช้ไปเรื่อยๆ มีคนทักว่าหน้าใสขึ้นไปทำอะไรมา (อันนี้ดี!) เลยติดใจ ใช้มาสองสามรอบแล้ว ยังชอบอยู่ค่ะ

เหมาะกับ : คนที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือผิวที่ออกแดดบ่อยๆ และมีจุดด่างดำหรือรอยด่างจากแดดหรือน้ำทะเล

ให้คะแนน : 9/10 ราคาแพงนะ แต่ใช้แล้วคุ้มกับผิวที่แข็งแรงขึ้น กระจ่างใสขึ้น

ราคา 50 ml. 4,850 บาท

6. Your Good Skin SPF30 Anti-Oxidant Day cream : ใครบอกว่าของดีต้องแพงเสมอไป ตัวนี้เป็นแบรนด์ของ Boots ที่ตั้งต้นมาจากความต้องการของผิวผู้หญิงที่เปลี่ยนไปตามวัยและมลภาวะ เป็นครีมที่มีส่วนผสมของกันแดด เนื้อจึงมีความเข้มข้นให้อารมณ์เหมือนเวลาทาครีมกันแดด แต่เนียนซึมไปกับหน้า ทาแล้วรู้สึกว่าหน้าชุ่มชื้น สว่างๆ อารมณ์เพิ่งมาสก์หน้ามาใหม่ๆ 

เหมาะกับ : คนที่เร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลาประทินผิวมาก หรือคนที่อยากพักหน้าช่วงเสาร์อาทิตย์ ตัวนี้ตัวเดียวเอาอยู่ ทาแค่ไพรเมอร์ คุชชั่น หรือจะแค่แป้งฝุ่นก็จบ อาจจะไม่เหมาะกับคนผิวมันมากๆ เพราะมีความมันวาวอยู่แล้ว แต่คนผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำใช้ดีเลยค่ะ

ให้คะแนน : 8/10 ราคาดี ใช้ดี แต่ไม่ได้มีผลต่อริ้วรอยอะไรมากนัก เลยหักตรงนี้สำหรับผู้หญิงอายุเลยเลขสามอาจจะต้องใช้ตัวช่วยอื่นๆ

ราคา 75 ml. 520 บาท 

7. Aesop Lucent Facial Concentrate : เซรั่มตัวดังของ Aesop ที่ขอบอกว่าสวยรูปจูบหอมของจริง ตัวเซรั่มเนื้อหนึบๆ แต่พอทาลงผิวจะซึมไวมาก ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นเพราะ Aesop ขึ้นชื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว ตัวนี้ช่วยฟื้นฟูผิว พวกผดผื่นสิวเล็กๆ ค่อยๆ หายไป ใช้ไปประมาณสัปดาห์หนึ่งจะรู้เลยว่าผิวแข็งแรงขึ้น เนียนขึ้นและใสขึ้น อันนี้คือผลที่เห็นชัดเจน สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน จะใช้เดี่ยวๆ แล้วลงกันแดด หรือใช้คู่กับตัวอื่นๆ ของเขาก็ได้ (ตอนซื้อ ซื้อคู่กับ Aesop Parsley Seed Anti-Oxidant Serum สองตัวนี้ทรงพลังมาก แต่ส่วนตัวเลิฟอันนี้มากกว่าค่ะ) 

เหมาะกับ : ทุกสภาพผิวเพราะเซรั่มซึมเร็วมาก ผิวแพ้ง่ายอาจจะต้องเช็กกับทางแบรนด์ก่อน

ให้คะแนน : 10/10 หมดแล้วซื้ออีกมาหลายรอบแล้ว บางทีก็ใช้โปะหน้าเป็นมาสก์ก่อนนอนไปเลย ตื่นมาหน้าสดได้ทันที

ราคา 100 ml. 3,950 บาท 

Lady MIRROR คนไหนมีตัวที่เลิฟๆ อยู่ อย่าลืมแชร์มาให้เรารู้บ้างนะคะ รอบหน้าพี่เกด บรรณาธิการของเราจะมารีวิวอะไรติดตามได้ทาง MIRROR ค่ะ

ห้ามพลาด! สินค้าเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์ รีบไปเลือกช็อปสินค้าได้ก่อนใครที่นี่ ส่วนลด Konvy เท่านั้น

by ฐาดิณี รัชชะเสวี

บรรณาธิการ MIRROR

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

สกินแคร์เอาใจคนมี "สิว" ได้เวลาทวงคืนผิวสวย