• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

เทคนิคปรับตัวให้อินกับ "เทรนด์สุขภาพ2020"

12 ก.ค. 2563 14:00 น.

"เทรนด์สุขภาพ2020" ที่มาแรงมากๆ คือการสร้างสมดุลให้ชีวิตระหว่างการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างอาหารที่เป็น Plant-Based food คือไม่มีส่วนประกอบของสัตว์ รวมถึงอาหารบำรุงสมองก็กำลังอินแบบสุดๆ ไปเลย ซึ่งนอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้คุณเป็นสาวสายสุขภาพแห่งปี 2020 ก็คือการดูแลร่างกาย ออกกำลังกายและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ได้อ่านตามนี้แล้ว Lady MIRROR หลายคนอาจจะถอดใจว่าทำไมการที่จะอินกับ "เทรนด์สุขภาพ2020" นี้ มันฟังดูยากเย็นเหลือเกิน เพราะต้องปรับเปลี่ยนตัวเองหลายอย่าง อย่าเพิ่งท้อแท้ไปค่ะ MIRROR อยากจะบอกว่าที่จริงแล้วการปรับตัวให้เป็นสาวสายสุขภาพนั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดกันเลย ขอแค่รู้เทคนิคแล้วเอาไปปรับใช้ รับรองใครๆ อินกับเทรนด์สุขภาพ 2020 กันได้ง่ายๆ เลย

ปรับทัศนคติของตัวเองก่อน

อันดับแรกเลยที่เราอยากให้สาวๆ Lady Mirror เริ่มทำเลยคือการปรับทัศนคติก่อนว่าการที่เราอยากจะเป็นสายเฮลตี้นั้นก็เพื่อเรื่องสุขภาพที่ดี กับการมีสุขภาพที่เเข็งแรงแบบยาวๆ ไม่ใช่เพื่อการลดความอ้วน เพราะฉะนั้นเราต้องทราบว่าการปรับเปลี่ยนนั้นจะเป็นในแบบระยะยาว เป็นกิจกรรมที่เราต้องค่อยๆ สร้างจนเป็นนิสัย ไม่ใช่กดดัน หักโหม หรือหักดิบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเร็วๆ เพราะวิธีหักดิบเหล่านั้นจะทำได้ไม่นานและสุดท้ายเราก็จะท้อแท้และล้มเลิกไปในที่สุด เพราะฉะนั้น เรามาปรับทัศนคติกันใหม่สักหน่อยด้วยการวางแผนระยะยาวว่าเราจะปรับตัวไปเป็นสาวสายสุขภาพรับ "เทรนด์สุขภาพ2020" ไปเพื่ออะไรกัน จากนั้นให้ลองเปลี่ยนทีละนิด หาวิธีที่เวิร์กกับตัวเอง ให้เวลาและให้อภัยตัวเองในวันที่ยังทำไม่ได้ บอกตัวเองไปเลยว่า "I Can Do It ฉันทำได้ท่องไว้แล้วลงมือทำ รับรองว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

MIRROR recommends : ลองไปส่อง Instagram ของสาวๆ เหล่านี้ดู คุณจะได้แรงบันดาลใจมากมายเชียวล่ะ

เริ่มต้นด้วยวิธีง่ายๆ อย่าเพิ่งกดดันตัวเองมากจนเกินไป

เราเชื่อว่าทุกคนรู้ว่าเมนูสายเฮลตี้มีอะไรบ้าง และต้องปฏิบัติตัวยังไงกันบ้าง ซึ่งแต่ละวิธีนั้นช่างเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการใช้ชีวิตแบบปกติของทุกคน เพราะฉะนั้นเเล้วเมื่อเราคิดจะเริ่มต้น อย่างที่บอกว่าอย่าเพิ่งหักโหมมากจนเกินไป อย่าปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต หรือวิถีการกินไปซะหมด ไม่อย่างนั้นจะทำให้เรารู้สึกว่าเป็นอะไรที่ยากจนทำให้เราไม่อยากจะทำต่อ ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เปลี่ยนทีละข้อ โดยที่เริ่มจากทำเช็กลิสต์สิ่งที่ง่ายๆ ก่อน MIRROR แนะนำให้ลองเขียนออกมาเป็นลิสต์อาหารหรือพฤติกรรมที่ควรลด ละ เลิก ยกตัวอย่างเช่น เลิกกินนำ้อัดลม หรือปรับเวลาการกินอาหารเย็นให้เร็วขึ้น ลดเมนูอาหารจำพวกแป้งและนำ้ตาลเยอะๆ ออกก่อน ทำทีละอย่างหรือทำทีละมื้อ พอเริ่มอยู่ตัวหรือเคยชิน ก็ค่อยๆ ขยับไปทำในข้ออื่นๆ วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงมันโหดเกินไปจนท้อแท้ไปในที่สุด ตรงกันข้าม การทำทีละนิดทีละหน่อยจะค่อยๆ ปรับให้คุณสามารถทำในสิ่งที่ยากขึ้นด้วยความสนุกและท้าทายมากขึ้น ยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งมีกำลังใจ เพราะฉะนั้นต้องให้กำลังใจตัวเองให้ไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้นะคะ

MIRROR picks : ไปดูเมนูน่าอร่อยได้ใน Instagram ของ Healthy Blogger เหล่านี้นะคะ

มื้อเช้าสำคัญที่สุด !!!

ทุกคนรู้ ฉันรู้ว่าอาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด แต่หลายคนก็แอบละเลยเพราะตอนเช้าเป็นชั่วโมงเร่งรีบ สาวๆ บางคนบอกว่าแค่ไปทำงานให้ทันกับกาแฟแก้วเดียวก็เก่งแล้ว นี่แหละเราอยากจะบอกว่าอันนี้คือการท้าทายตัวเองข้อสำคัญเลยล่ะ อาจจะลองตื่นเช้าขึ้นสักนิด หรือเพิ่มขนมปังมาสักหนึ่งชิ้นก็ได้ หลังจากที่ปรับเปลี่ยนอะไรเล็กๆ น้อยๆ มาได้เเล้วก็ค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนของอาหารเป็นสัดสวนที่ใหญ่ขึ้น เช่น แซนด์วิชหรือโจ๊กถ้วยเล็กๆ คุณจะพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เลยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้น Lady MIRROR คนไหนอยากอินกับ "เทรนด์สุขภาพ2020" แบบไวๆ การปรับตัวเองให้ตื่นขึ้นมากินอาหารเช้าให้ทันในทุกวันคือสิ่งที่ต้องทำให้ได้เลยล่ะ

MIRROR picks : อาหารเช้าแบบไทยๆ เรานี่แหละ เริดสุด! ตามไปดูเมนูและท่าออกกำลังกายแจกฟรีของของสาวคนนี้ได้เลย

หรือถ้าใครจะมาสายอาหารฝรั่งหรือเอเชียน ก็ตามไปดู Food Blogger ชื่อดังจากนิวยอร์กคนนี้ค่ะ

ปรับเมนูอาหารเช้าให้เป็นเมนูสร้างพลัง

เมื่อปรับตัวมาทานอาหารเช้าได้ทุกวันแล้ว ให้ลองทำเมนูสร้างพลังเพื่อให้คุณกลายเป็นสายสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ เมนูอาหารเช้าอย่างที่รู้ๆ กันตามกฎของสายเฮลตี้ก็ควรจะต้องกินอะไรที่มีประโยชน์อย่างพวกโยเกิร์ตเอย ธัญพืชเอย ข้าวกล้อง สลัด นมพร่องมันเนย อะไรประมาณนั้น แต่ในความเป็นจริงวิถีชีวิตคนเราจะมานั่งกินแบบนี้ทุกวันมันเป็นไปไม่ได้ สลับๆ กันกินไปกับอาหารเช้าตามปกตินั่นแหละ ถ้าอยากมีพลังไปทั้งวัน MIRROR แนะนำให้ทานเป็นอาหารที่ครบห้าหมู่เพราะในช่วงเช้าร่างกายคนเราต้องการพลังงาน โปรตีนและไขมันในการทำงานหรือเรียนหนังสือ การกินอาหารตามปกติที่หลากหลายอย่างข้าวต้มหมู ข้าวกะเพรา ผัดผักต่างๆ หรือข้าวแกงจานใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะร่างกายได้เอาพลังงานที่ได้ไปใช้หมดภายในหนึ่งวันอย่างแน่นอนค่ะ

Mirror recommends: แทนที่จะทาน 3 มื้อ ลองเสริมมื้ออาหารเล็กๆ ระหว่างมื้อ เช่น ผลไม้หรือขนมคลีนที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล เทรนเนอร์หลายๆ คนใช้วิธีนี้เนื่องจากทำให้ร่างกายไม่หิวจนเกินไป ทำให้เราสามารถควบคุมปริมาณอาหารแต่ละมื้อได้มากขึ้นด้วยค่ะ

ออกกำลังกายแต่ไม่จำเป็นต้องหักโหม

การออกกำลังกายใครๆ ก็รู้ว่าคืออีกคีย์หลักสำคัญของสายเฮลตี้ แต่รู้หรือเปล่าว่าในความเป็นจริง คำว่า การออกกำลังกาย ที่ถูกต้องของนักวิชาการทั้งหลายคือ การออกกำลังกายแต่พอดี ให้ร่างกายได้เผาผลาญ และให้หัวใจได้สูบฉีดเลือด ไม่ใช่การออกกำลังกายแบบหักโหมอย่างหนักจนร่างกายแทบจะไม่มีแรง หรือเล่นเวตอย่างหนัก เพราะคิดว่าจะได้เผาผลาญเยอะๆ สร้างกล้ามเนื้อแบบเเน่นๆ เพราะนั่นยิ่งจะทำให้ร่างกายรู้สึกโหยหาความหวานมากขึ้น และบางครั้งการหักโหมมากเกินไปก็ทำให้เราเครียด ซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีซะด้วยซ้ำ ที่จริงเเล้วการออกกำลังกายที่ดีต่อร่างกายคือ ควรออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3-4 วัน ครั้งละ 30 - 45 นาที จะเป็นการวิ่งจ๊อกกิ้ง หรือเดินเร็วๆ บนสายพานก็ได้ แล้วปิดท้ายด้วยการเล่นเวตพอประมาณ หรือใครถนัดสายโยคะ สายพิลาทีส ก็เอาตามสะดวกกันได้เลย

MIRROR recommends: ถ้ายังไม่อยากไปสมัครฟิตเนสให้เสียเงิน ลองทำเองที่บ้านก่อนก็ได้ ตามไปส่อง Instagram ของเทรนเนอร์ชื่อดังคนนี้เลย มีเครดิตปั้นหุ่นสวยให้กับดาราสาวแถวหน้าของเมืองไทยหลายๆ คน รวมถึงตัวเธอเองก็แซ่บมากๆ ด้วยค่ะ

ทดแทนอาหารที่ไม่มีประโยชน์ด้วยอาหารที่มีประโยชน์

เราทราบกันดีอยู่แล้วใช่ไหมคะว่าอาหารแบบไหนมีประโยชน์ และอาหารแบบไหนไม่มีประโยชน์ แต่ทำไมเรายังอดไม่ได้ที่จะทานอาหารที่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อร่างกายกันอยู่ วิธีง่ายๆ ที่ไม่ต้องหักดิบคือ ให้ลดอาหารที่ไม่มีประโยชน์อย่างพวกแป้ง นำ้ตาล และของหมักดองลง แล้วแทนที่ด้วยอาหารที่มีโปรตีนอย่างเนื้อสัตว์ รวมถึงอาหารที่มีวิตามินและเกลือแร่อย่างผักผลไม้ อาจจะเริ่มจากมื้อเย็นก่อน เพราะมื้อเย็นร่างกายไม่จำเป็นต้องนำอาหารไปใช้พลังงานมาก จากนั้นค่อยๆ ขยายขึ้นไปมื้ออื่นๆ แต่ไม่ต้องถึงกับทานแต่อกไก่กับเนื้อปลา ผักต้ม อันนั้นก็จะเศร้าไปหน่อยค่ะ สาวอิน "เทรนด์สุขภาพ2020" แบบเรายังสามารถรับประทานอาหารได้หลากหลาย เทคนิคที่เวิร์กที่สุดคือสามารถทานอาหารที่มีโปรตีนอย่างเนื้อสัตว์ไดตามปกติ แต่ให้ระวังเรื่องปริมาณ, แคลอรี และไขมันก็เท่านั้นพอ แล้วควรมีการพักเบรกด้วยการกินอาหารที่ตัวเองชอบบ้าง ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นอาหารที่ตัวเองไม่เฮลตี้เลยก็เถอะ วิธีนี้จะช่วยให้เราบาลานซ์ชีวิตให้ไม่ขมขื่นกับการกินจนเกินไป แต่ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันมากๆ เลยค่ะ Taylor Hill หนึ่งในนางฟ้าวิคตอเรียซีเคร็ท เคยให้สัมภาษณ์กับ US Weekly ไว้ว่า “ฉันก็ชอบกินพิซซ่า และไอศกรีมเหมือนกับคนอื่นๆ และวัยรุ่นทั่วโลกนี่แหละจ้ะ” ซึ่งเธอบอกว่ากินของพวกนี้บ้างเป็นบางครั้งในวันที่รู้สึกเหนื่อย หรือออกไปเจอกับเพื่อนๆ แล้วเธอเองก็ไม่ต้องฝืนใจที่จะไม่กินของอะไรพวกนี้ในสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้ด้วย “ก็ปกติในทุกวันไลฟ์สไตล์ของฉันคือเฮลตี้ กินอาหารดีๆ และออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าวันไหนจะขอกินของที่มันไม่เฮลตี้บ้างก็อย่าไปซีเรียส ปล่อยสบายๆ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกนะ”

ใส่ใจในปริมาณโซเดียม 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามเพราะมัวแต่ไปเลี่ยงแป้ง ลดน้ำตาล ไม่แตะไขมัน แต่ไม่ได้ใส่ใจในปริมาณของโซเดียมเลย ที่จริงแล้ว โซเดียมนี่แหละที่เป็นศัตรูตัวร้ายและควรควบคุมอย่างเร่งด้วยนะคะ โซเดียม นอกจากจะทำให้ตัวบวมน้ำ ยังส่งผลเสียต่อไตในระยะยาวด้วย ทางที่ดีจะหยิบ หรือจะกินอะไรลองดูปริมาณโซเดียมตามฉลากที่บอกไว้ พูดง่ายๆ ว่าลดความจัดจ้านของอาหารลงเสียหน่อย ความบวมในตัวของเราก็จะลดลงเช่นกันค่ะ

แชร์เทคนิคให้แล้ว Lady MIRROR อย่าลืมนำไปใช้กันนะคะ รับรองว่าในเวลาไม่นานคุณจะกลายเป็นผู้นำ "เทรนด์สุขภาพ 2020" ก่อนหมดปีแน่นอน แค่ลองเอาไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันกันดูค่ะ อย่าลืมนะคะว่าค่อยปรับไปทีละข้อ ไม่จำเป็นต้องทำให้ได้หมดทุกข้อภายในวันเดียวหรือภายใน 1 อาทิตย์ ที่จริงแล้วเราอาจจะกำหนดเวลาให้ตัวเองไปเลยหกเดือน รับประกันว่าได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนแน่นอนค่ะ 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

แอบส่อง "บล็อกเกอร์" สายเฮลท์ตี้ มีเทรนด์อะไรน่าสนใจบ้าง