• STYLE
  • BEAUTY+
  • LIFE
  • VIDEO

8 พฤติกรรมที่ควรหยุดทำ ถ้าอยากมี "ผิวสวย"

1 ส.ค. 2563 13:40 น.

ผิวหน้าที่สวยใสมาจากการดูแลและการปรนนิบัติผิวอย่างถูกวิธี หลายๆ ครั้งที่เราไม่รู้สาเหตุและที่มาของปัญหาผิวที่เรากำลังเผชิญอยู่ เพราะพฤติกรรมบางอย่างที่อาจดูไม่น่าจะเกี่ยวข้อง แต่กลับส่งผลเสียต่อผิวพรรณได้มากกว่าที่เราคิด ลองมาดูกันว่าการจะมีผิวสุขภาพดีได้นั้น เราควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอะไรกันบ้าง

1. สครับผิวหน้าบ่อยเกินไป

การสครับหน้าบ่อยๆ แทนที่จะส่งผลดีแต่จะกลายเป็นการรบกวนผิวหน้าจนอาจเกิดการระคายผิว, ผิวแห้งตึง, เกิดผื่นและรอยแดงขึ้นได้ นอกจากนั้นยังอาจทำให้ผิวหน้าผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติเพื่อชดเชยกับความชุ่มชื้นที่สูญเสียไป และน้ำมันที่มากเกินไปนี้ก็อาจทำให้รูขุมขนอุดตันและเป็นสาเหตุของสิวได้ จะเห็นว่าการสครับหน้าบ่อยเกินไปส่งผลเสียเป็นทอดๆ มากกว่าที่เราคิด แต่การจะบอกว่าแค่ไหนคือบ่อยเกินไปนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน รวมถึงชนิดของผลิตภัณฑ์สครับหรือผลัดเซลล์ผิวที่เราใช้ด้วย หลักการง่ายๆ คือให้ลองสังเกต ถ้าเริ่มรู้สึกแสบหรือมีรอยแดงๆ บนใบหน้า นั่นแปลว่าคุณสาวๆ สครับหน้าบ่อยเกินไปแล้วละ (How to "ผลัดเซลล์ผิวหน้า" ที่บ้านยังไง ให้ปลอดภัย)

2. พักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนน้อยทำให้ค่า pH Balance ของผิวต่ำลง ส่งผลให้ผิวหน้าหมองคล้ำ ไม่สดใส ความเปล่งปลั่งตามธรรมชาติก็จะหายไป เพราะกลไกของร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอระหว่างที่เรานอนหลับ นั่นรวมถึงสกินเซลล์ด้วย ที่ใครๆ เค้าพูดกันว่า Beauty Sleep นั้นไม่เกินความเป็นจริงเลย ถ้าทำได้ Lady MIRROR ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง ใครที่ติดซีรีส์เกาหลี ก็อาจจะต้องเพลาๆ ลงบ้างเพื่อให้ผิวหน้าได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

3. ไม่ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดหมดจดก่อนเข้านอน

ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยจากการทำงานจนดึกดื่นแค่ไหนหรือไปปาร์ตี้กับเพื่อนสาวจนสว่างคาตา ก็ไม่ใช่ข้อแม้ที่จะนอนหลับไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำความสะอาดใบหน้าให้ปราศจากเครื่องสำอางซะก่อน เพราะคราบเครื่องสำอางที่ว่ามีแต่จะส่งผลเสียต่อผิวหน้าของคุณนะจ๊ะ ไม่ว่าจะเป็นรูขุมขนที่กว้างหรือสิวอุดตันที่จะตามมาแน่ๆ ยิ่งถ้าใครที่ชอบแต่งหน้าแบบฟาดๆ สาย ฝ. เน้นแต่งดวงตาเข้มๆ ด้วยอายไลเนอร์และมาสคาร่า การไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนนอนอาจมีผลกระทบทำให้เยื่อบุตาอักเสบได้เลยทีเดียว MIRROR แนะนำว่าอย่างน้อยๆ หากไม่มีเวลาจริงๆ ควรใช้ Makeup Wipe ทำความสะอาดผิวหน้าก่อนเข้านอน จะได้ไม่ต้องตื่นมาพร้อมกับปัญหาผิวในวันรุ่งขึ้น ("คลีนเซอร์" ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนสำหรับ "ผิวแพ้ง่าย")

4. บีบสิว

มีใครที่เห็นสิวบนใบหน้าแล้วอดใจไม่ไหว ต้องบีบให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลยบ้างมั้ยเอ่ย MIRROR เชื่อว่ามีหลายคนยกมืออย่างแน่นอน แต่อยากจะแนะนำคุณสาวๆ ว่าการบีบสิวทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่กว่าจะจางหายไปเองนั้น ช่างยากเสียเหลือเกิน บางรายถึงขั้นต้องไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษารอยแผลเป็น ซึ่งก็เป็นการสิ้นเปลืองและใช้เวลานานเช่นกัน เพราะฉะนั้นครั้งต่อไปที่เห็นสิวผุดขึ้นมา พยายามคิดไว้ว่า ถ้าเราไม่ยุ่งกับมัน อีกไม่กี่วันมันก็จะค่อยๆ ยุบไปเอง แต่ถ้าใจร้อนไปบีบมัน แผลเป็นจากรอยสิวจะอยู่กับคุณไปอีกนานเลยเชียว (ไอเทมปราบสิว เครียดแค่ไหนก็เอาอยู่!)

5. จับหน้าบ่อยๆ

หลายๆ คนสัมผัสใบหน้าตัวเองบ่อยๆ ด้วยความเคยชินหรือทำไปแบบไม่รู้ตัว แต่รู้หรือไม่ว่าอาจทำให้เกิดสิวอักเสบหรือการติดเชื้อต่างๆ ได้ เพราะผิวหน้าของเรามีความบอบบางกว่าผิวหนังบริเวณมือ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับมือ เช่น แฮนด์ครีม หรือแอลกอฮอล์เจลสำหรับล้างมือ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหน้าได้ นี่ยังไม่รวมถึงเชื้อโรคหรือแบคทีเรียต่างๆ ที่ติดมากับมือของเราเวลาที่เราไปหยิบจับสิ่งของรอบๆ ตัว ทางที่ดีพยายามอย่าจับใบหน้าของตัวเองโดยไม่จำเป็นจะปลอดภัยที่สุด

6. ใช้สกินแคร์หลายชนิดเกินไป

แม้ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลความงามบนใบหน้าจะทำให้เรารู้สึกดีและสวยขึ้น แต่อะไรที่มากเกินพอดีก็อาจเป็นอันตรายกับผิวหน้าได้เช่นกัน การพอกสกินแคร์หลายๆ ชั้นอาจทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง และเราเองก็จะไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าอาการผิดปกตินั้นเกิดจากสกินแคร์ตัวไหนด้วย เนื่องจากเราใช้หลายตัวพร้อมๆ กัน MIRROR ว่าน่าจะดีกว่าถ้าเราลองเลือกผลิตภัณฑ์สัก 3-5 ชนิดที่ชอบและคิดว่าใช้แล้วเห็นผลจริงๆ จะได้ไม่ต้องเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา แถมยังช่วยลดโอกาสการเกิดอาการแพ้ต่างๆ ได้อีกด้วย

7. ไม่ทาครีมกันแดด

รังสียูวีสามารถทำร้ายผิวของเราด้วยการรบกวนกระบวนการสร้างคอลลาเจนของผิว, ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น, เกิดการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีผิวที่มาในรูปของฝ้า กระ จุดด่างดำ, ผิวแห้งกร้าน, ริ้วรอยก่อนวัย และอาจร้ายแรงไปจนถึงการเป็นมะเร็งผิวหนัง คงไม่ต้องบอกแล้วใช่มั้ยจ๊ะว่าการไม่ทาครีมกันแดดไม่ดีกับผิวพรรณของเราขนาดไหน ถ้าเป็นไปได้ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เป็นประจำทุกวันจนติดเป็นนิสัย เพราะถึงแม้จะอยู่ในที่ร่ม รังสียูวีก็สามารถทะลุผ่านหน้าต่างเข้ามาได้ (รวบตึง "ครีมกันแดด" ที่ดีที่สุด)

8. ดื่มน้ำน้อย

ร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 2 ใน 3 ส่วน ไม่เว้นแม้แต่ผิวหน้าที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบราวๆ 35% น้ำที่เราดื่มจึงส่งผลโดยตรงกับความชุ่มชื้นของผิวและเซลล์ผิว หากดื่มน้ำไม่เพียงพอ ผิวจะขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน ไม่อิ่มน้ำ และเกิดริ้วรอยในที่สุด สาวๆ รู้แบบนี้แล้วก็ควรหมั่นดื่มน้ำให้มากๆ โดยค่าเฉลี่ยสำหรับผู้หญิง ควรดื่มน้ำให้ได้ 2.2 ลิตรต่อวันหรือประมาณ 9 แก้วนะจ๊ะ (สยบ "ริ้วรอย" ด้วย "โพลีเปปไทด์")

สาวๆ คนไหนที่มีพฤติกรรมใน 8 ข้อข้างต้น ไม่ว่าจะกี่ข้อก็ตาม ควรหยุดพฤติกรรมนั้นๆ โดยด่วนเพื่อผิวหน้าที่สวยใส เปล่งปลั่งและดูอ่อนกว่าวัย.

by วัชรพงษ์ กาญจนกฤต (ฮ้อ)

หนุ่มหน้าตี๋ ดีกรีช่างแต่งหน้าทำผมจากออสเตรเลีย พร้อมตำแหน่งช่างภาพสายแฟชั่นอีกหนึ่งความสามารถ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

8 แชมพู "ผมทำสี" ไอเทมดีๆ ปี 2020